แปลกแต่จริง ! ในวันที่แดดแรง ลมดี เยอรมนีต้องจ้างให้คนใช้ไฟ

20180109 ART01 01

         ปรากฏการณ์ค่าไฟฟ้าติดลบ หรือจ้างให้คนใช้ไฟฟ้าในวันที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนได้มากเกิดขึ้นแล้วในบางประเทศ เช่น เยอรมนี และอังกฤษ ซึ่งในระยะหลังเกิดบ่อยขึ้น เนื่องจากการอุดหนุนพลังงานหมุนเวียน และการผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น ทำให้มีการผลิตมากจนเกินความต้องการในบางช่วงเวลาของวัน ขณะที่ยังต้องเดินเครื่องโรงไฟฟ้าหลักให้พร้อมจ่ายไฟฟ้าทันทีที่พลังงานหมุนเวียนผลิตไม่ได้

ไฟฟ้าผลิตแล้วต้องใช้

         ประเทศเยอรมนีลงทุนกว่า 2 แสนล้านกับพลังงานหมุนเวียนช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยเน้นพลังงานลมและโซลาร์เซลล์เป็นหลัก ในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ เช่น ช่วงวันหยุดยาว โรงงานอุตสาหกรรมหลักปิดทำการ โรงไฟฟ้าจะส่งไฟฟ้าเข้าสายส่งมากกว่าต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้า

          แต่เนื่องจากไฟฟ้าไม่สามารถผลิตเก็บไว้ได้ หรือมีต้นทุนสูงเกินไป(เช่น เก็บไว้ในแบตตเอรี่ โรงโรงไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับ) เมื่อพลังงานหมุนเวียนได้รับการอุดหนุนให้สามารถขายไฟฟ้าเข้าระบบได้ตลอดเวลา มีการผลิตมากเกินความจำเป็นในบางเวลา ขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์และโรงไฟฟ้าถ่านหิน ไม่สามารถหยุดเดินเครื่องได้ ต้องเดินเครื่องเพื่อควบคุมแรงดันของระบบ และให้พร้อมจ่ายไฟฟ้าเพิ่มได้ทันทีที่พลังงานหมุนเวียนไม่สามารถผลิตได้

          ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในเยอรมนี คือ ในระหว่างวันหยุดสุดสัปดาห์ และร้านค้าส่วนใหญ่หยุดทำการ โรงไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าสำรองมากเกิน สิ่งที่จะตามมาก็เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ คือ ราคาที่ลดลง จนบางกรณีลดลงต่ำกว่าศูนย์

         โชคร้าย ที่ค่าไฟที่ติดลบไม่ได้หมายความว่าประชาชนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจะได้รับเงินจากบริษัทพลังงานทันที แต่จะใช้วิธีหักส่วนลดค่าไฟให้กับผู้ใช้ในเดือนต่อๆ ไป

จ่ายเงินให้คนใช้ไฟฟ้า แนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

         นี่ไม่ใช่เหตุการณ์แปลกที่เกิดขึ้นในเยอรมนี ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา รายงานของบริษัท Energy Brainpool ระบุว่า ราคาค่าไฟติดลบกว่าร้อยครั้งในปี 2560 เช่นเดียวกับ บริษัท SMARD ผู้ให้บริการข้อมูลเครือข่ายเยอรมนี รายงานว่า เที่ยงคืนของวันที่ 24 ธันวาคม 2560 มีผู้บริโภคใช้ไฟฟ้า 42,000 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง น้อยกว่าการผลิตไฟฟ้าในขณะนั้นที่มีถึง 53,000 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง ในจำนวนนี้ 30,000 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง มาจากพลังงานลม

         เยอรมนี ยังไม่สามารถหาวิธีที่จะหาวิธีกักเก็บพลังงานหมุนเวียนที่มั่นคงได้ และไม่สามารถหยุดการผลิตพลังงานถ่านหินและนิวเคลียร์ออกได้ในทันที ในช่วงที่พลังงานหมุนเวียนสามารถผลิตได้เป็นจำนวนมาก จึงต้องให้ประชาชนใช้ไฟมากขึ้น หรือส่งพลังงานส่วนเกินนี้ไปยังตลาดเพื่อนบ้านในราคาถูก ซึ่งมีผลทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าไฟฟ้าของเยอรมนีสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

         “รูปแบบของสายส่งถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะ แต่พลังงานหมุนเวียนยังไม่ได้ถูกพัฒนาเพื่อผลิตพลังงานให้สอดคล้องกับความต้องการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความท้าทายหลักในการเปลี่ยนตลาดพลังงานไปใช้พลังงานหมุนเวียนแทน” นาย Tobias Kurth ผู้จัดการด้านพลังงานของบริษัท Brainpool กล่าว

         เป้าหมายของเยอรมนี ในการใช้พลังงานหมุนเวียนร้อยละ 45 ในปี 2573 จึงยังเป็นสิ่งท้าทาย ที่รอการพัฒนาเทคโนโลยี และความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งต้นทุนที่เหมาะสมในอนาคตต่อไป

แปลและเรียบเรียง โดย ธนภัทร ฉัตรทิพากร

ที่มา http://www.businessinsider.com/renewable-power-germany-negative-electricity-cost-2017-12?utm_content=buffer246f4&utm_medium=social&utm_source=facebook.com&utm_campaign=buffer-bi
http://www.huffingtonpost.ca/2018/01/06/germany-had-to-pay-people-to-use-electricity-over-the-holidays_a_23325975/

http://www.worldwatch.org/node/5430http://www.worldwatch.org/node/5430