Black Ribbon

023.jpg

กฟผ. จับมือ หน่วยงานภาคี ผนึกกำลังโครงการ Dark Sky สร้างสมดุลการอยู่ร่วมของธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตบนดอยอินทนนท์

20170907 PRE01 04

         กฟผ. ร่วมกับ หน่วยงานภาคี ลงนามความร่วมมือโครงการ Dark Sky เพื่อศึกษาวิจัย และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพบนดอยอินทนนท์ เพื่อลดมลภาวะทางแสง ลดค่าไฟฟ้า รักษาสมดุลระบบนิเวศ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนของธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต

20170907 PRE01 02

         วันนี้ (6 กันยายน 2560) นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า โครงการ Dark Sky เป็นความร่วมมือของ 5 หน่วยงาน ได้แก่ กฟผ. สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อศึกษาและวิจัยการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ดอยอินทนนท์ทุกมิติ ทั้งด้านการใช้พลังงานไฟฟ้า ด้านดาราศาสตร์ ด้านเกษตรกรรม ระบบนิเวศ อีกทั้งยังส่งเสริมให้เขตพื้นที่ดอยอินทนนท์เป็นเขตสงวนเพื่อท้องฟ้ายามราตรี เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนของธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต อีกทั้งเป็นการสร้างองค์ความรู้ในการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างในภาคการเกษตรบนดอยอินทนนท์ ที่นิยมปลูกดอกเบญจมาศ ดอกไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้หลักให้กับชุมชน และมีการใช้แสงสว่างสำหรับการเจริญเติบโตของดอกเบญจมาศในช่วงกลางคืน โดย กฟผ. ได้ทำการทดลองเชิงเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้แสงสว่างระหว่างแปลงปลูกดอกเบญจมาศที่ใช้หลอดตะเกียบ (ที่ชุมชนใช้อยู่เดิม) กับการใช้หลอด LED แล้วพบว่า การเจริญเติบโตของดอกเบญจมาศไม่แตกต่างกัน แต่หลอดตะเกียบทำให้เกิดแสงฟุ้งกระเจิงขึ้นสู่ท้องฟ้ามากเกินความจำเป็น ทำให้เกิดมลภาวะทางแสง (Light Pollution) ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ สำหรับหลอด LED มีคุณสมบัติส่องแสงสว่างลงด้านล่าง ไม่ทำให้เกิดแสงฟุ้งกระเจิงบดบังความงามของดวงดาวบนท้องฟ้า ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศให้กลับคืนตามธรรมชาติ อีกทั้งสามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ถึงร้อยละ 50 ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้า ซึ่งตอบโจทย์ภารกิจ กฟผ. ในการผลิตไฟฟ้า ควบคู่กับการดูแลรักษาสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการดำเนินงานการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้าในทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ

20170907 PRE01 03

         ทั้งนี้ การดำเนินงานการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า (Demand Side Management ) ของ กฟผ. มุ่งหมายให้การใช้ไฟฟ้าในทุกภาคส่วนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการปลูกจิตสำนึกด้านการประหยัดพลังงานแก่ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งจากการดำเนินงานดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ประเทศประหยัดพลังงานลงได้ประมาณ 4,380 เมกะวัตต์ ลดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 26,000 ล้านหน่วย และช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน ด้วยการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศลงได้ 14.8 ล้านตัน

         นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงการสนับสนุนว่า กรมอุทยานฯ มีภารกิจในการอนุรักษ์ ส่งเสริมและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ด้วยการควบคุมป้องกันพื้นที่ป่าอนุรักษ์เดิม และพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาสมบูรณ์ รวมทั้งการปลูกจิตสำนึกให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรท้องถิ่น เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น จึงให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และสังคมชุมชน ดำเนินการลดผลกระทบในการใช้แสงสว่างส่วนเกินจากชุมชนในเขตพื้นที่ดอยอินทนนท์ ให้เป็นพื้นที่เขตสงวนเพื่อท้องฟ้ายามราตรี รวมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รักษาพื้นที่ป่าไม้ในเขตดอยอินทนนท์ให้มีความเหมาะสม และมีความสมบูรณ์เพื่อเป็นมรดกทางธรรมชาติของประเทศ

20170907 PRE01 05

         ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวถึงการดำเนินงานว่า สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ฯ ได้นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปสู่ชุมชนและจังหวัดโดยใช้ดาราศาสตร์เป็นสื่อ รวมทั้งศึกษา วิจัย ทดลอง ให้ความรู้และความเข้าใจทางดาราศาสตร์ กระจายไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมา สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ฯ ได้มีความร่วมมือกับทั้ง 4 หน่วยงาน ในการจัดกิจกรรมทางดาราศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการทำบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนสำคัญในการตอบสนองภารกิจการส่งเสริมด้านดาราศาสตร์ เนื่องจากดอยอินทนนท์ เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ที่มีนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เข้ามาสัมผัสความเป็นธรรมชาติของดอยอินทนนท์จำนวนมาก การลงนามในครั้งนี้ จึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างคุ้มค่า เป็นพลังขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มีความเข้มแข็ง สามารถเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายการประสานงานอย่างเป็นรูปธรรม อันจะก่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

         รองศาสตราจารย์ ดร. ณัฐา โพธาภรณ์ ที่ปรึกษามูลนิธิโครงการหลวง กล่าวถึงความร่วมมือว่า มูลนิธิโครงการหลวง มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้การสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัยและทดลองการใช้ไฟฟ้าแสงสว่าง ในโครงการฯ นี้ ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานจะถือว่าเป็นผลงานร่วมกันของทุกฝ่าย และเกิดองค์ความรู้ด้านส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างในภาคการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสม รวมถึงสร้างผลประโยชน์สูงสุดในเขตพื้นที่ดอยอินทนนท์

20170907 PRE01 01

         ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงการดำเนินงานว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ความสำคัญในการผลิตผลงานวิจัยที่สร้างองค์ความรู้ใหม่ และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมให้เข้มแข็ง ซึ่งการศึกษาและวิจัย ในโครงการฯ นี้ ถือว่าก่อให้เกิดประโยชน์ให้กับประชากรในพื้นที่เขตดอยอินทนนท์ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างคุณค่าให้กับท้องถิ่น ดังนั้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในความร่วมมือกับอีก 4 หน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินโครงการนี้บรรลุวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติต่อไป