สื่อญี่ปุ่นเผย โรงไฟฟ้าแม่เมาะนำเครือข่ายอัจฉริยะ มาเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าเก่า

         นิตยสาร Nikkei Asian Review นำเสนอบทความเรื่อง “New tech to help Thailand wring more efficiency out of coal power” เกี่ยวกับการที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะนำเครือข่ายอัจฉริยะ หรือที่เรียกว่า อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT - Internet of Things) มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าเก่า

20171106 ART01 01

โรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ในจังหวัดลำปาง กำลังนำเทคโนโลยี IoT - Internet of Things มาใช้

 

         นาย HIROSHI KOTANI ได้นำเสนอรายงานนิตยสาร Nikkei Asian Review เมื่อวันที่ 2พฤศจิกายน 2560 ว่า กฟผ. แม่เมาะ กำลังนำเทคโนโลยี IoT - Internet of Things (การควบคุมและใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต) มาใช้งาน โดยเริ่มต้นทดลองใช้กับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนโรงเก่าที่ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินในท้องถิ่น โดยจะทดลองใช้งานกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 เครื่องจากทั้งหมด 10 เครื่องก่อน ซึ่งทั้ง 2 เครื่องที่มีกำลังผลิตเครื่องละ 300 เมกะวัตต์ ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์มาเป็นเวลามากกว่า 25 ปีแล้ว

 

         เทคโนโลยีและอุปกรณ์ตรวจวัดที่นำมาติดตั้งกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะช่วยรวบรวมข้อมูลความร้อน แรงดัน และปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บรวบรวมไว้บนระบบ Cloud และได้รับการวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) เพื่อให้สามารถปรับการตั้งค่าการทำงานของโรงไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถคำนวณหาความเสี่ยงการทำงานผิดพลาดของโรงไฟฟ้าได้ หลังจากการศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับบริษัท Marubeni ประเทศญี่ปุ่น ที่จะนำระบบดังกล่าวมาใช้กับโรงไฟฟ้า กฟผ. มีแผนจะติดตั้งระบบให้พร้อมใช้งานได้ภายในปี 2561 หรือต้นปี 2562

 

         สำหรับประเด็นคำถามที่ว่า กฟผ. แม่เมาะต้องนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้กับโรงไฟฟ้าเก่า คำตอบคือ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยรองผู้ว่าการของ กฟผ. นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี กล่าวว่า

“กฟผ. จำเป็นต้องแข่งขันกับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่หรือรายเล็ก

เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสร้างประโยชน์ต่อประชาชนชาวไทยเป็นสำคัญ”

 

         โรงไฟฟ้าแม่เมาะใช้เทคโนโลยีรุ่นเก่าที่เรียกว่า subcritical มีกำลังผลิตรวมทั้งหมด 2.4 ล้านกิโลวัตต์ จากการคำนวณค่าการใช้พลังงานและปริมาณพลังงานที่ผลิตได้ โรงไฟฟ้ามีค่าประสิทธิภาพประมาณร้อยละ 35 และต้องแข่งขันกับโรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีใหม่กว่าอย่าง ultra-supercritical เมื่อโรงไฟฟ้าแม่เมาะเพิ่มประสิทธิภาพได้ จะช่วยให้ กฟผ. มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น

20171106 ART01 02

สัดส่วนการใช้พลังงานของประเทศไทย ปี 2559

 

         เป้าหมายที่สำคัญอีกอย่างของการดำเนินโครงการดังกล่าว คือการนำถ่านหินที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น โดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นโรงไฟฟ้าแห่งเดียวในประเทศไทยที่ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินที่ผลิตในประเทศ รองผู้ว่าการ กฟผ. ให้ข้อมูลว่า เหมืองแม่เมาะจะผลิตลิกไนต์ได้ถึงประมาณปี 2590

 

“กฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินการตามนโยบายของประเทศ

ซึ่งหัวใจสำคัญของกลยุทธ์พลังงานของประเทศไทยคือการกระจายการใช้แหล่งพลังงานและลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในประเทศ

ที่กำลังจะหมดในไม่ช้า”

 

         ในแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้าปี 2558 กระทรวงพลังงานรายงานว่าประเทศไทยมีสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ร้อยละ 60 ซึ่งหมายความว่าหากก๊าซในประเทศผลิตได้ปริมาณน้อยลง ประเทศไทยจะเผชิญกับความกดดันให้ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวมากขึ้น ก่อให้เกิดการขาดดุลการค้ากับต่างประเทศ

 

         การผลิตพลังงานด้วยลิกไนต์จากแม่เมาะช่วยสร้างผลประโยชน์ให้กับประเทศ ในแง่ที่ว่าช่วยลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว เป็นการเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไม กฟผ. จึงได้นำเทคโนโลยี IoT ที่เสนอโดยบริษัท Marubeni มาใช้

 

         ปัจจุบัน กฟผ. สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 16 ล้านกิโลวัตต์ หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 40 ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ หากระบบอุปกรณ์ตรวจวัด IoT สามารถได้ผลจริงกับการทดลองใช้ที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ กฟผ. จะเดินหน้านำไปใช้กับโรงไฟฟ้าอื่น ๆ ต่อไป

 

“เทคโนโลยีใหม่อย่าง IoT สามารถช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าได้”

นายนิกูล ศิลาสุวรรณ รองผู้ว่าการ กฟผ. กล่าว

 

         หากโครงการปรับปรุงอุปกรณ์โรงไฟฟ้าดังกล่าวประสบความสำเร็จ จะแสดงให้เห็นว่าการนำเทคโนโลยี IoT และ AI มาใช้ร่วมกัน ช่วยให้โรงไฟฟ้าเก่าก้าวเข้าสู่ยุค “อัจฉริยะ” ได้ อีกทั้งยังสามารถส่งผ่านเทคโนโลยีสู่ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ด้วย

 

แปลและเรียบเรียง สุภร เหลืองกำจร
New tech to help Thailand wring more efficiency out of coal power
https://asia.nikkei.com/Business/Companies/New-tech-to-help-Thailand-wring-more-efficiency-out-of-coal-power?page=1