016.jpg

กฟผ. ร่วมประชุม COP 23 โชว์ผลสำเร็จการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

20171116 PRE01 01

         กฟผ. ร่วมประชุมใหญ่ระดับโลกด้านการแก้ไขปัญหาโลกร้อน หรือ COP 23 แสดงผลความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของ กฟผ. ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก ยืนยันแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่กระทบต่อเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

20171116 PRE01 02

         นายกฎชยุตม์ บริบูรณ์จตุพร รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้แทน กฟผ. เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 23 หรือ COP 23 ซึ่งเป็นการประชุมใหญ่ระดับโลกเพื่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาโลกร้อน ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของประเทศ ได้แก่ พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางประเสริฐสุข จามรมาน ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ในระหว่างวันที่ 13 – 17 พฤศจิกายน 2560 ณ เมืองบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

         นายกฎชยุตม์ บริบูรณ์จตุพร กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก ประเทศไทยได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และเข้าร่วมกับ UNFCCC หรือ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่ปี 2537 กฟผ. ในฐานะเป็นองค์การชั้นนำในกิจการไฟฟ้าภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ พร้อมดำเนินตามนโยบายด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน การปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเทคโนโลยีสะอาด และการติดฉลากอุปกรณ์เบอร์ 5 รวมถึงการค้นคว้าวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซ เรือนกระจก โดยในปี 2558 กฟผ. สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 3.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า

         “สำหรับแผนการลดก๊าซเรือนจกของประเทศไทยตาม NDC (Nationally Determined Contribution) ได้ครอบคลุมเรื่องการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน รวมถึงโรงไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2015 แล้ว ฉะนั้นมั่นใจได้ว่าแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ไม่ขัดต่อนโยบาย หรือเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ซึ่งแผน PDP 2015 เป็นการกำหนดสัดส่วนเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าภายใต้หลักของความมั่นคง เชื่อถือได้ และมีราคาที่เหมาะสม” รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า กฟผ. กล่าวเพิ่มเติม

         นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายกฎชยุตม์ บริบูรณ์จตุพร รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า กฟผ. ได้เป็นประธานเปิดการเสวนาในหัวข้อ “Moving towards Energy 4.0 for Climate Change Resolution” ซึ่งจัดขึ้นภายในส่วนการจัดแสดงนิทรรศการของไทย โดยมี ผู้แทนจาก กฟผ. ผู้แทนจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และผู้แทนจากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเสวนาเพื่อร่วมกันระดมความคิดหาแนวทางแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันในยุค 4.0 อีกด้วย

20171116 PRE01 03