027.jpg

ปาฐกถา 48 ปี กฟผ. องค์การใสสะอาด น้อมสืบสานปณิธานงานของพ่อ

นายชวน ศิรินันท์พร
กรรมการ กฟผ. อดีตอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

20170428-ART01-01

          ขอแสดงความยินดีเนื่องในโอกาส กฟผ. ได้มีอายุครบ 48 ปี เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้ทำงานตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี ในปีนี้ต้องขอบคุณ กฟผ. ที่จัดงานภายใต้ชื่อ 48 ปี กฟผ. องค์การ ใสสะอาด น้อมสืบสานปณิธานงานของพ่อ เพื่อให้ชาว กฟผ. ได้มีโอกาสร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรให้มีประสิทธิภาพ ยึดหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ปราศจากการคอร์รัปชั่น รวมถึงดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม

          นี่คือรัฐวิสาหกิจที่มีการบริหารงานดีเด่น ภาพลักษณ์ของ กฟผ. ที่เด่นชัดในสังคม คือภาพของธรรมาภิบาล ความโปร่งใส การไม่ทุจริต การดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

          ผลการปฏิบัติงานในรอบ 3 ปีที่ผ่านมามีกำไรอยู่ที่ 38,000 ล้านบาท ไม่เป็นภาระของรัฐบาล ดูแลตัวเองได้ ต้องขอขอบคุณผู้บริหารรุ่นบุกเบิกนายเกษม จาติกวณิช และทีมงานผู้ปฏิบัติงานทุกท่านจนถึง ณ ปัจจุบันนี้ ที่ทำให้เป็นองค์กรที่สร้างภาพลักษณ์ให้แก่ประเทศ จึงถือโอกาสนี้แสดงความยินดีและขอบคุณทุกท่าน

น้ำพระทัยที่มีต่อภารกิจของ กฟผ.

          เรื่องที่น่ายินดีสำหรับชาว กฟผ. ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ต่อภารกิจของชาว กฟผ. มาตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์ด้วยธรรมะ

          พระองค์ทรงให้กำลังใจกับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานมาตลอด 40 ปีที่ผ่านมา และที่น่าปลาบปลื้มใจคือ เสด็จฯ ไปทรงวางศิลาฤกษ์และทรงเปิดเขื่อนเหล่านี้ด้วยพระองค์ท่านและพระบรมวงศานุวงศ์มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนสิรินธร เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนรัชชประภา ที่พระองค์พระราชทานนามให้ นี่คือน้ำพระทัยที่มีต่อภารกิจของ กฟผ. และด้วยบารมีของพระองค์ท่านที่ผู้บริหารได้มีโอกาสใกล้ชิดเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับคำแนะนำต่างๆ เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้องค์กรแห่งนี้เป็นองค์กรที่เปี่ยมล้นไปด้วยประสิทธิภาพ ธรรมาภิบาล และการดูแลสังคมที่ผ่านมา

จุดเริ่มต้นการก่อตั้ง กฟผ.

          48 ปี ที่ผ่านมา จะรู้ว่า กฟผ. ยิ่งใหญ่ขนาดไหน ต้องตอบคำถามว่า ทำไมต้องตั้ง กฟผ. ขึ้นมา หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โรงไฟฟ้าหลายโรงถูกระเบิด ภาวะเศรษฐกิจเฟื่องฟู โรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาสู่ประเทศไทย ความจำเป็น ความต้องการใช้ไฟฟ้ามีมาก

          ปี 2496 รัฐบาลสมัยนั้น ตั้งการพลังงานแห่งชาติขึ้นมา เพื่อแก้ไขการขาดแคลนไฟฟ้า มีความพยายามให้การผลิตไฟฟ้ากระจายทั่วประเทศ เช่น ปี 2501 จัดตั้งการไฟฟ้านครหลวง ดูแลการบริหารไฟฟ้าในกรุงเทพฯ

          ปี 2503 ก่อตั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รัฐบาลเอาการไฟฟ้าในหัวเมืองต่างๆ มารวมเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขึ้นกับกรมโยธาเทศบาล กระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้รัฐบาลสมัยนั้น ยังก่อตั้งหน่วยงานเพื่อจัดหาไฟฟ้า เช่น การไฟฟ้ายันฮี ให้ดูแลการบริหารจัดการไฟฟ้าในภาคกลางและภาคเหนือ ก่อสร้างเขื่อนยันฮีเป็นเขื่อนแรกของประเทศ โดยตั้งผู้ว่าการเกษม จาติกวณิช เข้าไปดูแล

          ปี 2500-2507 ได้ใช้เงินกู้จากธนาคารโลก 50 ล้านดอลล่าร์ หรือ 1,000-1,200 ล้านบาทก่อสร้างเขื่อนภูมิพล ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ จัดตั้งหน่วยงานการไฟฟ้าลิกไนต์ โรงไฟฟ้ากระบี่ ดูแลไฟฟ้าบางจังหวัดในภาคใต้

          ปี 2505 ก่อตั้งการไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ สร้างเขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนน้ำพอง ดูแลไฟฟ้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

          ปี 2504 สมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีนโยบายให้ส่งเสริมอาชีพ พัฒนาเศรษฐกิจ เป้าหมายต้องสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคที่สำคัญเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ มีสโกแกนในสมัยนั้นว่า “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี และมีงานทำ”

          ปี 2511 จอมพลสฤษดิ์ฯ ได้ถึงแก่กรรม จอมพลถนอม กิตติขจร ขึ้นมาแทน การพัฒนาเศรษฐกิจก็มีความต้องการไฟฟ้าสูง ภาพของการพัฒนาเป็นเรื่องใหญ่ สุดท้ายรัฐบาลตัดสินใจปฏิรูปการพัฒนาไฟฟ้าทั้งประเทศโดยแยกฝ่ายผลิตไฟฟ้าออกมา และแยกฝ่ายจำหน่ายออกไป แบ่งหน้าที่ชัดเจน แยกการทำงานเป็นระบบ

โจทย์ที่รัฐบาลมอบให้ กฟผ. คือ “หาไฟฟ้าให้กับพี่น้องชาวไทยทุกภาคส่วน”

          สมัยก่อนไฟฟ้ามีแค่ในชุมชนเมือง คนรวยเท่านั้นถึงได้ใช้ไฟฟ้า แต่ทุกวันนี้ไฟฟ้ามีอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง ก่อนจะถึงวันนี้ชาว กฟผ. เหนื่อยยากลำบากขนาดไหน รัฐบาลได้สั่งให้ผู้ว่าเกษมฯ ไปหาไฟฟ้าให้คนทั้งประเทศใช้ให้ได้

          48 ปีที่ผ่านมา รุ่นผู้ว่าเกษมฯ ผู้ว่ากำธนฯ เป็นยุคบุกเบิกของชาว กฟผ. ถือว่าเป็นโชคดีของชาว กฟผ. ที่มีผู้บริหารและชาว กฟผ. ในยุคนั้น ในการบุกป่าฝ่าดงไปสร้างเขื่อนให้ประชาชน เทคโนโลยีก็ต่ำ เงินทุนก็ต้องกู้ยืม ความยากลำบากทั้งหลาย ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานยุคก่อน ได้แสดงให้เห็นความรักในองค์กรและความสามัคคี

48 ปี ไม่ได้โรยด้วยดอกกุหลาบ

          48 ปีที่ผ่านมาเป็นการต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ เช่น ปี 2516 - 2525 ช่วงเวลา 10 ปีน้ำมันขึ้นราคา 10 เท่า ซึ่งกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า เศรษฐกิจแย่ หลังจากนั้นในช่วงสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ก็เกิดความโชติช่วงชัชวาลที่อ่าวไทย พบก๊าซธรรมชาติที่อ่าวไทย ลานกระบือ น้ำพอง เป็นปัจจัยในการลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า เมื่อก่อนใช้น้ำมันเตาในการผลิตไฟฟ้าถึง 70% ตอนหลังจึงใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น

          ปี 2532-2535 รัฐบาลเปิดให้เอกชนเข้าประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้า เพื่อให้การผลิตไฟฟ้ากระจายไปทั่วถึง แต่ที่น่าตื่นเต้นหวาดเสียว ในปี 2540 เศรษฐกิจตกต่ำ เกิดยุค IMF บอกให้รัฐบาลแปรรูปรัฐวิสาหกิจ กฟผ. เกือบมีสภาพเป็นบริษัทเอกชน ต้องขอบคุณผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ได้ช่วยคัดค้านไม่ให้แปรรูปเป็นเอกชน ไม่เช่นนั้นราคาไฟฟ้าจะขึ้นสูงขึ้นอีก

          48 ปีที่ผ่านมานั้นไม่ได้โรยด้วยดอกกุหลาบ แต่ด้วยความเพียรพยายาม ทำให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานสมัยนั้นต้องบุกป่าฝ่าดง แก้ไขปัญหาอุปสรรค เพื่อจัดหาไฟฟ้าให้แก่พี่น้องชาวไทยทุกภาคส่วน

          48 ปีที่ผ่านมาจนถึงเวลานี้ หน่วยงานแห่งนี้เป็นหน่วยงานที่บริหารงานยอดเยี่ยม เป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาล ดูแลชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ได้เป็นอย่างดี กฟผ. ไม่ได้จบที่วันนี้ กฟผ. ต้องก้าวสู่ความยั่งยืนต่อไป ถึงจะประสบความสำเร็จมาโดยตลอด แต่ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา

ปัญหาที่ต้องเผชิญ

          กฟผ. ก็มีปัญหาเหมือนกับองค์กรทั่วๆ ไป ปัญหาของนโยบายรัฐบาลแต่ละยุคสมัยไม่เหมือนกัน กฟผ. ต้องเป็นแขน ขา ให้กับรัฐบาลในการจัดหาไฟฟ้าให้พอเพียงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่กำหนดไว้ให้ กฟผ. ผลิตไฟฟ้า 50% แต่ปัจจุบันเราผลิตเพียง 40% เท่านั้น

          ขอยกตัวอย่างปัญหาจากปัจจัยที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าลดลง เช่น ปัจจุบันใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้า 70% หากก๊าซธรรมชาติลดลงจะกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า

          ถ่านหินเหมืองแม่เมาะ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จประพาสภาคเหนือ จุดหนึ่งที่เสด็จฯไปทอดพระเนตร คือเหมืองแม่เมาะ ในปี 2501 เป็นปัจจัยในการผลิตไฟฟ้าเพื่อหล่อเลี้ยงจังหวัดในภาคเหนือ มีกำลังผลิต 2,400 เมกะวัตต์ ปี 2568 ถ่านหินที่เหมืองแม่เมาะจะเหลือ 50% และในปี 2590 ก็จะไม่มีแล้ว เราจะเอาอะไรมาผลิตไฟฟ้า โรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดที่ภาคใต้จะทำได้หรือไม่ก็ไม่รู้ จะเพิ่มการผลิตอย่างไร เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย

          ปัญหาข้อกฎหมายในอนาคตอาจกระทบต่อการดำเนินงาน กฟผ. เช่น กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง เพราะลักษณะงาน กฟผ .ไม่เหมือนการจัดซื้อจัดจ้างทั่วไป เราซื้ออุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าราคา 2 – 3 หมื่นล้าน ต้องประกวดราคาต่างประเทศ ถ้ามีกฎหมายใหม่แล้วไม่ยกเว้นให้เรา มีปัญหาอะไรก็ต้องไปถามกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารงานของ กฟผ. โชคดีที่เราเป็นองค์กรที่โปร่งใส ใสสะอาด ตรงนี้จึงไม่น่าหนักใจ

          ประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน กฟผ. ก็ต้องนำมาพิจารณา ในวันนี้มีการปรับโครงสร้างจาก 10 สายรอง โดยได้มีการแต่งตั้งรองผู้ว่าการกฎหมายและธรรมาภิบาล เพิ่มขึ้นมา

ยุทธศาสตร์การบริหารความเปลี่ยนแปลง

          สิ่งแวดล้อม ความเจริญ เทคโนโลยี ที่เปลี่ยนแปลง เหล่านี้จะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของ กฟผ. ในวันข้างหน้า ต้องใช้ยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาโดยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานมีส่วนร่วมช่วยคิด ช่วยทำ ปล่อยให้เป็นภาระแก่ผู้บริหารอย่างเดียวไม่ได้ ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว

          สภาพการทำงานเปลี่ยน ความสัมพันธ์ระหว่างคนทำงานเปลี่ยน กลายเป็นปัญหา จึงต้องมียุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาดังนี้

          ผู้บริหารต้องมีประสิทธิภาพ ผู้ปฏิบัติงานต้องมีคุณภาพ ต้องทำงานให้เต็มศักยภาพ หายุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาในวันข้างหน้าร่วมกัน

          มีธรรมาภิบาล ความโปร่งใส เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่มีองค์กรไหนที่เจริญก้าวหน้าและยั่งยืน โดยไม่ซื่อสัตย์ สุจริต อย่าละทิ้งความดีงาม องค์กรก็จะเจริญก้าวหน้า ท่านต้องดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม นี่คือ ภาวะที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนของ กฟผ.

การสื่อสารกับประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ

          สุดท้าย การสื่อสารขององค์กรเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ประชาชนทราบหรือไม่ว่า กฟผ. ทำอะไรบ้าง พี่น้องประชาชนรู้ถึงความดีงามที่ท่านทำไว้หรือไม่ ในเรื่องการดูแลผลประโยชน์ของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ให้มีไฟฟ้าใช้อย่างมีความสุข เราไม่ได้เป็นองค์กรที่แสวงหากำไร แต่เป็นองค์กรที่หาไฟฟ้าให้แก่ประชาชนชาวไทย เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี และมีราคาเป็นธรรม

ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายแห่งคนดี

          ถ้าท่านอยากให้มีความเจริญ ความรุ่งเรือง ในทางที่ถูกที่ชอบ แก่ตัวท่านเองและองค์กร ท่านต้องจำคำว่า "นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตเวทิตา" และปฏิบัติให้ได้ ท่านจะพบแต่ความสุข ความดีงาม หมายความว่า ผู้ที่มีความกตัญญูรู้คุณ และตอบแทนคุณ จะเป็นผู้ได้รับความดี ความเจริญ

          วันนี้ผมขอน้อมนำให้ชาว กฟผ. ทุกท่าน แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อ หนึ่ง องค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้ทรงสร้างประโยชน์สุขแก่พี่น้องประชาชน และทรงชี้แนะให้การดำเนินงานของ กฟผ. เจริญก้าวหน้าในทางที่ชอบที่ควร สอง ขอให้ท่านแสดงความกตัญญูต่อหน่วยงาน กฟผ. ที่มีพระคุณต่อทุกคน และสาม ขอให้ท่านมีความกตัญญูต่อผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานยุคแรกที่ทำให้องค์กรแห่งนี้มีความเป็นปึกแผ่น

          ขอให้ท่านแสดงความกตัญญู ด้วยการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เสียสละ เพียรมานะพยายาม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม โดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน สิ่งนี้จะทำให้ กฟผ. ยั่งยืน และทุกท่านมีความเจริญก้าวหน้าตลอดไป

20170428-ART01-04

20170428-ART01-05