015.jpg

กฟผ. ซ้อมแผนภาวะวิกฤตระดับองค์กร จำลองสถานการณ์ฝึกแก้โจทย์ ทั้งระบบผลิตและระบบส่งไฟฟ้า

crisis     กฟผ. ซ้อมแผนการจัดการและการสื่อสารในภาวะวิกฤต แบบจำลองสถานการณ์ในระดับ 4 เป็นครั้งแรก ตามโจทย์สุดท้าทายทั้งระบบผลิตและระบบส่งไฟฟ้า ซักซ้อมการประสานความร่วมมือของคณะทำงาน CMC CST และ CCT สู่การทำงานในภาวะวิกฤตที่ทันการณ์และมีประสิทธิภาพ


  

          กฟผ. ได้จัดให้มีการฝึกซ้อมแผนการจัดการและการสื่อสารในภาวะวิกฤตระดับ 4 แบบสถานการณ์จำลอง โดยมี นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการ กฟผ. นำทีมผู้บริหารและผู้แทนในคณะกรรมการจัดการภาวะวิกฤต กฟผ. หรือ CMC (Crisis Management Committee) คณะทำงานสนับสนุนการจัดการในภาวะวิกฤต กฟผ. หรือ CST (Crisis Support Team) และคณะทำงานสื่อสารในภาวะวิกฤต กฟผ. หรือ CCT (Crisis Communications Team) ร่วมซ้อมแผนโดยพร้อมเพรียงกัน เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2555

         การซ้อมแผนในครั้งนี้กำหนดสถานการณ์จำลองว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ เมื่อเวลาประมาณ 08.40 น. บริเวณเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 8 จากสาเหตุก๊าซไฮโดรเจนรั่วไหล แล้วกระจายตัวไปสัมผัสกับแหล่งความร้อนทำให้เกิดการระเบิดที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และเกิดลูกไฟกระเด็นไปถูกโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 7 และ 9 รวมทั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องปลดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบออกจากระบบ สูญเสียกำลังผลิตรวมทั้งสิ้น 1,200 เมกะวัตต์ และมีผู้ปฏิบัติงานบาดเจ็บ 5 คน และเสียชีวิต 1 คน จากนั้นในเวลา 09.20 น. เกิดเหตุสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 230 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3–เชียงใหม่ 3 วงจร 1,2 และสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 115 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3–ลำปาง 2 วงจร 1 ขัดข้องไม่สามารถจ่ายไฟได้ ให้เกิดสภาพแรงดันไฟฟ้าต่ำ เกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง โดยมีกระแสไฟฟ้าหายไปจากระบบประมาณ 650 เมกะวัตต์ และในเวลา 09.40 น. ได้เกิดเหตุไฟดับที่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ และอุปกรณ์หลักใช้งานไม่ได้ เนื่องจากระบบไฟฟ้าสำรองขัดข้อง สถานีโทรทัศน์ได้ออกข่าวด่วนว่าเกิดเหตุไฟดับใน 3 จังหวัดของภาคเหนือ และท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ใช้การไม่ได้

         สถานการณ์จำลองดังกล่าว จัดเป็นเหตุวิกฤตที่มีความรุนแรงระดับ 4 หรือภาวะวิกฤตระดับ กฟผ. เนื่องจากเป็นความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อภายนอกอย่างรุนแรงเป็นวงกว้าง สถานการณ์ลุกลาม มีผลต่อชีวิต ทรัพย์สิน ชุมชน สิ่งแวดล้อม ชื่อเสียง และภาพลักษณ์ของ กฟผ. อาจต้องอพยพผู้ปฏิบัติงาน และ/หรือประชาชนออกจากพื้นที่ และต้องระดมความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญและหน่วยสนับสนุนอื่นๆ เข้าร่วมดำเนินการ การรับมือต่อสถานการณ์จำลองดังกล่าว มีดังต่อไปนี้ กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ส่งทีมระงับเหตุฉุกเฉินหมวดอัคคีภัย แผนกรักษาความปลอดภัยโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และหน่วยงานสนับสนุนภายนอกองค์กรเข้าดับเพลิง แต่ในเบื้องต้นยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จึงทำการฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้ตลอดเวลา เพื่อควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลาม ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดเพิ่มเติม ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บได้ถูกนำตัวส่งยังกองการแพทย์และอนามัยโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อรักษาตัวในเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลลำปาง ด้านผู้เสียชีวิต ได้นำออกจากสถานที่เกิดเหตุไปยังโรงพยาบาลลำปาง เพื่อรอชันสูตรศพต่อไป พร้อมทั้งติดต่อครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตให้ทราบแล้ว ส่วนกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่หายไปจากระบบจำนวน 1,200 เมกะวัตต์นั้น ศูนย์ควบคุมกำลังผลิตไฟฟ้าแห่งชาติได้เข้ามาควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบโดยรวม สำหรับกรณีสายส่งไฟฟ้าแรงสูงขัดข้องไม่สามารถจ่ายไฟได้ กฟผ. ได้ประสานงานกับ กฟภ. ย้ายการจ่ายกระแสไฟฟ้า ทำให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นประมาณ 100 เมกะวัตต์ และยังมีกระแสไฟฟ้าที่หายไปจากระบบอีกประมาณ 550 เมกะวัตต์ และในเบื้องต้นพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจาก สฟ.เชียงใหม่ 3 ประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่ง กฟผ. ได้เร่งดำเนินการแก้ไขทำให้สามารถกลับมาจ่ายกระแสไฟฟ้าได้เป็นปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ คณะทำงานจัดการภาวะวิกฤตสายงาน รวฟ. ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 และ 2 เพื่อให้ข้อมูลคลายข้อกังวลใจของสาธารณชนเป็นระยะ และเมื่อสามารถควบคุมทั้งสองสถานการณ์ได้แล้ว ผู้ว่าการ กฟผ. ได้ออกแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้เป็นสื่อกลางเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน

          จากการซ้อมแผน ทีมงานจาก บริษัท Aziam Burson-Marstellerจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาให้ความเห็นว่า ภาวะวิกฤตในสถานการณ์จริงอาจมีความรุนแรงมากกว่านี้ และแต่ละสถานการณ์ต้องการการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน คณะทำงาน CMC CST และ CCT ของ กฟผ. ต้องเตรียมพร้อมด้านข้อมูลล่วงหน้าโดยการคาดการณ์สถานการณ์ความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจแปรเป็นวิกฤต เพื่อเตรียมแผนรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นได้ ส่วนการสื่อสารกับสื่อมวลชน/สาธารณชน ต้องรวดเร็วทันการณ์ ให้ผู้มีส่วนได้เสียรับทราบข้อเท็จจริงจาก กฟผ. ก่อนทราบจากผู้อื่น เนื่องจากคนในสังคมปัจจุบันมักเชื่อว่า ต้องได้ออกสื่อถึงจะได้รับการดูแล ในการตอบคำถามของสื่อมวลชน ผู้บริหารต้องตีกรอบประเด็นที่สามารถให้ข่าวได้ และไม่พูดในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เพื่อให้การสื่อสารของผู้มีสิทธิ์ให้ข่าวทุกคนเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ทั้งนี้ ผู้บริหารต้องรู้บทบาทของตนเองในภาวะวิกฤต ที่ต้องตัดสินใจต่อสถานการณ์ไปพร้อมกับการรับมือกับสื่อที่พยายามหาข้อมูลอย่างมีสติ

          ทั้งนี้ การฝึกซ้อมแผนโดยวิธีจำลองสถานการณ์ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักคือ 1) เพื่อทดสอบและประเมินความพร้อมของแผนการจัดการและการสื่อสารในภาวะวิกฤต กฟผ. ฉบับปรับปรุง ปี 2555 2) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนการดำเนินงานจัดการและสื่อสารในภาวะวิกฤตตามแผนฯ แก่ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง 3) เพื่อฝึกฝนให้ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องทราบถึงบทบาทหน้าที่รับผิดชอบของตนในการจัดการและสื่อสารในภาวะวิกฤต รวมทั้งพัฒนาทักษะและประสบการณ์ในการจัดการและสื่อสารในภาวะวิกฤตภายใต้สถานการณ์สมมติ เพื่อให้สามารถสื่อสารและควบคุมภาวะวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น ได้อย่างทันการณ์และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสีย และผลกระทบต่อภาพลักษณ์/ชื่อเสียงองค์กร