ทำความรู้จัก FSRU เบื้องต้น

FSRU คืออะไร?

         FSRU ย่อมาจาก Floating Storage and Regasification Unit แปลได้ว่า โครงการสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพื่อการสร้างความมั่นคงในการจัดหาก๊าซธรรมชาติระยะยาว และการรองรับเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ โดยการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ ที่ผ่านกระบวนการเปลี่ยนสถานะเป็นก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas – LNG) และขนส่งโดยเรือขนส่ง LNG เดินทางมายังท่าเทียบเรือประเทศปลายทาง ก่อนจะขนถ่าย LNG เข้าสู่ FSRU เพื่อแปลงสภาพเป็นก๊าซส่งเข้าสู่ท่อลำเลียงไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป

LNG คืออะไร?

         ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG เริ่มต้นจากการได้ ‘ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas – NG)’ จากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ นำไปผ่านกระบวนการคัดแยกจนกลายเป็นของเหลว หรือ LNG นั่นเอง

         จุดเด่นของ LNG คือ มีปริมาตรเล็กกว่าก๊าซธรรมชาติถึง 600 เท่า ทำให้สะดวกต่อการขนส่งได้ในปริมาณมากๆ สะอาด ปลอดภัย ไร้กลิ่น ปราศจากสารกัดกร่อน และติดไฟยาก เพราะเมื่อเกิดการรั่วไหล LNG จะระเหยขึ้นสู่อากาศทันที ไม่เหลือสารตกค้างในดิน โดย LNG ถูกนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมกว่า 50 ปี ในการผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นเชื้อเพลิงในยานพาหนะ และให้ความร้อนในโรงงานอุตสาหกรรม

20171120 ART02 01

ภาพแสดงความแตกต่างระหว่างก๊าซ LPG NGV และ NGV

สถานการณ์ LNG ในประเทศไทยนำไปสู่โครงการ FSRU โดย กฟผ.

         ปัจจุบันประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยและนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเริ่มลดลง แต่ความต้องการใช้ในภาคอุตสาหกรรมกลับสูงขึ้น โดยคาดการณ์ว่าจากปัจจุบัน 5 ล้านตันต่อปี จะเป็น 22 ล้านตันต่อปี ในปี 2579 โดยคิดเป็นสัดส่วนของ LNG ที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 70 ของปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติของประเทศ ประกอบกับการต่ออายุสัมปทานรอบใหม่ยังไม่ชัดเจน ทำให้ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวเพิ่มขึ้น

         จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มติการประชุมคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติ (กพช.) ได้เห็นชอบหลักการแข่งขันกิจการก๊าซธรรมชาติ โดยมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เป็นผู้จัดหา LNG รายใหม่ และดำเนินโครงการ FSRU

20171120 ART02 02

จากรูป แสดงรูปแบบการจัดหาก๊าซธรรมชาติ และความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยในปัจจุบัน

องค์ประกอบของโครงการ FSRU ของ กฟผ. แบ่งเป็น 3 โครงการ 1. โครงการสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ (FSRU) : มีลักษณะเหมือนเรือ ทำหน้าที่กักเก็บและเปลี่ยนเป็นสถานะก๊าซ เพื่อส่งไปยังโรงไฟฟ้าด้วยท่อส่งก๊าซธรรมชาติ โดยสถานี FSRU สามารถรับ LNG ได้สูงสุดถึง 260,000 ลูกบาศก์เมตร 2. โครงการท่าเทียบเรือ FSRU : เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ยึดสถานี FSRU ให้ลอยในตำแหน่งเดิมเพื่อรองรับเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Carrier – LNGC) 3. โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจาก FSRU ไปยังโรงไฟฟ้าพระนครใต้ เป็นระยะทาง 60 กิโลเมตรโดยประมาณ

20171120 ART02 03

กฟผ. กับการจัดส่ง LNG ในโครงการ FSRU ครั้งแรก

         จากมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติ (กพช.) เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเชื้อเพลิงให้กับประเทศ และเสริมความมั่นคงในการจัดหาก๊าซธรรมชาติในระยะยาว กพช. มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้ดำเนินโครงการ FSRU รายใหม่ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน เพื่อนำเข้า LNG ในปริมาณ 5 ล้านตันต่อปี และจัดส่งให้กับโรงไฟฟ้าพระนครใต้ โดยโรงไฟฟ้าพระนครใต้มีความต้องการใช้ LNG ประมาณ 3 ล้านตันต่อปี ดังนั้น จึงส่งอีก 2 ล้านตันต่อปีไปยังโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ รวมทั้งจัดส่งก๊าซธรรมชาติเข้าสู่โครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติในปัจจุบัน โดยกำหนดส่งก๊าซธรรมชาติได้ ในปี 2567

ความก้าวหน้าของโครงการ FSRU ในปัจจุบัน

         กฟผ. จะจัดทำรายงาน EIA (Environmental Impact Assessment) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และจัดงานด้านมวลชนสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์ ชี้แจงรายละเอียดแก่หน่วยงานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงการกำหนดจัดรับฟังความคิดเห็น 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเริ่มต้นในวันที่ 22-25พฤศจิกายนนี้ ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ ตามกระบวนการจัดทำรายงาน และเสนอรายงาน EIA ฉบับสมบูรณ์ต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งกระบวนการในการจัดทำรายงานเรื่องสิ่งแวดล้อม และความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการจะต้องจัดทำให้เสร็จสิ้น ภายในปี 2561