โครงการโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 1-2

section-head-development-project

1. ความเป็นมาของโครงการ

         จากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2579 (PDP 2015) กำหนดให้มีโครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) จ่ายไฟเข้าระบบ (COD) ได้ในปี 2566 เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 1-2 ขนาดกำลังผลิตรวม 1,304 เมกะวัตต์ ที่จะถูกปลดจากระบบภายในปี พ.ศ.2562 และเพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในเขตนครหลวง กฟผ. จึงได้ศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของโครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) ที่จะมาตั้งในบริเวณพื้นที่ของโรงไฟฟ้าวังน้อยในปัจจุบัน เนื่องจากมีความพร้อมด้านพื้นที่และระบบสายส่งไฟฟ้า โดยมีขนาดกำลังผลิตติดตั้งสูงสุด (Gross Capacity) ประมาณ 1,470 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก และน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรอง เมื่อพิจารณากำลังผลิตติดตั้งรวมของโรงไฟฟ้าวังน้อย ตามระบุในแผน PDP2015 ซึ่งในปี 2562 จะมีการปลดโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 1-2 ออกจากระบบ และในปี 2566 จะมีการปลดโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 3 ออกจากระบบ (แต่ยังคงเดินเครื่องในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือ Emergency Standby) ตามลำดับ ภายหลังมีโครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) ในปี 2566 โรงไฟฟ้าวังน้อยจะมีกำลังผลิตติดตั้งรวมประมาณ 2,267.30 เมกะวัตต์ และหากกรณีมีการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 3 แบบ Emergency Standby จะทำให้กำลังการผลิตติดตั้งรวมของโรงไฟฟ้าวังน้อยเพิ่มขึ้นเป็น 2,996.69 เมกะวัตต์

โรงไฟฟ้าวังน้อย กำลังผลิตติดตั้ง (เมกะวัตต์) ปีที่ปลดออกจากระบบไฟฟ้า
ปี 2560 ปี 2566
  กรณีไม่ได้เดินโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 3 กรณีเดินโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 3 แบบ Emergency Standby
ชุดที่ 1 652.13 - - 2562
ชุดที่ 2 652.13 - - 2562
ชุดที่ 3 729.39 - 729.39 2566
ชุดที่ 4 797.30 797.30 797.30 2581
ทดแทนชุดที่ 1-2   1,470 1,470  
รวม 2,830.95 2,267.30 2,996.69  

 

2. ที่ตั้งและขนาดพื้นที่โครงการ

         โครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) จะก่อสร้างบนพื้นที่ว่างบริเวณด้านทิศตะวันออกของโรงไฟฟ้าวังน้อย ในเขตตำบลวังจุฬาและตำบลข้าวงาม อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ห่างจากตัวอำเภอวังน้อยประมาณ 8 กิโลเมตร หรือเหนือกรุงเทพฯ ประมาณ 75 กิโลเมตร และห่างจากถนนพหลโยธิน ประมาณ 1.7 กิโลเมตร โดยมีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ใกล้เคียง ดังนี้

ทิศเหนือ : ติดต่อกับอำเภออุทัยและอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทิศตะวันออก : ติดต่อกับอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี
ทิศใต้ : ติดต่อกับอำเภอหนองเสือและอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
ทิศตะวันตก : ติดต่อกับอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

          ปัจจุบันโรงไฟฟ้าวังน้อยมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1,450 ไร่ โดยโครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) จะใช้พื้นที่ในการก่อสร้างประมาณ 50 ไร่ ประกอบด้วย อาคารโรงไฟฟ้า อุปกรณ์ และสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้า ดังนี้

          (1) อาคารเครื่องกังหันก๊าซ (Gas Turbine Building : GT Building) อาคารเครื่องกังหันไอน้ำ (Steam Turbine Building : ST Building) และอาคารเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generation Building)

          (2) เครื่องผลิตไอน้ำความดันสูงแบบใช้ไอเสีย (Heat Recovery Steam Generator : HRSG)

          (3) หอหล่อเย็น (Cooling Tower)

          (4) ลานไกไฟฟ้า (230 kV GIS Combined Cycle Block Switchyard Building)

          (5) อาคารโรงปรับสภาพน้ำ

          (6) บ่อบำบัดและบ่อพักน้ำทิ้ง

          (7) อาคารประกอบอื่นๆ

3. ขนาดกำลังผลิต

          โครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) มีขนาดกำลังผลิตติดตั้งสูงสุดประมาณ 1,470 เมกะวัตต์ ดังนั้นภายหลังมีโครงการฯ โรงไฟฟ้าวังน้อยจะมีกำลังการผลิตติดตั้งรวมประมาณ 2,267.3 เมกะวัตต์ และหากกรณีมีการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 3 แบบ Emergency Standby จะทำให้กำลังการผลิตติดตั้งรวมของโรงไฟฟ้าวังน้อยเพิ่มขึ้นเป็น 2,996.69 เมกะวัตต์

          โครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) ออกแบบสำหรับการเดินเครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าฐาน (Base Load) มีขนาดกำลังผลิตติดตั้งสูงสุดประมาณ 1,470 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยทั่วไปหากเกิดเหตุขัดข้องกับหน่วยกำลังผลิตไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ จะส่งผลกระทบต่อความถี่ในระบบไฟฟ้า และเพิ่มโอกาสการเกิดไฟฟ้าดับมากกว่าหน่วยผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก กฟผ. จึงได้พิจารณาโครงการฯ ในรูปแบบ Single Shaft Combined Cycle จำนวน 2 หน่วย ขนาดกำลังผลิตติดตั้งสูงสุดหน่วยละ 735 เมกะวัตต์ เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า

          ลักษณะของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมกังหันแก๊สแบบ Single Shaft Combined Cycle เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องกังหันก๊าซ (Combustion Turbine) เครื่องกังหันไอน้ำ (Steam Turbine) และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) โดยใช้พลังงานความร้อนจากการเผาไหม้ เชื้อเพลิง (ก๊าซธรรมชาติ หรือน้ำมันดีเซล) เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเครื่องกังหันแก๊ส และใช้ก๊าซร้อน (Exhaust Gas) ที่ออกจากเครื่องกังหันแก๊สเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานในการผลิตไอน้ำ เพื่อขับเคลื่อนเครื่องกังหันไอน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งต่อร่วมอยู่บนเพลาเดียวกันผลิตกระแสไฟฟ้า

          ก๊าซร้อน (Exhaust Gas) ที่ขับเคลื่อนเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซแล้วยังมีความร้อนสูง โดยมีอุณหภูมิประมาณ 600 องศาเซลเซียส จะถูกนำกลับมาป้อนเข้าสู่เครื่องผลิตไอน้ำความดันสูงแบบใช้ไอเสีย (Heat Recovery Steam Generator : HRSG) โดยถ่ายเทความร้อนให้แก่น้ำภายในท่อ ทำให้น้ำกลายเป็นไอน้ำความดันสูง (High Pressure Steam) และนำไปหมุนเครื่องกังหันไอน้ำ (Steam Turbine) ซึ่งต่อร่วมกันอยู่บนเพลาเดียวกันกับเครื่องกังหันแก๊ส เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าผ่านหม้อแปลงไฟฟ้า ก่อนจ่ายเข้าสู่ระบบต่อไป

          ไอน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้วจากเครื่องกังหันไอน้ำจะถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นน้ำ เพื่อนำกลับไปใช้ในกระบวนการผลิตไอน้ำอีกครั้งหนึ่ง โดยผ่านไอน้ำเข้าสู่เครื่องควบแน่นซึ่งใช้น้ำเป็นตัวหล่อเย็น น้ำหล่อเย็นที่ออกจากเครื่องควบแน่น (Condenser) ซึ่งมีอุณหภูมิสูง จะนำไปผ่านหอหล่อเย็น (Cooling Tower) เพื่อลดอุณหภูมิลงให้ใกล้เคียงกับแหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อนระบายลงสู่บ่อพักน้ำทิ้งและบ่อหน่วงน้ำ

          การออกแบบโรงไฟฟ้าได้กำหนดให้มีค่าการระบายมลสารต่ำ โดยติดตั้งระบบ Dry Low NOx Burner เพื่อควบคุมปริมาณก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดค่ามลสารทางอากาศที่ปล่องของโรงไฟฟ้า เพื่อเฝ้าติดตามการระบายมลสารอย่างต่อเนื่องและนำไปใช้ควบคุมการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า ไม่ให้ปล่อยมลสารทางอากาศเกินกว่าค่าควบคุมที่กำหนด (ไม่เกิน 70 ส่วนในล้านส่วน ที่ 7% O2)

อุปกรณ์หลักของโครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) มีดังต่อไปนี้

          (1) เครื่องกังหันก๊าซ จำนวน 2 เครื่อง มีขนาดกำลังผลิตไฟฟ้าสูงสุดเครื่องละประมาณ 487 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก และใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรอง พร้อมติดตั้งระบบ Dry Low NOx Burner เพื่อควบคุมปริมาณก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx)

          (2) เครื่องกังหันไอน้ำ จำนวน 2 เครื่อง มีขนาดกำลังผลิตไฟฟ้าสูงสุดเครื่องละประมาณ 248 เมกะวัตต์

          (3) เครื่องผลิตไอน้ำความดันสูงแบบใช้ไอเสีย (Heat Recovery Steam Generator : HRSG) จำนวน 2 เครื่อง

          (4) เครื่องกำเนิดไฟฟ้า จำนวน 2 เครื่อง ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้าเครื่องละประมาณ 870 เมกะโวลต์-แอมแปร์

          (5) เครื่องควบแน่น จำนวน 2 เครื่อง ทำหน้าที่ควบแน่นไอน้ำที่ออกจากเครื่องกังหันไอน้ำให้เปลี่ยนสภาพเป็นน้ำ เพื่อนำกลับไปใช้ในระบบผลิตไอน้ำอีกครั้งหนึ่ง

          (6) หอหล่อเย็น จำนวน 2 ชุด ทำหน้าที่ลดอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นที่ระบายมาจากเครื่องควบแน่นให้เย็นลงก่อน เพื่อที่จะนำหมุนเวียนกลับไปใช้ใหม่ โดยมีน้ำบางส่วนระบายออกที่ค่าดัชนีหมุนเวียน 5 รอบ ก่อนระบายลงสู่คลอง 26

          (7) อุปกรณ์ไฟฟ้าหลัก ประกอบด้วย หม้อแปลงไฟฟ้า ทำหน้าที่ แปลงแรงดันไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อจ่ายไฟเข้าสู่ระบบสายส่ง 230 กิโลโวลต์ และอุปกรณ์ตัดต่อวงจรไฟฟ้า

          (8) ระบบควบคุมและอุปกรณ์ตรวจวัด ประกอบด้วย ห้องควบคุมระบบ DCIS (Distributed Control and Information System) ห้องคอมพิวเตอร์ (Computer Room) และห้องอิเล็กทรอนิกส์ และรีเลย์ (Electronic and Relay Room)

 

4. ระบบส่งไฟฟ้า

          ปัจจุบันโรงไฟฟ้าวังน้อยจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบไฟฟ้าของ กฟผ. ผ่านสถานีไฟฟ้าแรงสูงวังน้อย ขนาด 230 กิโลโวลต์ ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับสถานีไฟฟ้าแรงสูงแห่งอื่นๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลด้วยสายส่งไฟฟ้าที่ระดับแรงดัน 230 กิโลโวลต์ สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) จะปรับปรุงสถานีไฟฟ้าแรงสูง และก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้า ขนาด 230 กิโลโวลต์ โดยเชื่อมโยงเข้ากับระบบไฟฟ้าหลักของ กฟผ. ที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงวังน้อย และเพิ่มเติมระบบสื่อสารที่เกี่ยวข้อง

 

5. การใช้เชื้อเพลิง

          โครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) จะใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก จากแหล่งก๊าซธรรมชาติอ่าวไทย โดยขนส่งผ่านทางท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งโครงการฯ มีความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ในอัตราสูงสุดประมาณ 212.82 ล้าน ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรองในกรณีฉุกเฉิน หรือกรณีที่ ปตท. ไม่สามารถส่งก๊าซธรรมชาติได้ตามกำหนด โครงการฯ มีปริมาณความต้องการใช้น้ำมันดีเซล 5.54 ล้านลิตรต่อวัน โดยรับจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยขนส่งทางรถบรรทุกนำมาเก็บไว้ในถังเก็บน้ำมันสำรอง ขนาด 29.45 ล้านลิตร จำนวน 2 ถัง รวมปริมาณน้ำมันดีเซลสำรองทั้งสิ้น 58.90 ล้านลิตร เพื่อสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉิน

 

6. การใช้น้ำ

ระยะก่อสร้าง

          น้ำใช้ในการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) กำหนดให้บริษัทผู้รับเหมาเป็นผู้รับผิดชอบจัดหาน้ำใช้สำหรับการก่อสร้างโครงการ ซึ่งคาดว่าจะมีความต้องการน้ำใช้ระยะก่อสร้างประมาณ 184 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แบ่งออกเป็น น้ำใช้อุปโภค-บริโภค สูงสุดประมาณ 174 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน (คาดการณ์จากคนงานก่อสร้างสูงสุด 2,900 คน ปริมาณการใช้น้ำประมาณ 60 ลิตรต่อคนต่อวัน) และใช้ในกิจกรรมก่อสร้าง ประมาณ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

ระยะดำเนินการ

          ปัจจุบันโรงไฟฟ้าวังน้อยสูบน้ำดิบจากคลองระพีพัฒน์ ที่สถานีสูบน้ำของโรงไฟฟ้าวังน้อย ตำบลหนองแค อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี โดยวางส่งน้ำผ่านท่อขนาด 0.8 เมตร ระยะทาง 18 กิโลเมตร มายังโรงไฟฟ้าวังน้อย มาเก็บกักไว้ในบ่อเก็บน้ำสำรองภายในโรงไฟฟ้า จำนวน 3 บ่อ ความจุรวมประมาณ 885,000 ลูกบาศก์เมตร น้ำดิบจากบ่อเก็บสำรองน้ำจะนำไปผ่านระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ (Pre-treatment) เพื่อผลิตน้ำใช้สำหรับกิจกรรมต่างๆ ของโรงไฟฟ้า เช่น น้ำใช้ในการอุปโภค-บริโภค ของพนักงาน น้ำใช้ในการล้างเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ น้ำใช้ในระบบผลิตน้ำปราศจากแร่ธาตุ และใช้เป็นน้ำหล่อเย็นในระบบระบายความร้อนของเครื่องควบแน่น เป็นต้น

          สำหรับโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) มีความต้องการใช้น้ำดิบจากคลองระพีพัฒน์ สูงสุดประมาณ 44,037 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน นำมาผ่านระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ต่างๆ ภายในโรงไฟฟ้า ได้ประมาณ 43,851 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ดังนี้

          (1) น้ำใช้ในอาคารสำนักงาน ประมาณ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

          (2) น้ำล้างอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักร ประมาณ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

          (3) น้ำใช้ในห้องปฏิบัติการเคมี ประมาณ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

          (4) น้ำใช้ในระบบผลิตน้ำปราศจากแร่ธาตุ ประมาณ 936 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

          (5) น้ำหล่อเย็นในระบบระบายความร้อน ประมาณ 42,880 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

 

7. การระบายมลสารและระบบควบคุม

7.1 มลสารทางอากาศ

ระยะก่อสร้าง

          ผลกระทบต่อคุณภาพอากาศที่เกิดขึ้นในระยะก่อสร้าง ส่วนใหญ่จะเกิดจากการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองที่เกิดจากกิจกรรมการก่อสร้าง การคมนาคมขนส่งคนงานและเครื่องจักรอุปกรณ์ ซึ่งฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่และหนัก ทำให้การฟุ้งกระจายเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณก่อสร้างและจะเกิดในระยะสั้น สำหรับระดับของผลกระทบที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของกิจกรรมและลักษณะของกิจกรรมที่ทำการก่อสร้างในช่วงระยะเวลาต่างๆ ส่วนใหญ่การดำเนินการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างต่างๆ ภายในพื้นที่โครงการฯ จะดำเนินการไม่พร้อมกัน ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเกิดในช่วงระยะเวลาต่างๆ กันด้วย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการก่อสร้างจะต้องมีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบจากฝุ่นละอองเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดด้วย

ระยะดำเนินการ

          โครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก และใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรอง การดำเนินการของโครงการฯ คาดว่าจะมีผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมลสารทางอากาศที่สำคัญ คือ ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และฝุ่นละออง ข้อมูลแหล่งกำเนิดและอัตราการระบายมลสารทางอากาศจากโครงการฯ อย่างไรก็ตามในกรณีเดินเครื่องด้วยก๊าซธรรมชาติ โครงการฯ ได้ติดตั้งหัวฉีดเผาไหม้ (Dry Low NOx Burner) ในห้องเผาไหม้ของเครื่องกังหันก๊าซ เพื่อควบคุมอัตราการอัดก๊าซธรรมชาติเข้าสู่ห้องเผาไหม้ และลดอุณหภูมิ เพื่อควบคุมการเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ส่วนกรณีเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซล โครงการฯ จะใช้ระบบ Dry Low NOx Burner หรือระบบ Water Injection โดยการฉีดน้ำปราศจากแร่ธาตุเข้าสู่ห้องเผาไหม้เพื่อลดอุณหภูมิการเผาไหม้ และลดการเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน สำหรับการตรวจวัดการระบายมลสารจากปล่องของโครงการฯ จะติดตั้งเครื่องตรวจวัดปริมาณก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน แบบต่อเนื่อง (CEMs) ไว้ที่ปล่องระบายอากาศ เพื่อตรวจวัดค่าความเข้มข้นของก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน และควบคุมการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

7.2 น้ำทิ้ง

ระยะก่อสร้าง

          น้ำเสียจากการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) คาดว่ามีน้ำทิ้งสูงสุดประมาณ 149.2 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยเป็นน้ำทิ้งจากการอุปโภคบริโภคของคนงานประมาณ 139.2 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน (คำนวณจากอัตราร้อยละ 80 ของปริมาณน้ำใช้ 174 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน) และน้ำทิ้งจากกิจกรรมก่อสร้างประมาณ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

ระยะดำเนินการ

          ในระยะดำเนินการ โครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) จะมีน้ำทิ้งเกิดขึ้น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ น้ำทิ้งจากกระบวนการผลิต ประมาณ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะเก็บกักใน Holding Pond เพื่อนำไปรดน้ำต้นไม้ และน้ำทิ้งจากการหล่อเย็น ประมาณ 8,888 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะส่งไปยัง Retention Pond เพื่อควบคุมอุณหภูมิน้ำก่อนระบายลงสู่คลอง 26 โดยปริมาณน้ำทิ้งของโรงไฟฟ้าวังน้อยและโครงการฯ

7.3 กากของเสีย

ระยะก่อสร้าง

          ในระยะก่อสร้าง จะมีกากของเสียเกิดขึ้น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่หนึ่งกากของเสียจากพนักงานจะรวบรวมใส่ถังขยะพร้อมฝาปิด และส่งให้หน่วยงานรับกำจัดกากของเสียที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการนำไปกำจัด ส่วนที่สองกากของเสียจากกิจกรรมก่อสร้างที่มีการปนเปื้อน ได้แก่ เศษเหล็ก เศษปูนซีเมนต์ เศษไม้ และน้ำปนเปื้อนน้ำมัน จะรวบรวมเพื่อส่งให้หน่วยงานที่ได้รับอนุญาตนำไปกำจัดต่อไป

ระยะดำเนินการ

          ในระยะดำเนินการ จะมีกากของเสียเกิดขึ้น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่หนึ่งกากของเสียจากพนักงาน จะรวบรวมใส่ถังขยะพร้อมฝาปิด และส่งให้หน่วยงานรับกำจัดกากของเสียที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการนำไปกำจัด ส่วนที่สองกากของเสียจากกระบวนการผลิต ได้แก่ เมมเบรนใช้แล้ว น้ำมันเสื่อมสภาพ และแผ่นไส้กรองอากาศใช้แล้ว จะรวบรวมและจัดเก็บในอาคารเก็บกากของเสีย และประสานงานกับหน่วยงานรับกำจัดกากของเสียที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการนำไปกำจัดต่อไป

 

8. ร่างขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

          โครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) มีขนาดกำลังผลิตติดตั้งสูงสุดประมาณ 1,470 เมกะวัตต์ ทำให้กำลังผลิตติดตั้งโดยรวมของโรงไฟฟ้าวังน้อย กรณีไม่มีการเดินโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 3 รวมเป็น 2,267.3 เมกะวัตต์ และหากกรณีมีการเดินโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 3 แบบ Emergency Standby จะทำให้กำลังการผลิตติดตั้งรวมของโรงไฟฟ้าวังน้อยเพิ่มขึ้นเป็น 2,996.69 เมกะวัตต์ ดังนั้นจึงเข้าข่ายประเภทโครงการที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม วันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2555 เรื่อง กำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่กำหนดให้ประเภทโครงการหรือกิจการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่มีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้าตั้งแต่ 10 เมกะวัตต์ ขึ้นไป เป็นโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

          ดังนั้น กฟผ. จึงดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ครั้งที่ 1 ต่อการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย (ทดแทนชุดที่ 1-2) ณ อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลเมืองลำตาเสา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560 ระหว่างเวลา 09.00-12.00 น.