ภาคใต้จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าหลัก รองรับเศรษฐกิจ – ท่องเที่ยว ขยายตัว

20171225 ART02 01

         จากการที่สถานการณ์ไฟฟ้าภาคใต้ในปี 2560 มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 2,624 เมกะวัตต์ โดยที่การผลิตไฟฟ้า มีโรงไฟฟ้าหลัก คือ โรงไฟฟ้าจะนะ และโรงไฟฟ้าขนอม เป็นกำลังผลิตหลัก 2,024 เมกะวัตต์ ร่วมกับการรับไฟฟ้าที่ส่งจากภาคกลางอีก 460 เมกะวัตต์ การผลิตไฟฟ้าเสริมจากเขื่อน 108 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าชีวมวล 29 เมกะวัตต์ และพลังงานลม 3 เมกะวัตต์

20171225 ART02 03

         สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ภาครัฐมีการส่งเสริมในรูปแบบต่างๆ ให้มีการผลิตเพิ่มขึ้นนั้น เนื่องจากความต้องการไฟฟ้าสูงสุดของภาคใต้เกิดขึ้นในเวลา 19.00 - 21.00 น. ทำให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ไม่สามารถเข้ามาช่วยเสริมระบบได้

         ในด้านความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคใต้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.4% ต่อปี โดยการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในภาคการท่องเที่ยว การพาณิชย์ มีการใช้สูงถึง 36% ซึ่งถือเป็นภาคส่วนสำคัญที่สร้างรายได้หลักให้แก่พื้นที่ และประเทศไทย รองลงมาเป็นการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน 32% การใช้ไฟฟ้าจากโรงงาน หรืออุตสาหกรรม 27% และอื่นๆ อีก 5% 

         ทั้งนี้จังหวัดที่มีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดคือ จังหวัด สงขลา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง และจังหวัดกระบี่ ตามลำดับ

20171225 ART02 02

         จากข้อมูลดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของสถานการณ์ไฟฟ้าในภาคใต้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันพร้อมกัน เช่น อุบัติเหตุเรือขนส่งลากไปโดยแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติ และเกิดเหตุฟ้าผ่าที่จุดเชื่อมต่อสายส่ง เป็นต้น ภาคใต้ก็อาจเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ เป็นวงกว้าง ซึ่งคาดว่า จะสร้างความเสียหายต่อภาคการท่องเที่ยว และการใช้ชีวิตของประชาชน

         ภาคใต้จึงควรจะมีการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ (Firm) ในพื้นที่ โดยต้องเป็นโรงไฟฟ้าหลักที่จะมาช่วยสร้างความมั่นคง เพื่อรองรับการเจริญเติบโต สร้างคุณภาพให้แก่ภาคการท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชนของชาวภาคใต้