กฟผ. ลุยแดนเยอรมนี ร่วมหารือสุดยอดการประชุม “COP 23”

20171116 ART01 01

         เวียนมาบรรจบอีกครั้งกับการประชุมใหญ่ระดับโลก ที่เรียกได้ว่าเป็นการประชุมสุดยอดด้านการเจรจาลดโลกร้อน หรือการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2560 นี้ นับเป็นสมัยที่ 23 (COP 23) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 17 พฤศจิกายน 2560 ณ กรุงบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี กฟผ. ในฐานะหน่วยงานผลิตไฟฟ้าอันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งมุ่งดำเนินงานผลิตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน โดยคำนึงถึงสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาหลายปี ได้นำผลการดำเนินงานไปเผยแพร่สู่สาธารณชนในเวทีระดับโลกนี้ด้วยเช่นกัน

20171116 ART01 02

COP 23 คืออะไร

         COP หรือในชื่อเต็มคือ Conference of the Parties เป็นการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นสมัยที่ 23 ถือเป็นการเจรจาระหว่างผู้นำประเทศจากเกือบ 200 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยมีผู้เข้าประชุมจากทั่วโลก กว่า 50,000 คน จากหลากหลายภาคส่วน อาทิ การเมือง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และ ประชาสังคม โดยปีนี้ประเทศฟิจิรับหน้าที่เป็นประธานการจัดงาน โดยในการประชุมนี้ยังประกอบด้วยการประชุมใหญ่ ๆ อีก 2 งานคือ การประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต สมัยที่ 13 (CMP 13) และการประชุมรัฐภาคีความตกลงปารีส สมัยที่ 1.2 (CMA 1.2)

20171116 ART01 03

ทำไมทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับ COP

         มีเพียงไม่กี่การประชุมในประวัติศาสตร์ที่จะส่งผลกระทบต่อทุกคนทั่วโลก และนี่คือหนึ่งในงานประชุมนั้น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทุกกิจกรรมของมนุษย์ เพิ่มความเสี่ยงต่อโลกของเรา ดังจะเห็นได้จากการที่เราทุกคนต้องเผชิญต่อสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้วอันเกิดบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิยังอาจส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และคุกคามแหล่งน้ำของประชาชนนับล้าน ทำลายความมั่นคงทางอาหารในระดับโลก น้ำแข็งขั้วโลกที่กำลังละลายก็เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล สัตว์และพืชเริ่มอพยพสู่พื้นที่แห่งใหม่ เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคชนิดใหม่ที่อาจเป็นภัยต่อมนุษย์

20171116 ART01 04

COP 23 และประเทศไทย

         ในปี 2558 การประชุม COP 21 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นับเป็นการประชุมครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ เนื่องจากประเทศสมาชิก 196 ประเทศ ทั้งประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศกำลังพัฒนา และกลุ่มประเทศหมู่เกาะ บรรลุข้อตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกัน หลังจากการเจรจาเพื่อหาข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาและรับมือความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยเกิดเป็น “ความตกลงปารีส (Paris Agreement)” ที่กำหนดเป้าหมายร่วมกันว่า จะรักษาระดับอุณหภูมิเฉลี่ยโลกให้สูงขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส เมื่อสิ้นสุดทศวรรษที่ 20 หรือ ปี ค.ศ. 2100 และหากเป็นไปได้จะพยายามควบคุมไม่ให้อุณหภูมิเพิ่มสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส (Well Below 1.5 ๐C) สำหรับประเทศไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนของรัฐบาลไทย ได้กล่าวถ้อยแถลงจุดยืนของประเทศในการลดโลกร้อน เมื่อครั้งการประชุม COP 21 ไว้เช่นกัน โดยนายกรัฐมนตรีของไทยได้เรียกร้องให้ทุกๆ ประเทศให้ความสำคัญถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นกรณีพิเศษ รวมถึงการให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ทั้งในเรื่องของเงินทุน งานวิจัยและองค์ความรู้เพื่อการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังได้ตั้งเป้าไว้ว่า ประเทศไทยจะลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20 - 25 ภายในปี ค.ศ. 2030

         สำหรับการประชุม COP 23 นี้ ประเทศไทยได้รายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยที่ได้ตั้งเป้าไว้ที่ร้อยละ 20-25 ตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) และเสนอรายงานการจัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยจากทุกภาคส่วนผ่านนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด “Thailand Climate Actions through Multi – Stakeholder Partnership”

20171116 ART01 05

บทบาทของ กฟผ. ใน COP 23

         กฟผ. ในฐานะผู้แทนภาคการผลิตไฟฟ้าของไทย และยังเป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งได้เข้าร่วมการประชุม COP อย่างต่อเนื่อง ร่วมถึงการประชุม COP 23 ณ กรุงบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีในปีนี้ ร่วมกับหน่วยงานของไทยอีกกว่า 30 หน่วยงาน เพื่อติดตามสถานการณ์ แนวทางการประเมินผล และแนวทางปฏิบัติของการออกข้อบังคับการลดก๊าซเรือนกระจกของโลก ในด้านเทคโนโลยี และ การเงิน นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอผลสำเร็จของการดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจก และแนวนโยบายในการตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลของ กฟผ. ผ่านรูปแบบการจัดแสดงนิทรรศการ และการจัดเสวนาภายในงาน ภายใต้หัวข้อ “Moving towards Energy 4.0 for Climate Change Resolution”