โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าบางปะกง ทดแทน เครื่องที่ 1-2

section-head-development-project

1. ความเป็นมาของโครงการ

         การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) ขึ้นตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2555-2573 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 (PDP 2010 Revision 3) โดยเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าพลังความร้อน เครื่องที่ 1-2 ที่มีกำหนดปลดออกจากระบบในปี 2561 และเพื่อสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าและเสริมความมั่นคงของระบบในเขตนครหลวงตอนล่าง ซึ่งเป็นจุดที่มีความเสี่ยงและมีความสำคัญต่อประเทศ มีแผนการก่อสร้างโดยใช้ระยะเวลาก่อสร้าง ประมาณ 34 เดือน โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างโครงการฯ ในปี 2560 และเริ่มดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ในปี 2563

         ในปี 2558 กฟผ. ได้ศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) นำเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้พิจารณารายงานฯ เพื่อขอความเห็นชอบรายงานฯ และนำเสนอองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (กอสส.) เพื่อให้ความเห็นประกอบโครงการ สรุปผลดังนี้

         (1) คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ด้านโรงไฟฟ้าพลังความร้อน ในการประชุมครั้งที่ 27/2558 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2558 ได้พิจารณาว่า รายงานมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.)

         (2) กฟผ. นำส่งรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) ฉบับเดือนธันวาคม 2558 ที่ได้ปรับปรุงข้อมูลเพิ่มเติมตามความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ ต่อ สผ. เพื่อนำเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ ต่อ กอสส. และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในขั้นตอนต่อไป

         (3) กอสส. ได้พิจารณาให้ความเห็นประกอบต่อโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) และนำส่ง สผ. เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559

         ปัจจุบันโครงการฯ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาให้ความเห็นประกอบโครงการฯ ของหน่วยงานอนุญาต (กกพ.) แต่เนื่องจากเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในปัจจุบัน ผู้ผลิตอุปกรณ์โรงไฟฟ้าได้มีการพัฒนาอุปกรณ์โรงไฟฟ้าที่มีขนาดกำลังผลิตสูงขึ้นและมีประสิทธิภาพดีขึ้น ในเดือนเมษายน 2559 ที่ผ่านมา พบว่า กระบวนการจัดหาโรงไฟฟ้าทดแทนของ กฟผ. ได้โรงไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตและมีประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ โดยโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) ที่ผ่านการจัดหา มีกำลังผลิตติดตั้ง (Gross Capacity) 1,450 เมกะวัตต์ ซึ่งมากกว่ากำลังผลิตที่ทำการศึกษาในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) ซึ่งเสนอกำลังผลิตติดตั้งไว้ที่ 1,350 เมกะวัตต์ (เพิ่มขึ้น 100 เมกะวัตต์) ทั้งนี้ กฟผ. ได้แจ้ง กกพ. ชะลอการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ในขั้นตอนของหน่วยงานอนุญาต (ง.) ออกไปก่อน

         ดังนั้น กฟผ. จึงได้ศึกษาและจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) เพื่อศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากการศึกษาไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ ฉบับเดือนธันวาคม 2558 ที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว โดยใช้ข้อมูลในการประเมินผลกระทบใหม่ตามกำลังผลิตที่จัดหาได้ คือ 1,450 เมกะวัตต์

2. ที่ตั้งและขนาดพื้นที่โครงการ

         โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) จะก่อสร้างบนพื้นที่เดิมของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง ชุดที่ 1-2 ซึ่งปลดออกจากระบบไปแล้ว มีขนาดพื้นที่ประมาณ 50 ไร่ อยู่ทางทิศตะวันตก ติดกับแม่น้ำบางปะกง ที่ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยอยู่ห่างจากปากแม่น้ำบางปะกง ขึ้นมาตามลำน้ำประมาณ 11 กิโลเมตร หรือห่างจากสะพานเทพหัสดินทร์ ไปทางเหนือประมาณ 2.5 กิโลเมตร

3. กำลังผลิตติดตั้งและกระบวนการผลิต

         โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ขนาดกำลังผลิตตามที่ได้รับความเห็นชอบ ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ แล้ว คือ 1,350 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ในขั้นตอนจัดหา พบว่า โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) ที่ผ่านการจัดหามีกำลังผลิต (Gross Capacity) 1,450 เมกะวัตต์ ดังนั้น เมื่อรวมกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าบางปะกงทั้งหมดภายหลังมีโครงการฯ จะประมาณ 4,050.3 เมกะวัตต์ (ดังแสดงในตาราง)

กำลังผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้าบางปะกง
ภายหลังมีโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) ที่กำลังผลิต 1,450 เมกะวัตต์

 โรงไฟฟ้า เครื่องผลิตไฟฟ้า   
  ชนิด จำนวน
(เครื่อง)
กำลังผลิตต่อเครื่อง
(เมกะวัตต์)
กำลังผลิตติดตั้ง
(เมกะวัตต์)
1. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง
- เครื่องที่ 3
- เครื่องที่ 4

กังหันไอน้ำ
กังหันไอน้ำ

1
1


600
600


600
600

รวมกำลังผลิตติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง    

 

 1,200
 2. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง
- ชุดที่ 3
- ชุดที่ 4
- ชุดที่ 5

กังหันก๊าซ / กังหันไอน้ำ
กังหันก๊าซ / กังหันไอน้ำ
กังหันก๊าซ / กังหันไอน้ำ

2 / 1
2 / 1
2 / 1

109.3 / 109.9
109.3 / 109.9
247.4 / 268.5

 

218.6 / 109.9
218.6 / 109.9
494.8 / 268.5

รวมกำลังผลิตติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง

 

 1,420.3
 3. โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) กังหันก๊าซ
กังหันไอน้ำ
2
2
483
242
966
484

รวมกำลังผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2)

 

1,450

รวมกำลังผลิตติดตั้งทั้งหมดของโรงไฟฟ้าบางปะกง

 

4,070.3

หมายเหตุ : โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) จะถูกสร้างขึ้นเพื่อทดแทนกำลังผลิตของระบบที่หายไป เนื่องจากมีการหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง เครื่องที่ 1-2 ซึ่งปัจจุบันปรับการเดินเครื่องเป็นแบบ Emergency Standby Mode ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2557

         โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมแบบ Single Shaft Combined Cycle โดยมีเครื่องกังหันก๊าซ และเครื่องกังหันไอน้ำ อย่างละ 2 ชุด แต่ละชุดติดตั้งอยู่บนชุดเพลาเดียวกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หลักการทำงานของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องกังหันก๊าซ เครื่องกังหันไอน้ำ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยใช้พลังความร้อนจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ เป็นพลังงานในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเครื่องกังหันก๊าซ และใช้ก๊าซร้อนที่ออกจากเครื่องกังหันก๊าซซึ่งยังคงมีอุณหภูมิสูงไปผ่านเครื่องผลิตไอน้ำ (Heat Recovery Steam Generator: HRSG) และถ่ายเทความร้อนให้กับน้ำทำให้น้ำเดือดเป็นไอไปขับเครื่องกังหันไอน้ำ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งต่อร่วมอยู่บนเพลาเดียวกันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ดังนั้น กระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าประเภทพลังงานความร้อนร่วมจึงเป็นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ

4. ระบบส่งไฟฟ้า

         ระบบส่งไฟฟ้า ประกอบด้วย สายส่งไฟฟ้าขนาด 230 กิโลโวลต์ จากลานไกไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) ไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงบางปะกง 230 กิโลโวลต์

5. การใช้เชื้อเพลิง

         ก๊าซธรรมชาติที่ใช้มาจากแหล่งผลิตในประเทศ ส่งจากอ่าวไทยผ่านจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ โดยท่อส่งก๊าซธรรมชาติในทะเลและใต้ดิน มาถึงบางปะกงที่สถานีปรับความดันก๊าซ (Block Valve 6) บริเวณปากทางเข้าโรงไฟฟ้าบางปะกง แล้วต่อท่อเข้ามาในเขตพื้นที่โรงไฟฟ้า อีกประมาณ 4 กิโลเมตร โดยมีการตรวจวัดคุณภาพก๊าซฯ ภายในบริเวณโรงไฟฟ้าก่อนส่งเข้าสู่ส่วนการผลิต โครงการฯ มีความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ในอัตราสูงสุดเมื่อเปลี่ยนแปลงกำลังผลิต จาก 200.78 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เป็น 201.44 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรองในกรณีฉุกเฉิน หรือกรณีที่ ปตท. ไม่สามารถส่งก๊าซธรรมชาติได้ตามกำหนด โดยรับผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซลซึ่งผ่านคลังในประเทศโดยทางเรือ และเก็บสำรองไว้ในถังเก็บน้ำมันสำรอง โดยจะใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรองในอัตราสูงสุดเมื่อเปลี่ยนแปลงกำลังผลิต จาก 4.62 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 5.3 ล้านลิตรต่อวัน

6. การใช้น้ำ

         โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) จะสูบน้ำจากแม่น้ำบางปะกงเพื่อใช้เป็นน้ำหล่อเย็นในระบบระบายความร้อน ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ ของโครงการที่กำลังผลิต 1,350 เมกะวัตต์ ใช้น้ำหล่อเย็นประมาณ 266,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงกำลังผลิตเป็น 1,450 เมกะวัตต์ โครงการฯ จะมีความต้องการน้ำหล่อเย็นลดลงเหลือประมาณ 158,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน (ลดลง 108,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 40.5) เนื่องจากโครงการฯ มีประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น ส่วนน้ำ ใช้ในกิจกรรมหลักต่างๆ ของโรงไฟฟ้า เช่น น้ำใช้เติมในเครื่องผลิตไอน้ำ (HRSG) น้ำอุปโภค-บริโภค น้ำล้างเครื่องจักรอุปกรณ์ และน้ำใช้ในห้องปฏิบัติการเคมี เป็นต้น จะรับน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำบางพระของกรมชลประทาน และจากอ่างเก็บน้ำบางบ่อของโรงไฟฟ้าบางปะกง นำมาผ่านระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนนำไปใช้ประโยชน์ในโรงไฟฟ้าต่อไป โดยมีปริมาณการใช้น้ำของโครงการ ที่กำลังผลิต 1,450 เมกะวัตต์ ประมาณ 1,450 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เมื่อรวมปริมาณการใช้น้ำของทุกโรงไฟฟ้าและโครงการ จะมีปริมาณการใช้น้ำรวม 4,125 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดย กฟผ. ได้รับอนุญาตจากกรมชลประทานให้สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำ บางพระได้ ไม่เกินวันละ 5,000 ลูกบาศก์เมตร และอนุญาตให้สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำบางบ่อได้ ไม่เกินวันละ 2,000 ลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำที่โรงไฟฟ้าบางปะกงได้รับอนุญาตให้สูบได้จากอ่างเก็บน้ำบางพระและอ่างเก็บน้ำบางบ่อ ไม่เกินวันละ 7,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งปริมาณการใช้น้ำโดยรวมของโรงไฟฟ้า ยังไม่เกินปริมาณน้ำที่ได้รับอนุญาตให้สูบได้จากกรมชลประทาน

7. การระบายมลสารและระบบควบคุม

7.1 มลสารทางอากาศและระบบควบคุม

         โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก และใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรอง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมลสารทางอากาศที่สำคัญ คือ ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และฝุ่นละออง ข้อมูลแหล่งกำเนิดและอัตราการระบายมลสารทางอากาศจากโครงการฯ

         ระบบควบคุมปริมาณการระบายมลสารทางอากาศของโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) ในกรณีเดินเครื่องโดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง จะใช้ระบบ Dry Low NOX Combustion ซึ่งติดตั้งในห้องเผาไหม้ของเครื่องกังหันแก๊ส เพื่อควบคุมอัตราการอัดก๊าซธรรมชาติเข้าสู่ห้องเผาไหม้ และลดอุณหภูมิเพื่อลดการเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ส่วนกรณีเดินเครื่องโดยใช้น้ำมันดีเซล จะใช้ระบบ Water Injection ซึ่งใช้วิธีฉีดน้ำเข้าไปในห้องเผาไหม้ เพื่อควบคุมอุณหภูมิการเผาไหม้และลดการเกิด NOX โดยจะควบคุมปริมาณ NOX ไม่เกิน 70 และ 144 ส่วนในล้านส่วน ที่ 7% O2 กรณีที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง ตามลำดับ และโครงการฯ จะติดตั้งเครื่องตรวจวัดปริมาณก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOX) แบบต่อเนื่อง (Continuous Emission Monitoring System; CEMs) ไว้ที่ปล่องระบาย เพื่อตรวจสอบค่าความเข้มข้นของ NOX ที่ถูกระบายออก ให้มีค่าตามค่าควบคุมที่กำหนด

7.2 น้ำเสียและการจัดการ

         น้ำเสียที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของโครงการฯ จะถูกบำบัดด้วยระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสม น้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดให้มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแล้ว จะนำไปใช้รดน้ำสนามหญ้าและต้นไม้ภายในโรงไฟฟ้า โดยไม่ระบายลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ รายละเอียดของปริมาณน้ำเสียจากแต่ละแหล่งกำเนิดของโครงการ และวิธีการบำบัด โดยภายหลังเปลี่ยนแปลงกำลังผลิต เป็นที่กำลังผลิต 1,450 เมกะวัตต์ ปริมาณน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิตของโครงการ จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นจาก 811 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็น 1,030 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน น้ำทิ้งดังกล่าวจะถูกบำบัดจนได้คุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้ง จากนั้นนำไปเก็บไว้ในบ่อพักน้ำทิ้ง ก่อนนำไปใช้รดน้ำต้นไม้ภายในพื้นที่สีเขียวของโรงไฟฟ้า โดยไม่มีการระบายออกนอกโรงไฟฟ้า สำหรับน้ำทิ้งหล่อเย็นที่ผ่านการลดอุณหภูมิที่หอหล่อเย็นแล้ว จะมีปริมาณลดลงจาก 221,952 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็น 132,085 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

8. การมีส่วนร่วมของประชาชน

         ในการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) ที่กำลังผลิต 1,350 เมกะวัตต์ กฟผ. ได้ทำการศึกษาด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ต่อโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) ตามขั้นตอนที่กำหนดในประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันที่ 29 ธันวาคม 2552 สรุปดังนี้

 

การรับฟังความคิดเห็น วันที่ดำเนินการ / สถานที่ จำนวนผู้เข้าร่วม (คน)

การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.1)

 

 

24 เมษายน 2557
ณ โรงแรมซันธารา เวลเนส แอนด์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

877

การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.2)

 

กันยายน - พฤศจิกายน 2557 1,582
การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.3) 16 ธันวาคม 2557
ณ อาคารกีรติสิริโยธิน กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
931

 

         เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการฯ โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) โดยเปลี่ยนแปลงกำลังผลิตจาก 1,350 เมกะวัตต์ เป็น 1,450 เมกะวัตต์ เพื่อประชาชนผู้มีส่วนได้เสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบข้อมูลรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลง กฟผ. ร่วมกับบริษัท ซีคอท จำกัด จึงได้จัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการที่เปลี่ยนแปลง การประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่ปรับเปลี่ยนและรับฟังข้อห่วงกังวลและข้อเสนอแนะ จากประชาชนผู้มีส่วนได้เสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาพิจารณากำหนดมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของโครงการที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากการศึกษาไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ ฉบับเดือนธันวาคม 2558 ที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว

9. มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

         จากการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ของการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สาหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) ซึ่งเพิ่มกำลังผลิตเป็น 1,450 เมกะวัตต์ พบว่า ผลกระทบด้านคุณภาพอากาศ และด้านสุขภาพ ยังอยู่ในเกณฑ์ค่ามาตรฐานที่กำหนด ดังนั้น ภายหลังการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการฯ จึงปรับปรุงค่าควบคุมอัตราการระบายมลสารทางอากาศจากโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) ให้เป็นตามค่าออกแบบของโครงการฯ ที่กำลังผลิต 1,450 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งปรับปรุงข้อมูลปริมาณน้ำทิ้ง และปริมาณกากของเสีย ในมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านคุณภาพน้ำและด้านการจัดการกากของเสีย ให้เป็นข้อมูลของโครงการฯ ที่กำลังผลิต 1,450 เมกะวัตต์ ส่วนมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอื่นๆ ยังคงเหมือนเดิมกับที่เสนอในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทน เครื่องที่ 1-2) ฉบับเดือนธันวาคม 2558

         >> รายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย <<