โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1 เครื่องที่ 1-5

section-head-development-project

ความเป็นมาและเหตุผลความจำเป็น

         โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1 เป็นโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเพื่อทดแทนกำลังการผลิตที่หายไปของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนพระนครใต้ เครื่องที่ 1-5 เพื่อสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศและรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ตามแผนกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2579 (PDP 2015) ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างพร้อมกับการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และได้รับความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environment and Health Impact Assessment :EHIA) จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) และได้รับการอนุมัติการก่อสร้างจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 จากนั้น กฟผ. ได้ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างโรงไฟฟ้ากับผู้รับจ้าง เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2560 โดยมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในเดือนธันวาคม 2562

         นอกจากนี้ โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1 มีความจำเป็นต่อระบบไฟฟ้า ดังนี้

         1. ด้านความมั่นคงระบบไฟฟ้า : พื้นที่กรุงเทพฯ ตะวันตก มีความต้องการไฟฟ้าประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ แต่มีโรงไฟฟ้าภายในพื้นที่ ประมาณ 1,700 เมกะวัตต์ (โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ 700 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพระนครใต้ 1,000 เมกะวัตต์) ซึ่งความต้องการไฟฟ้าส่วนที่เหลือต้องรับผ่านระบบส่งไฟฟ้าจาก ภาคอื่น ประมาณ 1,300 เมกะวัตต์ โดยหากโรงไฟฟ้าภายในพื้นที่ถูกปลดออกจากระบบและไม่มีโรงไฟฟ้าทดแทนจะทำให้ความต้องการไฟฟ้าในบริเวณนี้ต้องพึ่งพาการส่งไฟฟ้าจากภาคอื่นเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ตะวันตกเพียงอย่างเดียวทำให้มีความเสี่ยงที่จะทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างได้

         2. ด้านเทคนิคระบบไฟฟ้า : โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1 มีความจำเป็นต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เนื่องจากอาจเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในเขตกรุงเทพฯ และ ปริมณฑลในกรณีที่โรงไฟฟ้าพระนครใต้ ชุดที่ 2 หรือ ชุดที่ 3 หยุดซ่อมบำรุง และต้องรองรับในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินของสายส่ง 500 กิโลโวลต์ ที่ใช้ส่งไฟฟ้าจากภาคอื่นเข้าสู่กรุงเทพฯ แนวใดแนวหนึ่งถูกปลดออกจากระบบไป จะทำให้สายส่ง 230 กิโลโวลต์ ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในจ่ายไฟฟ้าเกินพิกัดทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟฟ้าดับ

         3. ด้านประสิทธิภาพการผลิต : หากไม่มีโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ กฟผ. จำเป็นต้องยืดอายุโรงไฟฟ้าชุดเดิมออกไป เพื่อรักษาระดับความมั่นคงระบบไฟฟ้า ซึ่งมีต้นทุนการผลิต 4.71 บาท/ หน่วย ขณะที่โรงไฟฟ้าทดแทนใหม่มีเทคโนโลยีที่ดีขึ้นจะมีต้นทุนการผลิตประมาณ 4.00 บาท/หน่วย (ราคาต้นทุนเฉลี่ย)

         4. ด้านปฏิบัติการและควบคุม : โรงไฟฟ้าทดแทนเป็นโรงไฟฟ้าใหม่ ทำให้มีความยืดหยุ่นทางด้านปฏิบัติการเนื่องจากสามารถใช้เชื้อเพลิงสำรองในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า นอกจากนี้สามารถหยุดโรงไฟฟ้าเพื่อบำรุงรักษาได้โดยไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้า

         5. ด้านความเสี่ยง : ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยกับระบบสงไฟฟ้า จะส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับ (Blackout) ใน บริเวณพระนครใต้ ธนบุรีและบางกอกน้อย และอาจจะส่งผลกระทบต่อกรุงเทพฯ ชั้นในได้

         6. ด้านผลกระทบต่อชุมชน : การก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนในพื้นที่เดิมจะมีผลกระทบต่อชุมชนน้อยกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้าแนวใหม่เข้ามา เนื่องจากต้องมีการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อ จัดหาเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกับประชาชนตามแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าใหม่

 

ที่ตั้งของโครงการ

         โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1 ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางโปรง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โดยอยู่ภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าพระนครใต้ ซึ่งมีพื้นที่รวมทั้งหมด 314 ไร่ จัดแบ่งเป็นพื้นที่โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1 ประมาณ 36 ไร่

 

เขตติดต่อพื้นที่ใกล้เคียง

         ทิศเหนือ จรดคลองบางฝ้าย และบ้านบางฝ้าย เขตพื้นที่เทศบาลตำบลสำโรงใต้

         ทิศใต้ จรดแม่น้ำเจ้าพระยา

         ทิศตะวันออก จรดบ้านบางโปรง เขตพื้นที่ อบต.บางโปรง

         ทิศตะวันตก จรดแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองบางฝ้าย

20170801 EXT01 01

20170801 EXT01 02

 

ลักษณะโรงไฟฟ้าและกำลังการผลิต

20170801 EXT01 04

         โรงไฟฟ้ามีลักษณะเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมกังหันแก๊ส ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง เครื่องกังหันแก๊ส (Gas Turbine) เครื่องกังหันไอน้ำ (Steam Turbine) และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) โดยใช้พลังงานความร้อนจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง (ก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมันดีเซล) เป็นต้นพลังงานในการผลิตกระแสไฟฟ้า และใช้ไอเสียที่ออกจากเครื่องกังหันแก๊สเป็นต้นพลังงานในการผลิตไอน้ำ เพื่อขับเครื่องกังหันไอน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซึ่งต่อรวมอยู่บนเพลาเดียวกันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ไอน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้วจากเครื่องกังหันไอน้ำจะถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นน้ำเพื่อนำกลับไปใช้ในกระบวนการผลิตไอน้ำอีกครั้ง โดยผ่านไอน้ำเข้าสู่เครื่องควบแน่น (Condenser) ซึ่งใช้น้ำเป็นตัวหล่อเย็น น้ำหล่อเย็นที่ออกจากเครื่องควบแน่นซึ่งมีอุณหภูมิสูงจะนำไปผ่านหอหล่อเย็น (Cooling Tower) เพื่อลดอุณหภูมิลงให้ใกล้เคียงกับแหล่งน้ำธรรมชาติก่อนระบายออกสู่ภายนอก การออกแบบโรงไฟฟ้าได้กำหนดให้มีค่าการระบายมลสารต่ำ โดยติดตั้ง Low NOx Burner เพื่อ ควบคุมปริมาณก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดค่ามลสารทางอากาศที่ปล่องโรงไฟฟ้า เพื่อเฝ้าติดตามการระบายมลสารอย่างต่อเนื่องและนำไปใช้ควบคุมการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าไม่ให้ปล่อยมลสารเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้

 

การดำเนินการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ มีแนวปฏิบัติ ดังนี้

คุณภาพน้ำ

         • น้ำทิ้งจากการอุปโภคบริโภค บำบัดด้วยระบบบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป (Septic Tank) โดยการสูบออกไปยังบ่อพักน้ำและส่งกำจัดยังหน่วยงานรับกำจัดที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม

         • น้ำที่ระบายจากห่อหล่อเย็นจะถูกควบคุมอุณหภูมิน้ำ ณ จุดปล่อยลงแม่น้ำเจ้าพระยาให้แตกต่างจากสภาพธรรมชาติไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส

         • ออกแบบระบบแยกน้ำฝนปนเปื้อนและน้ำฝนไม่ปนเปื้อนออกจากกัน โดยน้ำฝนปนเปื้อนจะถูกส่งไปยัง Oil Separator

 

คุณภาพอากาศ

         • ฉีดพรมน้ำบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง และถนนทางเข้า-ออกโครงการอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง

         • ใช้ผ้าใบคลุมให้มิดชิดขณะทำการขนส่งวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างที่อาจฟุ้งกระจาย

         • จำกัดความเร็วของรถบรรทุก ภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าฯ ไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทำความสะอาดล้อรถ ก่อนออกจากบริเวณพื้นที่ก่อสร้างสู่ถนนสาธารณะเพื่อลดการเกิดฝุ่น

         • ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจติดตามการระบายมลสารทางอากาศแบบต่อเนื่อง(Continuous Emission Monitoring System; CEMS) เพื่อติดตามผลการควบคุมมลสารทางอากาศจากปล่องโรงไฟฟ้า โดยระบบการตรวจติดตามจะแสดงค่าความเข้มข้นของก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx), ออกซิเจน (O2), อัตราการไหล (Flow Rate) และอุณหภูมิ (Temperature) ของไอเสียที่ระบายออกทางปล่องระบายอากาศเสียจาก Heat Recovery Steam Generator (HRSG) ของแต่ละเครื่อง เพื่อตรวจสอบ ค่าความเข้มข้นของ NOx ที่ระบายออกจากปล่องและเป็นการเฝ้าระวังไม่ให้มีการระบายมลสารทางอากาศ สูงเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด

 

คุณภาพเสียง

         • ประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้าพระนครใต้ได้รับทราบ หากกิจกรรมก่อสร้างก่อให้เกิดเสียงดังมากกว่าปกติโดย แจ้งให้ชุมชนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน

         • กิจกรรมที่ก่อให้เกิดเสียงดังจะต้องดำเนินการในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น (เวลา 07.00 -18.00 น.)

         • บริเวณพื้นที่รื้อถอนและก่อสร้างที่อยู่ใกล้ชุมชนและอยู่ติดกับรั้ว กฟผ. ให้กั้นด้วยแผ่นเหล็ก (Steel Sheet) ที่มีความหนา 1.27 มิลลิเมตร สูง 4 เมตร

         • ติดตั้งอุปกรณ์ลดระดับเสียง (Silencer) เพื่อลดเสียงดังจากการระบายความดันไอน้ำบริเวณ Blow-off Valves, Release Valve ของ HRSG, Gas Turbine Inlet Air System และเครื่องจักรอื่นๆ

 

ขยะและกากของเสีย

         • จัดหาภาชนะรองรับมูลฝอยที่เกิดจากการอุปโภค บริโภค ของคนงานในบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง และให้ผู้รับเหมาก่อสร้างจัดเก็บเพื่อนำไปกำจัดมูลฝอยทุกวัน

         • ให้ผู้รับเหมารวบรวมกากของเสียหรือขยะมูลฝอยภายในพื้นที่ก่อสร้าง ไปไว้ในพื้นที่กองเก็บ หลังจากนั้นส่งให้หน่วยงานภายนอกที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการนำไปกำจัดภายใน 90 วัน หรือเมื่อกากของเสียมีปริมาณที่เหมาะสม

 

ด้านการคมนาคม

         • หลีกเลี่ยงการขนส่งในช่วงเวลาเร่งด่วน (ระหว่างเวลา 07.00-09.00 น. และ 16.00-18.00 น.) เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด

         • จำกัดความเร็วของรถขนส่งในบริเวณชุมชน ไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่ใกล้พื้นที่ก่อสร้าง

         • กำหนดให้มีการควบคุมน้ำหนักรถบรรทุกมิให้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

         • การขนย้ายอุปกรณ์เครื่องจักรที่มีน้ำหนักมากและมีขนาดใหญ่ให้ขนส่งทางน้ำเป็นหลัก ให้มีการบันทึกจำนวนเที่ยวของเรือที่เข้าเทียบท่าและอุบัติเหตุหรือสาเหตุที่เกิดขึ้น

 

ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ

         1. รักษาระดับความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศโดยสามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าได้อย่างเพียงพอและมีเสถียรภาพ

         2. ลดความสูญเสียของระบบไฟฟ้าเนื่องจากการส่งพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งอื่นๆ ที่อยู่ห่างไกลมายังศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้า รวมทั้งเพิ่มความคล่องตัวในการควบคุมและการจ่ายไฟฟ้า

         3. มีการพัฒนาสังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงโรงไฟฟ้า ทั้งในด้านการพัฒนาท้องถิ่น การศึกษา สุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ

         4. มีการจ้างงานในพื้นที่มากขึ้น เป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน

         5. ชุมชนได้รับประโยชน์จากเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อการพัฒนาชุมชน

 

ความคืบหน้า โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1

          นับตั้งแต่มีการลงนามสัญญางานออกแบบ จัดหา ติดตั้ง รวมถึงทดสอบสำหรับโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1 (อค-ทต.) เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2560 ทีมงานโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1 (อค-ทต.) และกิจการค้าร่วมได้เริ่มทยอยเข้าพื้นที่โครงการฯ ณ โรงไฟฟ้าพระนครใต้ จังหวัดสมุทรปราการแล้ว ขณะนี้โครงการฯอยู่ระหว่างดำเนินการทดสอบเสาเข็ม โดยคาดว่าในเดือนกรกฎาคม 2560 จะเริ่มดำเนินการตอกเสาเข็มจริง โดยการดำเนินงานเป็นไปตามแผนงาน ทั้งนี้ตามสัญญา โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1 มีกำหนดจ่ายกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ภายในเดือนธันวาคม 2562