Black Ribbon

034.jpg

ชี้แจงข้อเท็จจริงประเด็น มีการหมกเม็ดเสนอขออนุมัติให้ กฟผ. รวมสัญญาซื้อขายไฟโครงการเขื่อนน้ำงึม 1 และโครงการเขื่อนเซเสด

20170808 PRE01 02

     ตามที่คอลัมน์ “สังคมข่าว” หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หน้า 5 ฉบับวันที่ 3 สิงหาคม 2560 ได้นำเสนอข่าว โดยมีประเด็นที่กล่าวว่า มีการหมกเม็ดเสนอขออนุมัติให้ กฟผ. รวมสัญญาซื้อขายไฟโครงการเขื่อนน้ำงึม 1 และโครงการเขื่อนเซเสด ของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว ทำให้ราคาค่าไฟฟ้าขึ้นจาก 1.60 บาทต่อหน่วย เป็นราคา 2 บาทต่อหน่วย นั้น

     กฟผ. ขอเรียนชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริง ดังนี้

    1. การซื้อขายไฟฟ้าโครงการเขื่อนน้ำงึม 1 และโครงการเขื่อนเซเสด เป็นความร่วมมือระหว่างไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (ฟฟล.) มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในลักษณะของการให้ความช่วยเหลือและแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า โครงการเขื่อนน้ำงึม 1 เริ่มสัญญาเมื่อ 26 ก.พ. 2549 จนถึงปัจจุบัน ส่วนโครงการเขื่อนเซเสด เริ่มสัญญาเมื่อ 1 พ.ค. 2544 จนถึงปัจจุบัน ราคาที่ กฟผ. รับซื้อไฟฟ้าอยู่ที่ราคาหน่วยละ 1.60 บาท ในช่วงความต้องการไฟฟ้าสูง และราคาหน่วยละ 1.20 บาท ในช่วงความต้องการไฟฟ้าต่ำ มีการใช้ราคาดังกล่าวมาแล้วเป็นเวลา 12 ปี

    2. เนื่องจากสัญญาโครงการเขื่อนน้ำงึม 1 และสัญญาโครงการเขื่อนเซเสด มีคู่สัญญาเป็นบุคคลเดียวกัน (กฟผ. และ ฟฟล.) เงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญาฯ เหมือนกัน ราคาซื้อขายไฟฟ้าเป็นราคาเดียวกัน และปัจจุบันอายุสัญญาจะหมดอายุพร้อมกัน ในวันที่ 30 ก.ย. 2560 ดังนี้ เพื่อให้การบริหารสัญญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นสมควรให้รวมสัญญาทั้งสองเป็นสัญญาเดียว

    3. ราคารับซื้อไฟฟ้าสำหรับสัญญาใหม่ของ ฟฟล. พิจารณาจากต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ ฟฟล. ที่มีทั้งต้นทุนจากโรงไฟฟ้าเดิม และต้นทุนจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่/ปรับปรุงเพิ่มเติมโรงไฟฟ้าเดิม รวมทั้งพิจารณาว่าราคารับซื้อไฟฟ้าจาก ฟฟล. ต้องแข่งขันกับทางเลือกอื่นๆ ในการผลิตไฟฟ้าในไทยได้ โดยได้ข้อสรุปที่ราคารับซื้อไฟฟ้าหน่วยละ 2 บาท ในช่วงความต้องการไฟฟ้าสูง และราคาหน่วยละ 1.60 บาท ในช่วงความต้องการไฟฟ้าต่ำ

    4. สัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่นี้ คณะอนุกรรมการประสานความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้พิจารณาอย่างรอบคอบและนำเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)