028.jpg

20171214 PRE01 02

         กฟผ. คว้ารางวัลรายงานความยั่งยืน ระดัับดีเด่น ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 รักษามาตรฐานองค์กรที่เปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานอย่างละเอียดด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเพื่อมุ่งสู่ การพัฒนาอย่างยั่งยืน

20171214 PRE01 01

          วันนี้ (14 ธันวาคม 2560) นายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้แทน กฟผ. เข้ารับรางวัลรายงานความยั่งยืน ระดับดีเด่น ประจำปี 2560 (Sustainability Report Award 2016) จากนางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย เป็นผู้มอบรางวัล จัดโดย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสถาบันไทยพัฒน์ ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ

          นายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ กล่าวว่า การจัดทำรายงานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ของ กฟผ. เป็นการจัดทำตามแนวทางขององค์การแห่งความริเริ่มว่าด้วยการรายงานสากล หรือ GRI (Global Reporting Initiative) โดย ยึดกรอบของการเปิดเผยข้อมูลแบบละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์การดำเนินงาน แนวทางการบริหารจัดการ และ ผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ที่สะท้อนทั้งทางบวกและทางลบเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าและดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและระบบส่ง ตลอดจนการดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานและลูกจ้างบริษัทผู้รับเหมา โดยมีบริษัท ลอยด์ส รีจิสเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นหน่วยงานภายนอก (Thrid Party) รับรองความเชื่อมั่นของเนื้อหารายงานในภาพรวม

          “กฟผ. ได้รับรางวัลดีเด่น ในโครงการประกวดรายงานความยั่งยืนติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ตั้งแต่ปี 2557 – 2560 โดยเตรียมยกระดับรายงานตามมาตรฐาน GRI G4 จากระดับ Comprehensive สู่ระดับ Standards ซึ่งเป็น เครื่องยืนยันว่า การดำเนินงานของ กฟผ. ทุกมิติคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างความเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน” นายสืบพงษ์ กล่าว

          สำหรับการประกวดรายงานความยั่งยืนจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชนเผยแพร่ข้อมูล ESG ซึ่งย่อมาจาก Environmental, Social, and Governanceอันเป็นประโยชน์ต่อ กลุ่มผู้ลงทุนในแวดวงตลาดทุน และประชาชนทั่วไป เพื่อใช้ประเมินการดำเนินงานของบริษัท และทำให้ล่วงรู้ถึง ผลประกอบการในอนาคตจากบทบาทของบริษัทที่มีต่อเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability) ใน 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งรายงานความยั่งยืนยังช่วยพัฒนาศักยภาพของตลาดทุนไทยให้เทียบเท่ากับตลาดทุนชั้นนำ อันจะนำไปสู่การยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในภูมิภาคและในระดับสากล