“บ้านห้วยยาง” ต้นแบบชุมชนใกล้แนวสายส่งไฟฟ้า สร้างสรรค์น้ำเพื่อคุณภาพชีวิต

20180104 ART01 01

         บ้านห้วยยาง จ.ขอนแก่น เดิมมีต้นยางนาอยู่มาก โดยต้นยางนาเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีผลรูปกระสวย เมื่อสุกมีสีน้ำตาล จุดเด่นมีปีกยาว 2 ปีก โดยปกติต้นยางนาจะพบมากในป่าดิบแล้ง และเช่นเดียวกับหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บ้านห้วยยางประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เป็นปัญหาเรื้อรังที่ชุมชนพยายามแก้ไขมาตลอดเกือบ 40 ปี

          การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนชุมชนที่อยู่ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. ให้สามารถพัฒนาตนเอง เติมเต็มส่วนที่ขาด สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนพึ่งตนเองได้ จึงได้มีโครงการสื่อสารและสร้างเครือข่ายชุมชนพึ่งตนเองพื้นที่ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ โดยนำร่อง 3 ภูมิภาค คือ ภาคใต้ ชุมชนใกล้แนวสายส่งไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์ ภาคเหนือ ชุมชนใกล้แนวสายส่งไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชุมชนใกล้แนวสายส่งไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์

20180104 ART01 02

         สำหรับในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กฟผ. ได้ร่วมกับเครือข่ายชุมชนบ้านห้วยยาง นำร่องการทำงานโดยยึดชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง เน้นการมีส่วนร่วม และเสริมพลังนำไปสู่การพึ่งตนเอง รวมทั้งการทำงานในลักษณะเครือข่ายกับชุมชนและหน่วยงานอื่นๆ เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาชุมชนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าต่อไป

20180104 ART01 04

         การดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาในชุมชนนี้ มุ่งศึกษาและวิเคราะห์ชุมชนอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้ทราบถึงวิถีชีวิต บริบทชุมชน ปัญหาของชุมชน ศักยภาพ ความเป็นไปได้และแนวโน้มกิจกรรมที่จะใช้แก้ไขปัญหา โดยพบว่า บ้านห้วยยางมีปัญหาสำคัญอันดับแรก คือ การขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ขาดแคลนน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา ทุกปีมีน้ำน้อย สภาพน้ำขุ่น ทำให้ต้องใช้ต้นทุนสูงในการผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ที่สำคัญมีความพยายามแก้ปัญหามาตลอดเกือบ 40 ปี แต่แก้ไขได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น

20180104 ART01 06

         นายธนชาต ดานุวงศ์ไพศาล ผู้ใหญ่บ้านตำบลห้วยยาง เผยว่า ชุมชนเป็นเจ้าของโครงการตั้งแต่ต้นร่วมกันคิดและแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบ ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด โดยคำนึงถึงผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงาน ทุกสิ่งทุกอย่างต้องได้รับความเห็นชอบจากชุมชน เพื่อให้มีการทำงานแบบบูรณาการ

         “เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ ประชาคมหมู่บ้านเลือกวิธีการผันน้ำธรรมชาติ จาก “ลำห้วยยาง” เข้าสู่ “หนองแสง” อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ประจำหมู่บ้าน โดยใช้หลักแรงโน้มถ่วงตามธรรมชาติ ไม่ต้องสร้างฝาย ไม่ต้องเสียค่าสูบน้ำ แม้ระยะทางไกลแต่ชุมชนก่อสร้างและบำรุงรักษาเองได้” ผู้ใหญ่บ้านตำบลห้วยยาง บอกเล่า

20180104 ART01 03

         ชุมชนได้ลงขันสมทบทุนและแรงงานทุกครัวเรือน โดยมีเป้าหมายต้องมีน้ำสำรองเพียงพอในฤดูแล้ง มีกองทุนบริหารจัดการ หากมีน้ำเหลือจะเอาไปทำประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติม โดยการสร้างพลังชุมชน ช่วยกันดูแลจัดการโดยคนในชุมชน

         และแล้วจากการวางแผนดำเนินงานหลายเดือน สู่ความสำเร็จเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 ชุมชนใช้เวลา 6 วัน ขุดแนววางท่อยาว 796 เมตร ผันน้ำจากลำห้วยยางเข้าสู่อ่างเก็บน้ำหนองแสง สามารถเก็บกักน้ำได้ 90,000 ลูกบาศก์เมตร มากกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมว่าจะเก็บกักน้ำได้ 35,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมจัดตั้งกองทุนชุมชนดูแลอย่างเป็นระบบ ทำให้ปัจจุบัน...แม้พื้นที่อื่นแห้งแล้ง แต่สำหรับบ้านห้วยยางมีน้ำกินน้ำใช้

          “กฟผ. เข้ามาเสริมพลังที่นำไปสู่การพึ่งตนเองโดยชุมชนมีส่วนร่วม เมื่อประสบความสำเร็จก็นำความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีมาสู่ชุมชน โดยเฉพาะเรื่องน้ำ เราพยายามแก้ปัญหามาเกือบ 40 ปีแล้ว แต่แก้ไขได้เพียงชั่วคราว ครั้งนี้มีน้ำที่คุณภาพดี สามารถลดต้นทุนค่าสารส้ม จากที่ผ่านมาใช้เฉลี่ยปีละ 4 ตัน เพราะน้ำขุ่นมาก ปัจจุบันใช้เพียง 2 ตัน ลดค่าใช้จ่ายลงได้มาก ส่วนการวางแนวท่อโดยใช้หลักแรงโน้มถ่วงสามารถแก้ปัญหาได้อย่างดี ปัจจุบันได้ถ่ายทอดความรู้สู่หมู่บ้านใกล้เคียงกัน เช่น บ้านโคกสูง ให้ทั้งแนวความคิดและการศึกษาดูงาน เพื่อนำความรู้ที่ได้กลับไปปรับใช้ในพื้นที่ต่อไป นอกจากนี้ยังฟื้นฟูส่งเสริมการปลูกต้นยางนา ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน และเป็นการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เพราะอีสานแห้งแล้งมาก การปลูกต้นไม้จึงได้ประโยชน์จากร่มเงา ได้น้ำ และยังให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ดูได้เห็นในอนาคต” ผู้ใหญ่บ้านตำบลห้วยยาง เล่าด้วยความภาคภูมิใจ

20180104 ART01 05

         ทุกวันนี้ “บ้านห้วยยาง” สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำที่เรื้อรังมานานเกือบ 40 ปี ด้วยพลังชุมชน ที่ร่วมมือ...ร่วมแรง...ร่วมใจ...สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนพึ่งตนเองได้อย่างแท้จริง