Black Ribbon

022.jpg

กฟผ. ชี้แจงข่าวคลาดเคลื่อน ไม่เคยเสนอเก็บค่าไฟฟ้าสำรอง ย้ำจุดยืนสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน โดยให้มีค่าไฟฟ้าเหมาะสมเป็นธรรม

          นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี โฆษก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยืนยัน กฟผ. ไม่ได้เสนอการเก็บค่าไฟฟ้าสำรอง ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ตามที่มีประเด็นข่าวว่า กฟผ. ได้เสนอเรื่องให้ กกพ. จัดเก็บค่าระบบสำรองไฟฟ้า (Backup Rate) ที่ 100 - 200 บาท/เดือนสำหรับผู้ที่ผลิตไฟฟ้าใช้เอง แต่ยังคงพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าของประเทศ

pre 20170622 01 01

          กฟผ. ขอชี้แจงว่า กฟผ. มิได้เสนอการเก็บค่าไฟฟ้าสำรอง ต่อ กกพ. ตามข่าว ที่มาของประเด็นดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการสัมมนาสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 21 มิถนายน 2560 เรื่อง นวัตกรรม กฟผ. 4.0 ซึ่ง กฟผ. ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศในการสัมมนา ว่า ปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความนิยม และมีราคาถูกลง ทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้มากขึ้น มีผลให้รูปแบบความต้องการไฟฟ้าในแต่ละวันเปลี่ยนแปลงไป โดยในช่วงเย็นหลังพระอาทิตย์ตกดินความต้องการไฟฟ้าจะสูงมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกประเทศจึงต้องเตรียมระบบรองรับไว้ เช่น การลงทุนโรงไฟฟ้าสำรองหรือแบตเตอรี่สำรอง ที่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว เฉพาะช่วงที่ไม่มีแดด หรือในช่วงเย็น เป็นต้น ซึ่งจะมีผลทำให้ราคาค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ซึ่งในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก นิวซีแลนด์ ได้นำวิธีการต่างๆ มาใช้ รวมทั้ง การคิดค่าค่าไฟฟ้าสำรองสำหรับผู้ใช้รายใหญ่หรือรายย่อยที่ผลิตไฟฟ้าใช้เอง เพื่อการลงทุนโรงไฟฟ้าสำรองดังกล่าว แม้แต่ประเทศไทยในปัจจุบัน ก็มีการเก็บค่าไฟฟ้าสำรองสำหรับผู้ที่มีเครื่องปั่นไฟฟ้าใช้เอง แต่ยังต้องการใช้ไฟฟ้าสำรองจากระบบด้วยเช่นกัน

          อย่างไรก็ตาม กกพ. กำลังพิจารณาศึกษา “อัตราค่าไฟฟ้าสำรอง” ที่เหมาะสมสำหรับผู้ติดตั้งโซลาร์รูปท๊อปว่าขนาดกำลังผลิตติดตั้งเท่าใดจึงจะเข้าข่ายต้องถูกเรียกเก็บ

          “กฟผ. ในฐานะรัฐวิสาหกิจที่ดูแลระบบไฟฟ้าของประเทศ ยืนยันสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เช่น การพัฒนาพลังานหมุนเวียนที่มีความเสถียร หรือไฮบริด โดยจัดทำแผนระยะยาว 20 ปี นอกจากนี้ จะมีการเตรียมระบบไฟฟ้ารองรับในการที่ประชาชนจะผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ใช้เอง เช่น การมีแบตเตอรี่สำรอง โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ การสร้างระบบส่งไฟฟ้ารองรับในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้ง การพัฒนาระบบสมาร์ทกริด มาช่วยการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อให้ระบบไฟฟ้ายังมีความมั่นคง และมีค่าไฟฟ้า เหมาะสมเป็นธรรมกับผู้ใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และประชาชนทั่วไป” โฆษก กฟผ. กล่าวในที่สุด