ตอบทุกประเด็นสงสัย สถานการณ์ไฟฟ้าภาคใต้

20171024 ART01 08

          บทความของ อ.ประสาท มีแต้ม เผยแพร่ Manager Online เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2560 https://mgronline.com/daily/detail/9600000105116 ยังมีบางประเด็นที่เห็นควรชี้แจงสร้างความเข้าใจเพิ่มเติม เพื่อเป็นข้อมูลและสร้างความเข้าใจยิ่งขึ้นต่อการพัฒนาไฟฟ้าของประเทศ อาทิ บทความได้ตั้งคำถามว่า “กฟผ.ไม่ได้ตอบคำถามใหญ่ของผม คือ ปัจจุบันกำลังการผลิตไฟฟ้าล้นเกิน ผมได้ตั้งคำถามเอง ตอบเองว่า “ประเทศไทยทำไมโรงไฟฟ้าจึงทำงานลดลงจาก 18 ชั่วโมงในปี 2545 ลงมาเหลือ 12 ชั่วโมงในปี 2559 เรื่องนี้ไม่สามารถตอบเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากเรามีโรงไฟฟ้ามากเกินไปเท่านั้นเอง”

         กฟผ. ขอเรียนว่า การพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าในอนาคตให้มีความมั่นคงและเพียงพอ หน่วยงานผู้เกี่ยวข้องด้านพลังงานของประเทศมีการวางแผนบริหารจัดการกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศให้เหมาะสม การเพิ่มกำลังผลิตในแต่ละปีเกี่ยวข้องกับสมมุติฐานการเติบโตของการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทย ซึ่งเกี่ยวพันกับการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก

         ดังนั้นการประเมินเพิ่มกำลังผลิตในแต่ละปีจะอยู่บนสมมุติฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตั้งไว้ตามที่ควรจะเป็น แต่ในความเป็นจริงการเติบโตทางเศรษฐกิจมีปัจจัยที่กระทบมากมายทั้งควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ จึงทำให้กำลังผลิตที่มีการเตรียมไว้ในแผน อาจจะมีค่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานหรือต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ควรจะเป็น

         ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยนี้ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับประเทศอื่นๆในโลกเช่นกัน ตัวอย่างเช่นประเทศมาเลเซียตามข้อมูลด้านล่าง จะเห็นได้ว่ากำลังผลิตที่เตรียมไว้ของประเทศมาเลเซียก็มีค่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานในบางปีเช่นกัน เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมให้อยู่ตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ได้

20171024 ART01 01

ที่มาแหล่งข้อมูล http://www.st.gov.my/index.php/ms/download-page/category/106-outlook.html?download=591:peninsular-malaysia-electricity-supply-industry-outlook-2016
กำลังผลิตสำรองประเทศมาเลเซีย ระหว่างปี 2533-2560

20171024 ART01 02

กำลังผลิตสำรองประเทศไทย ระหว่างปี 2533-2560

การกระจายตัวโรงไฟฟ้าในแต่ละภูมิภาค

         จากข้อมูลที่กล่าวมา เมื่อพิจารณาร่วมกับข้อมูลเกี่ยวกับการกระจายตัวของโรงไฟฟ้าในปี 2558 ตามบทความของ Manager Online นำเสนอนั้น จะพบว่า การกระจายตัวโรงไฟฟ้าในแต่ละภูมิภาค ช่วยเสริมให้เกิดความมั่นคงทางพลังงานผ่านสายส่งระหว่างกันได้ แต่ขณะเดียวกันภาคใต้ยังก็มีแนวโน้มที่จะขาดแคลนไฟฟ้ามากกว่าภาคอื่น

20171024 ART01 03

ที่มาแหล่งข้อมูล บทความ Manager Online https://mgronline.com/daily/detail/9600000102768
การกระจายตัวของโรงไฟฟ้าปี 2558

         ภาคกลาง เป็นภาคที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าเกินความต้องการใช้ไฟฟ้ามากที่สุด เนื่องจากมีศักยภาพความพร้อมในการสร้างโรงไฟฟ้า ทั้งด้านเชื้อเพลิงก๊าซฯและพื้นที่การก่อสร้าง กำลังผลิตไฟฟ้าภาคกลางจึงเป็นกำลังผลิตหลักเพื่อรองรับการจ่ายไฟฟ้าให้กรุงเทพฯและปริมณฑลที่ประสบปัญหากำลังผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอ เนื่องจากติดข้อจำกัดในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า โดยภาคกลางส่งไฟฟ้าให้กรุงเทพฯและปริมณฑลผ่านสายส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงหลายจุดจึงไม่พบปัญหาเกี่ยวกับการส่งผ่านไฟฟ้าระหว่างกัน สำหรับภาคอื่นๆที่มีกำลังผลิตไฟฟ้ามากกว่าการใช้ไฟฟ้ารองลงมาคือ ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ตามลำดับ

20171024 ART01 04

กำลังผลิตไฟฟ้าภาคใต้เทียบคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าระบบ กฟผ.

20171024 ART01 05

การประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้าระบบ กฟผ.

         ในประเด็นที่บทความกล่าวว่า “เรามีโรงไฟฟ้าชีวมวลและไบโอก๊าซในภาคใต้อีก 176 เมกะวัตต์ (ซึ่ง กฟผ.ไม่เอ่ยถึง) กระจายตัวอยู่ในจังหวัดของภาคใต้ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ติดต่อกันตลอด 300 วัน (มี plant factor สูงกว่าโรงไฟฟ้าจะนะและขนอม) สามารถนำมาลดความต้องการไฟฟ้าสูงสุดซึ่งเกิดขึ้นรวมกันปีละไม่กี่ชั่วโมงได้สบายๆ”

         ขอชี้แจงว่า การที่กำลังผลิตไฟฟ้าของภาคใต้เพียงอย่างเดียวตามรูปที่ 4 พิจารณาเฉพาะในส่วนของระบบ กฟผ. เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ กฟผ. ดูแลเป็นความต้องการใช้ไฟฟ้าสุทธิที่หักในส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่เข้าระบบ กฟภ. (VSPP) ซึ่งตัดความต้องการใช้ไฟฟ้าบางส่วนไปแล้วตามรูปที่ 5 ทำให้กำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนขนาดเล็กที่จ่ายเข้าระบบ กฟภ.(VSPP) ซึ่งข้อมูลในปัจจุบันมีปริมาณ 98 โรง กำลังผลิตรวม 318.68 MW ประเภทเชื้อเพลิง ชีวมวล, ไบโอก๊าซ และอื่นๆ ในภาคใต้ถูกนำมาประเมินความเพียงพอกำลังผลิตด้วยแล้ว

         นอกจากนิ้ การที่ไม่รวมความสามารถของระบบส่งไฟฟ้าไทย-มาเลเซีย(HVDC) และไม่รวมความสามารถของสายส่งเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค เนื่องจากทั้ง 2 ส่วน เปรียบเสมือนเป็นกำลังผลิตสำรองเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยต่อกำลังผลิตไฟฟ้าในภาคใต้

กำลังผลิตที่เพียงพอ ทำให้รองรับเหตฉุกเฉินได้ดี

         ทั้งนี้ การที่กำลังผลิตไฟฟ้าและความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคใต้ในปัจจุบันมีค่าใกล้เคียงกัน แต่ในความเป็นจริง กำลังผลิตไฟฟ้าที่มีอยู่ในภาคใต้ อาจเกิดเหตุฉุกเฉินไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ หรือมีวาระการบำรุงรักษาเป็นประจำเหมือนอุปกรณ์อื่นๆทั่วไป ส่งผลให้ภาคใต้อาจจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอในพื้นที่ในบางเวลา ภาคใต้ก็จะต้องใช้ความสามารถสายส่งเชื่อมโยงรับไฟฟ้าจากภาคอื่นชดเชยกำลังผลิตไฟฟ้าที่ขาดหายไป ประกอบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคใต้มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อให้เกิดความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีกำลังผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ให้เพียงพอรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ตนเองที่เพิ่มขึ้น

         ซึ่งทุกภูมิภาคที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอมีความจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมในพื้นที่ตนเองเช่นกัน แต่การสร้างโรงไฟฟ้า 1 โรงจะต้องใช้ระยะเวลาในการวางแผนและการก่อสร้างรวมประมาณ 4-5 ปี ดังนั้น หน่วยงานผู้เกี่ยวข้องด้านพลังงานของประเทศจึงต้องมีการวางแผนและเตรียมการดำเนินการล่วงหน้าเพื่อให้การจ่ายไฟฟ้ามีความมั่นคงและเพียงพอ รองรับการใช้ไฟฟ้าในอนาคตได้

กระจายการใช้เชื้อเพลิง หลักประกันด้านความมั่นคงทางพลังงาน

         อย่างไรก็ตามปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณาในการวางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าคือ การกระจายชนิดเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า เพื่อลดความเสี่ยงในการใช้เชื้อเพลิงชนิดใดมากเกินไป ในปัจจุบันประเทศไทยผลิตไฟฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิงก๊าซฯเป็นสัดส่วนหลักมากถึงประมาณ 65% หากเชื้อเพลิงก๊าซฯไม่สามารถจ่ายได้เนื่องจากมีการทำงานบำรุงรักษาหรือหยุดจ่ายฉุกเฉิน โดยเฉพาะในภาคใต้เมื่อมีการหยุดจ่ายก๊าซฯ JDA เพื่อบำรุงรักษาประจำปี ระบบไฟฟ้าภาคใต้จะมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทันที ต้องเดินเครื่องโรงไฟฟ้าด้วยน้ำมันทดแทน ส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนผลิตไฟฟ้าโดยรวมสูงขึ้น เมื่อพิจารณาข้อมูลในภาพรวมทั้งหมดพบว่าการเสริมกำลังผลิตไฟฟ้าภาคใต้ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต การกระจายของการใช้เชื้อเพลิงเพื่อการผลิตไฟฟ้าก็มีความสำคัญร่วมด้วยเช่นกัน

จากที่กล่าวมาแล้ว กฟผ. ขอสรุปและเพิ่มเติมบางประเด็นเกี่ยวกับไฟฟ้าภาคใต้ ดังนี้

เรื่องไฟฟ้าล้นเกิน

         ปัจจุบันโรงไฟฟ้าในประเทศมีปริมาณมากจริง แต่ถ้าหากพิจารณาโรงไฟฟ้าแยกตามภูมิภาคแล้ว จะเห็นว่าภาคใต้มีโรงไฟฟ้าใกล้เคียงกับปริมาณผู้ใช้ไฟฟ้ามาก แต่โรงไฟฟ้าทุกโรงจะต้องมีการหยุดบำรุงรักษาประจำปี เมื่อโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่หยุดซ่อม จะส่งผลทำให้ภาคใต้อาจจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าน้อยกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้า ภาคใต้จะต้องรับไฟฟ้าจากภาคกลางมาใช้ ซึ่งสายส่งเชื่อมโยงก็มีข้อจำกัดในการส่งผ่านไฟฟ้าตามเทคนิคของวิศวกรรมไฟฟ้า (Stability Limit) การสร้างโรงไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคจึงมีความสำคัญ

ความเสี่ยงไฟฟ้าดับ

         โอกาสเกิดไฟฟ้าดับใหญ่ในประเทศไทยนั้นสามารถเกิดได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ แต่มีโอกาสเกิดได้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องพลังงานของประเทศมีการเตรียมการวางแผนป้องกันไว้เป็นอย่างดี ยกเว้นกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย นอกเหนือการคาดการณ์ ก็จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงไฟฟ้าดับได้ ในพื้นที่ภาคใต้นั้นมีความแตกต่างจากภาคอื่นๆ มีความเสี่ยงในการเกิดไฟฟ้าดับมากกว่าภาคอื่นๆของประเทศ เนื่องจากลักษณะทางกายภาพที่มีการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับภาคกลางผ่านสายส่งไฟฟ้าที่มีระยะทางยาวมากและเชื่อมโยงเพียงจุดเดียว แต่ภาคอื่นๆในประเทศมีการเชื่อมโยงระหว่างภาคในหลายๆจุด ดังนั้นภาคใต้จึงมีความเสี่ยงไฟฟ้าดับมากกว่า ถึงแม้ปัจจุบันโรงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้จะมีปริมาณมากกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ แต่ผู้ใช้ไฟฟ้าภาคใต้มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นทุกปีอย่างมีนัยสำคัญ การสร้างโรงไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคจึงมีความสำคัญ เพื่อลดการพึงพาการใช้ไฟฟ้าจากภาคอื่นๆ

การส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปภาคใต้

         เนื่องจากลักษณะทางกายภาพที่มีการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าภาคใต้กับภาคกลางผ่านสายส่งไฟฟ้าที่มีระยะทางยาวมากและเชื่อมโยงเพียงจุดเดียว หากมีการใช้งานสายส่งไฟฟ้าเต็มความสามารถ กรณีเกิดเหตุการณ์สุดวิสัยที่ทำให้สายส่งไฟฟ้าขัดข้องไม่สามารถใช้งานสายส่งไฟฟ้าได้ อาจนำมาซึ่งไฟฟ้าดับในปริมาณมาก ดังนั้นกรณีใช้งานสายส่งไฟฟ้าปกติ เราจะไม่ใช้งานสายส่งไฟฟ้าเต็มความสามารถ โดยเฉพาะสายส่งไฟฟ้าที่มีหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างภาค เราจะใช้งานในปริมาณหนึ่งเท่านั้น และเก็บความสามารถสูงสุดเสมือนเป็นกำลังผลิตสำรองเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน

การเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าจะนะและโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ที่เห็นว่ามี Plant factor ต่ำ

         หลักการสั่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า กฟผ. ต้องสั่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีลำดับต้นทุนผันแปรจากราคาต่ำสุดก่อนเป็นลำดับแรก โรงไฟฟ้าจะนะเป็นโรงไฟฟ้าใหม่เมื่อหลายปีที่ผ่านมาซึ่งมีต้นทุนผันแปรต่ำ แต่ปัจจุบันในพื้นที่ภาคใต้มีโรงไฟฟ้าขนอมเป็นโรงไฟฟ้าใหม่ที่เดินเครื่องเข้ามาในระบบและมีต้นทุนผันแปรต่ำกว่า เพื่อให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าโดยรวมของประเทศมีราคาต่ำ กฟผ. จึงต้องสั่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าขนอมก่อนโรงไฟฟ้าจะนะ ดังนั้นการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะจะลดน้อยลง Plant factor จะมีค่าต่ำลง ทุกโรงไฟฟ้าในประเทศโดยรวมจะเป็นเช่นนี้

หลักการสั่งการเดินเครื่อง

         การสั่งการเดินเครื่องของ กฟผ. นั้นได้ปฏิบัติตามหลักการสั่งการเดินเครื่อง ดังนี้

         1) Must Run เป็นโรงไฟฟ้าที่มีความจำเป็นต้องเดินเครื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับกรณีมีอุปกรณ์ในระบบไฟฟ้าหยุดการทำงานทันที 1 อุปกรณ์ ถึงแม้ว่าโรงไฟฟ้าจะมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงก็ตาม ส่วนใหญ่เกิดจากข้อจำกัดของระบบส่ง ซึ่งสามารถแก้ไขให้ลดลงได้โดยการพัฒนาเพิ่มศักยภาพของระบบส่งให้มากขึ้น

         2) Must Take เป็นโรงไฟฟ้าที่ต้องเดินเครื่องตามพันธะผูกพันทางสัญญา ซึ่งมีด้วยกัน 2 แบบ คือ สัญญาซื้อขายก๊าซฯ และ สัญญาซื้อขายไฟฟ้า

         3) Merit Order เป็นการสั่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่ลำดับต้นทุนผันแปรจากต่ำสุดเรียงลำดับไปจนกว่าการผลิตเป็นไปตามความต้องการใช้ไฟฟ้า

         ซึ่ง กฟผ. ได้ปฏิบัติตามหลักข้างต้นมาโดยตลอด เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง เชื่อถือได้ มีคุณภาพตามมาตรฐาน และมีราคาค่าไฟฟ้าเหมาะสม พร้อมทั้งส่งข้อมูลสรุปการสั่งการเดินเครื่องของ กฟผ. ให้หน่วยงานกำกับกิจการพลังงานตรวจสอบการดำเนินการทุกเดือน

การซื้อขายไฟฟ้าจากลาวไปมาเลเซียผ่านสายส่งภาคกลางไปภาคใต้ของไทย แสดงถึงความสามารถของสายส่งยังเหลือพอจริงหรือไม่

20171024 ART01 06

         ข้อสงสัยประการหนึ่ง เรื่องสายส่งเต็ม แต่ กฟผ. ได้มีการร่วมลงนามกับ สปป.ลาว และมาเลเซีย ในสัญญา ซื้อขายไฟฟ้าจากลาวไปขายให้แก่มาเลเซียผ่านไทย (LTM on Power Integration Project) โครงการ LTM ดังกล่าว เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ ไทย กลายเป็นศูนย์กลางในการส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าของภูมิภาคในอนาคต ซึ่งแนวโน้มอนาคตจะมีการซื้อขายไฟฟ้าข้ามประเทศในลักษณะดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งดูได้จากประเทศในยุโรปมีการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าและส่งพลังงานไฟฟ้ากันระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการพึ่งพาและใช้ประโยชน์ของระบบไฟฟ้าให้มากที่สุด

         สำหรับโครงการ LTM จะเกิดการซื้อขายเมื่อมีองค์ประกอบครบดังนี้

         1. ลาว มีกำลังผลิตเหลือพร้อมขาย

         2. ไทย ระบบส่งไฟฟ้าต้องพร้อมในการส่งผ่านพลังงานไฟฟ้า โดย ไทย จะได้รับค่าส่งผ่าน Wheeling Charge เป็นค่าตอบแทน

         3. มาเลเซีย ประสงค์ซื้อไฟฟ้า

         กล่าวโดยสรุป คือ การส่งไฟฟ้าจากลาวไปมาเลเซียตามสัญญานี้ จะเกิดขึ้นได้ เมื่อไทยมีความพร้อมด้านสายส่ง หากสายส่งไทยไม่พร้อม คือมีความจำเป็นต้องส่งไฟฟ้าให้ภาคใต้ของไทยก่อน ก็ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าไปยังมาเลเซียได้ เป็นการใช้สายส่ง ภาคกลาง-ภาคใต้ ให้เกิดประโยชน์เต็มที่ จากการที่สามารถส่งไฟฟ้าได้สูงสุด 600 เมกะวัตต์ เมื่อภาคใต้ของไทย ต้องการไฟฟ้ามาก ก็ส่งจากภาคกลางไปได้ เช่น ในช่วงเวลาที่ภาคใต้ของไทย ใช้ไฟฟ้าไม่มาก 100-300 เมกะวัตต์ สายส่งยังมีที่ว่างจึงส่งไฟฟ้าผ่านไปยังมาเลเซีย โดยไทยจะมีรายได้จาก ค่าผ่านสายไฟ 0.86 เซนต์ หรือประมาณ 0.30 บาทต่อหน่วย

         กฟผ. ขอขอบคุณสำหรับความคิดเห็น โดยพร้อมชี้แจง และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ด้วยความเชื่อมั่นว่า การตรวจสอบและการเสนอแนะของสังคม จะเป็นส่วนสำคัญช่วยให้การพัฒนาพลังงานของประเทศมีความราบรื่นและยั่งยืนต่อไปในอนาคต