034.jpg

ราชบุรีโฮลดิ้ง เผยกำไรครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นร้อยละ 51 จากปีก่อน ตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตปีนี้ให้ได้ 7,500 เมกะวัตต์

          ราชบุรีโฮลดิ้งรายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก พบกำไร 3,559.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 50.8 จากงวดเดียวกันของปีก่อน ตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตให้เติบโตถึง 7,500 เมกะวัตต์ ภายในปีนี้

20170811-MIS01-01

          นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินงานปีนี้ตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตให้เติบโตถึง 7,500 เมกะวัตต์ โดยในครึ่งปีแรกบริษัทฯ สามารถดำเนินงานก้าวหน้าได้กว่าร้อยละ 98 เมื่อเทียบกับเป้าหมายของปีนี้ สำหรับกำไรที่เติบโตขึ้นสะท้อนถึงประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าที่สามารถสร้างผลตอบแทนดีขึ้น และคาดว่าเป้าหมายปีนี้จะสามารถดำเนินการได้สำเร็จ เพราะยังมีโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประมาณ 1,002 เมกะวัตต์ที่อยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งบางโครงการมีความเป็นไปได้ที่จะข้อสรุปในปีนี้

          “แนวโน้มการดำเนินงานปีนี้ จะมุ่งเน้นเพิ่มกำลังผลิตจากการลงทุนใหม่ในธุรกิจผลิตไฟฟ้า พลังงานทดแทน โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน และธุรกิจอื่นนอกภาคพลังงานและไฟฟ้า โดยเป้าหมายการลงทุนครอบคลุมประเทศอาเซียนและจีน ซึ่งมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ก็รักษาการเติบโตของรายได้จากการบริหารประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าหงสา (1,878 เมกะวัตต์) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งปีนี้กำหนดค่าความพร้อมจ่ายเทียบเท่า (Equivalent Availability Factor) ไว้ที่ประมาณร้อยละ 80 นอกจากนี้ ยังต้องควบคุมการก่อสร้างโรงไฟฟ้าอีก 4 แห่ง กำลังผลิตรวม 517 เมกะวัตต์ให้คืบหน้าตามแผนงาน” นายกิจจากล่าว

          ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ 360 เมกะวัตต์เทียบเท่า ส่งผลให้กำลังผลิตรวมเติบโตขึ้นเป็น 7,373 เมกะวัตต์เทียบเท่า จากการลงทุนใน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและรถไฟฟ้าสายสีเหลือง กำลังผลิตเทียบเท่า 191 เมกะวัตต์ โครงการพลังงานความร้อนร่วม Riau ในอินโดนีเซีย กำลังผลิตตามการถือหุ้น 134.75 เมกะวัตต์ และโครงการ Collinsville Solar PV กำลังผลิตตามการถือหุ้น 34 เมกะวัตต์

          นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการที่สร้างอีก 4 แห่ง รวมกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 517 เมกะวัตต์ ซึ่งมีความคืบหน้าตามแผนงานที่วางไว้ ประกอบด้วย โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเมาท์เอเมอรัลด์ ในออสเตรเลีย กำลังผลิตตามการถือหุ้น 144.36 เมกะวัตต์ กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ปี 2561 โครงการพลังงานน้ำเซเปียน เซน้ำน้อย ใน สปป.ลาว กำลังผลิตตามการถือหุ้น 102.5 กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ปี 2562 เช่นเดียวกับโครงการเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น จังหวัดราชบุรี กำลังผลิตตามการถือหุ้น 34.73 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟังเชงกัง ระยะที่ 2 ในสาธารณรัฐประชาชนจีน กำลังผลิตตามการถือหุ้น 236 เมกะวัตต์ มีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ในปี 2564

          สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้จำนวน 23,123.98 ล้านบาท หากไม่รวมค่าเชื้อเพลิงจากบริษัทย่อย รายได้รวมมีจำนวน 7,958.88 ล้านบาท โดยรับรู้กำไร จำนวน 3,559.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 50.8 จากงวดเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 2.45 บาท ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าและสัญญาทางการเงินมีสัดส่วนร้อยละ 71.6 ของรายได้รวม และรายได้จากส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้ามีสัดส่วนร้อยละ 24.0 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลจากส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าหงสา ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม มีจำนวน 19,911.97 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 18

          ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 97,113.71 ล้านบาท หนี้สินจำนวน 33,729.63 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 63,384.08 ล้านบาท กำไรสะสมจำนวน 50,572.08 ล้านบาท