002.jpg

กฟผ. ร่วมประชุม COP 23 โชว์ผลสำเร็จการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

          กฟผ. ร่วมประชุมใหญ่ระดับโลกด้านการแก้ไขปัญหาโลกร้อน หรือ COP 23 แสดงผลความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของ กฟผ. ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก โดย รวพฟ. ยืนยันแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่กระทบต่อเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

20171116-MIS01-01

20171116-MIS01-02

          นายกฎชยุตม์ บริบูรณ์จตุพร รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นผู้แทน กฟผ. เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 23 หรือ COP 23 ซึ่งเป็นการประชุมใหญ่ระดับโลกเพื่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาโลกร้อน ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของประเทศ ได้แก่ พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางประเสริฐสุข จามรมาน ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ในระหว่างวันที่ 13 – 17 พฤศจิกายน 2560 ณ เมืองบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

20171116-MIS01-03

20171116-MIS01-04

          นายกฎชยุตม์ บริบูรณ์จตุพร กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก ประเทศไทยได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและเข้าร่วมเป็นรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ตั้งแต่ปี 2537 กฟผ. ในฐานะเป็นองค์การชั้นนำในกิจการไฟฟ้า ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ พร้อมที่จะดำเนินตามนโยบายด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ซึ่ง กฟผ. ตระหนักดีว่ากระบวนการผลิตไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างไรก็ตาม กฟผ. ได้มีความมุ่งมั่นดำเนินการควบคุม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลายมาตรการ อาทิ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน การปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเทคโนโลยีสะอาด และการติดฉลากอุปกรณ์เบอร์ 5 รวมถึงการค้นคว้าวิจัย นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจก โดยในปี 2558 กฟผ. สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 3.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า

20171116-MIS01-05

20171116-MIS01-06

          “สำหรับแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตาม NDC (Nationally Determined Contribution) ได้ครอบคลุมเรื่องการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน รวมถึงโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2015 แล้ว ฉะนั้นมั่นใจได้ว่าแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ไม่ขัดต่อนโยบายหรือเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ซึ่งแผน PDP 2015 เป็นการกำหนดสัดส่วนเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าภายใต้หลักของความมั่นคง เชื่อถือได้ และราคาที่เหมาะสม” นายกฎชยุตม์ กล่าว

20171116-MIS01-07

          นอกจากนี้ ในวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา รวพฟ. ได้ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการเสวนาในหัวข้อ Moving towards Energy 4.0 for Climate Change Resolution ซึ่งจัดขึ้นภายในส่วนการจัดแสดงนิทรรศการของไทย ภายใต้ Bonn Zone โดยมีผู้เสวนาประกอบด้วย ผู้แทนจาก กฟผ. ผู้แทนจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และผู้แทนจากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันระดมความคิดหาแนวทางแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันในยุค 4.0

20171116-MIS01-08

          ทั้งนี้ ในงานดังกล่าว นายกฎชยุตม์ ยังได้มีการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไทย โดยคุณกิตติ สิงหาปัด จากรายการข่าวสามมิติ เกี่ยวกับภารกิจของ กฟผ. ด้านการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกตามนโยบายของประเทศไทย