Black Ribbon

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ชี้แจงปัญหาฝุ่นละอองไม่เกิน 2.5 ไมครอน ( PM 2.5 ) ในประเทศไทย

2017 08 15 PRE01 01

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ชี้แจงปัญหาฝุ่นละอองไม่เกิน 2.5 ไมครอน ( PM 2.5 ) ในประเทศไทย

         นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวชี้แจงประเด็นปัญหาฝุ่นละอองไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในประเทศไทยเกิน WHO มาตรฐาน กรมควบคุมมลพิษ ว่า กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประมวลค่าเฉลี่ยของความเข้มข้นฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 19 จุดใน 14 เมืองทั่วประเทศไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 ระบุค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ทั้ง 14 เมืองเกินค่าความปลอดภัยตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในเขตเมืองเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน กรีนพีซเรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษปรับปรุงดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย โดยนำค่าเฉลี่ยของฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) มาใช้ในการคำนวณค่าดัชนีคุณภาพอากาศ

         • องค์การอนามัยโลกได้ออกข้อแนะนำเรื่องการกำหนดมาตรฐานของฝุ่นละอองทั้ง 2 ขนาด ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) และ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)

         • คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้มีการกำหนดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้ติดตามตรวจสอบปริมาณฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีสถานีตรวจวัดจำนวน 63 สถานี ใน 33 จังหวัด และนำค่ามลพิษทางอากาศ รวมถึงฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) มาใช้ในการคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI)

         • ในปี 2548 องค์การอนามัยโลก ได้ออกข้อแนะนำเพิ่มเติมในการกำหนดค่าเป้าหมายของค่ามาตรฐานเฉลี่ย 1 ปี กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เป็น 4 ระดับ ได้แก่ 35 25 15 และ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขึ้นกับระดับการพัฒนาและความพร้อมของแต่ละประเทศที่จะพิจารณานำค่าเป้าหมายไปปฏิบัติ

         • ต่อมาในปี 2553 คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ดำเนินการตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก โดยกำหนดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 1 ปี ไม่เกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเริ่มติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในปี 2554 ปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดฝุ่นขนาดเล็กแล้ว จำนวน 26 สถานี ใน 18 จังหวัด และมีแผนจะขยายให้ครอบคลุมทุกสถานี ในปี 2563

         • จากรายงานข่าวกรีนพีซพบ 14 เมืองทั่วไทย มีฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เกินค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก เมื่อกรมควบคุมมลพิษตรวจสอบข้อมูลและประมวลผลการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ( PM2.5 ) เฉลี่ย 1 ปี ตั้งแต่กรกฏาคม 2559 - มิถุนายน 2560 พบจังหวัดที่มีค่าเกินมาตรฐาน 6 จังหวัด โดยค่าที่ตรวจวัดอยู่ในช่วง 19-39 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร

         • รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหามลพิษทุกประเภท สำหรับการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ ได้ให้การสนับสนุนสถานีและเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศเพื่อติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ โดยจะมีการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ให้ครอบคลุมในปี 2563 โดยระหว่างนี้กรมควบคุมมลพิษได้มีการพัฒนาระบบการรายงานค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) และอยู่ระหว่างทดสอบระบบการรายงานผ่านแอพพลิเคชั่น AIR4THAI

         เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศและเครื่องมือตรวจวัดของประเทศไทยเป็นที่ยอมรับระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะกำหนดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ให้เป็นไปตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการดำเนินงาน ลด และควบคุมการระบายฝุ่นละอองขนาดเล็กต่อไป

         ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดการปัญหาคุณภาพอากาศเป็นรูปธรรมและเกิดประสิทธิผล กรมควบคุมมลพิษจึงได้จัดทำยุทธศาสตร์การจัดการคุณภาพอากาศ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ซึ่งรวมถึงการจัดการปัญหาฝุ่นขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ด้วย โดยมียุทธศาสตร์การดำเนินงาน 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1) เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคุณภาพอากาศ 2) ลดมลพิษทางอากาศในพื้นที่วิกฤต 3) ยุทธศาสตร์จัดการคุณภาพอากาศและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วม (Co-Benefit) 4) ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ยุทธศาสตร์ดังกล่าว มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยการปรับปรุงมาตรฐาน มาตรการเพื่อควบคุมการระบายมลพิษจากรถยนต์และภาคอุตสาหกรรม การลดการเผาในที่โล่ง รวมถึงการเสริมสร้างองค์ความรู้ การสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนในการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ รวมทั้งการประสานความร่วมมือกับต่างประเทศทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล นอกจากนี้ยังมีการควบคุมการระบายมลพิษจากแหล่งกำเนิด เช่น การจราจร การคมนาคมขนส่ง อตุสาหกรรม การเผาในที่โล่ง โดยการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน มาตรฐานเครื่องยนต์ รวมถึงการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อปท. กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงสาธารณสุข ให้กำหนดมาตรฐาน มาตรการในการควบคุมและลดมลพิษทางอากาศต่อไป

         อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีนโยบายให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติขึ้น เพื่อรวบรวมข้อมูลทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับมลพิษของแต่ละหน่วยงานและระดับพื้นที่ เพื่อบูรณาการการทำงานในการจัดการปัญหามลพิษ ซึ่งรวมถึงการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศด้วย โดยมีเบอร์สายด่วน Hotline 1650 ในการรับเรื่องร้องเรียนและให้คำปรึกษาด้านการจัดการมลพิษทางสิ่งแวดล้อม

 

ข้อมูลข่าวและแหล่งที่มา

ผู้สื่อข่าว : อรจินดา บุรสมบูรณ์

ผู้เรียบเรียง : อรจินดา บุรสมบูรณ์

แหล่งที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์