003.jpg

          คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 มอบหมายให้ กฟผ. ดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมทำหน้าที่เป็น shipper รายใหม่ในปริมาณการจัดหา LNG ไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปี ให้แล้วเสร็จภายในปี 2561 เพื่อนำ LNG ไปใช้กับโรงไฟฟ้าของตนเอง นับเป็นภารกิจใหม่ของ กฟผ. ในการจัดหาเชื้อเพลิงสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ล่าสุด ได้รับสิทธิ์ในการเช่าคลัง LNG ของ PTT LNG รองรับการนำเข้า LNG ดังกล่าว โดยรายละเอียดต่างๆ จะเป็นอย่างไร นายถาวร งามกนกวรรณ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้กรุณาให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจมากขึ้น

20180105 MIS01 01

ปัจจุบันการจัดหา LNG ถึงขั้นตอนใด และการดำเนินงานในระยะต่อไปเป็นอย่างไร

          กฟผ. ได้รับหนังสือแจ้งผลการจัดสรรความสามารถในการให้บริการส่วนขยายเพิ่มเติม 1.5 ล้านตันต่อปี (Open Season) ของบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ที่ PTTLNG (B) 147/60 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2560 โดย กฟผ. ได้รับสิทธิ์จากการจัดสรรดังกล่าว เป็นระยะเวลา 38 ปี ประมาณการเริ่มต้นส่งมอบ LNG ในเดือนมกราคม 2562 และสัญญาจะสิ้นสุดลงในปี 2599 เพื่อนำเชื้อเพลิง LNG ไปใช้ผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าของ กฟผ. โดยมีโรงไฟฟ้าเป้าหมายในเบื้องต้น ได้แก่ โรงไฟฟ้าพระนครใต้ โรงไฟฟ้าบางปะกง และ โรงไฟฟ้าวังน้อย

          อย่างไรก็ดี ตามมติ กพช. ดังกล่าวข้างต้น มอบหมายให้ กฟผ. จัดหา LNG ในระยะนำร่อง เพื่อทดสอบระบบการเปิดเสรีกิจการก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย โดยใช้กติกาการเปิดเสรีการให้บริการแก่บุคคลที่สาม หรือ Third Party Access : TPA โดย กฟผ. จะต้องเข้าใช้สถานีบริการของ ปตท. ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง รวมถึงระบบโครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติด้วย สิ่งที่ กฟผ. จะต้องพิจารณาคือ LNG ปริมาณ 1.5 ล้านตันที่จะนำเข้ามา จะมีกลยุทธ์เพื่อรองรับในเรื่องดังกล่าวอย่างไร โดยจะต้องจัดลำดับความสำคัญทั้งกระบวนการตั้งแต่การนำเข้า ปริมาณที่นำเข้า การใช้บริการสถานี และตัวแปรสำคัญคือโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ที่จะมาใช้ LNG นับเป็นภารกิจที่ท้าทาย เพราะเป็นเรื่องใหม่ของ กฟผ. ในการดำเนินธุรกิจจัดหา LNG

20180105-MIS01-02

กฟผ. จะนำเข้า LNG จากแหล่งใดบ้าง และในระยะนำร่องจะสิ้นสุดเมื่อไรจึงจะเข้าสู่การเปิดเสรีอย่างเต็มตัว

          ขณะนี้ อยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับที่ปรึกษาว่า กฟผ. จะนำเข้า LNG จากแหล่งใด โดยมีแนวคิดพื้นฐานที่จะนำมาพิจารณาร่วมกัน 4 ด้าน คือ 1) ราคาที่แข่งขันได้ (competitive) 2) มีความมั่นคงของแหล่ง LNG ในระยะยาว (security) 3) แหล่ง LNG ต้องมีความยืดหยุ่น (flexibility) ทั้งในเงื่อนไขของสัญญาและเงื่อนไขภาระผูกพัน 4) มีการกระจายความเสี่ยง (risk management) โดยมีผู้ค้า LNG 2 - 3 ราย โดย กฟผ. จะไม่พึ่งพาผู้ค้าเพียงรายเดียวเท่านั้น

          สำหรับระยะเวลานำร่องโดย กฟผ. ทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ในฐานะเลขานุการ กพช. ได้นำเสนอในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในระยะนำร่องจะมี shipper หลักเพียง 2 ราย คือ ปตท. และ กฟผ. โดยจะให้ shipper ทั้ง 2 ราย เป็นผู้นำเข้า LNG และทดสอบระบบ TPA ที่มี shipper มากกว่า 1 ราย รวมทั้งให้ กฟผ. แยกหน่วยงานจัดหาเชื้อเพลิง LNG ออกจากหน่วยงานผลิตไฟฟ้า จนเมื่อระบบ TPA มีกลไกที่แข็งแรง ทั้งระบบการควบคุมและการดำเนินงานแล้ว ก็จะเข้าสู่ระยะที่ 2 คือ การเปิดแข่งขันเสรีมากขึ้น

20180105-MIS01-03

การนำเข้า LNG เพื่อผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าของ กฟผ. จะส่งผลถึงค่าไฟฟ้าในภาคประชาชนหรือไม่ อย่างไร

          ต้องยอมรับว่า LNG ที่จะนำเข้ามา มีราคาแพงกว่าแหล่งก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย แต่หากประเทศไม่มีทางเลือก เนื่องด้วยสัดส่วนก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่ลดลงเรื่อยๆ เมื่อนำ LNG เข้ามาทดแทน จะทำให้ราคาค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ กฟผ. ต้องกำหนดกลยุทธ์ในการนำเข้า LNG จากแหล่งที่แข่งขันราคาได้ สะท้อนถึงการนำเข้าที่มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยต้องเป็นที่ยอมรับของภาครัฐที่วางใจให้ กฟผ. เป็นผู้ดำเนินงาน

ปัญหา อุปสรรค และความท้าทายต่อบทบาทหน้าที่ใหม่ของ กฟผ.

          เนื่องจากการดำเนินการนำเข้า LNG เป็นเรื่องใหม่ของ กฟผ. ที่จะต้องเข้าสู่ตลาดสากลที่มีความซับซ้อนและ ผันผวนค่อนข้างสูง กฟผ. จำเป็นต้องเร่งพัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้ทัดเทียมกับตลาดสากลให้เร็วที่สุด เนื่องจากมูลค่าการนำเข้า LNG มีมูลค่ามหาศาล

          การจัดหา LNG นับเป็นภารกิจใหม่ของ กฟผ. และเป็นงานท้าทายที่ภาครัฐมีภาระผูกพันที่ กฟผ. จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพราะการที่ กฟผ. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการภารกิจสำคัญในครั้งนี้ นั่นหมายถึงการได้รับความไว้วางใจจากผู้กำหนดนโยบาย ทั้งนี้ จะสำเร็จได้จึงต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากทุกฝ่าย รวมทั้งผู้บริหารที่จะช่วยผลักดันเดินหน้าเต็มที่ รวมถึงองค์ความรู้และทักษะของผู้ปฏิบัติงานที่จะร่วมบูรณาการให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมขึ้นมา