ปี 2560 เป็นปีที่โลกเริ่มตระหนักว่าการพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนเพียงอย่างเดียว 100% เป็นความฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง และการไล่ตามความฝันไม่มีทางทำให้เราบรรลุเป้าหมายการสนองความต้องการใช้พลังงานของโลกให้เพียงพอ ในขณะที่ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปด้วย

20180110 ART01 01

         เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2560 ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไปนี้ ปลุกให้โลกต้องตื่นจากความฝันเรื่องการพึ่งพาพลังงานหมุนเวียน 100%

         ยุโรปไปไม่ถึงดวงดาว

         เหตุการณ์แรก เราได้เห็นประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม COP23 (รัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) ที่กรุงบอนน์เมื่อปลายปี 2560 ไม่มีความคืบหน้าในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในช่วงปีที่ผ่าน ๆ มา แม้เยอรมนีจะลงทุนกับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนไปมหาศาล แต่ยังไม่เพียงพอมาแทนที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ปิดลงไปได้ จึงทำให้เยอรมนียังต้องพึ่งพาถ่านหินเป็นหลักอยู่ดี

         ไม่เฉพาะเยอรมนีเท่านั้น ประเทศอื่น ๆ ก็เริ่มตื่นจากความฝันเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสหราชอาณาจักรที่มีนโยบายสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โรงใหม่ ขณะที่สวีเดนและฝรั่งเศสเริ่มตระหนักว่าการปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่ช่วยให้ประเทศบรรลุเป้าหมายด้านภูมิอากาศ ส่วนที่เกาหลีใต้ สาธารณะชนลงมติให้เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต่อไปแม้จะขัดกับนโยบายของรัฐบาล

20180110 ART01 02

การประชุม COP23 ที่กรุงบอนน์ ประเทศเยอรมนี เมื่อปลายปี 2560
https://www.connect4climate.org/event/unfccc-cop23

         สหรัฐอเมริกายังเถียงกันไม่จบ

20180110 ART01 05

         ภาพการ์ตูนประกอบคลิบวีดิโอการอภิปรายระหว่าง Professor Mark Jacobson และ Dr. Christopher Clack หนึ่งในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ 21 คน

         เครดิตภาพ THE INTERCHANGE TRANSCRIPTS

 

         อีกเหตุการณ์เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยมีการตีพิมพ์งานวิจัยเรื่อง “Evaluation of a proposal for reliable low-cost grid power with 100% wind, water, and solar” ในวารสาร “the Proceedings of the National Academy of Sciences” โดยนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังจำนวน 21 คน เป็นเอกสารที่หักล้างงานวิจัยของ Mark Jacobson ที่อ้างว่าการพึ่งพาพลังงานหมุนเวียน 100% ในสหรัฐอเมริกาจะเป็นจริงได้ภายในปี 2593

         เหตุผลที่ พลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงาน กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ 21 คน นำมาโต้แย้งคือ พลังงานหมุนเวียนไม่แน่นอน และสั่งไม่ได้ ดังนั้น ยิ่งมีพลังงานหมุนเวียนในระบบมากเท่าใด ปัญหาก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

          Dr. Christopher Clack หนึ่งใน 21 นักวิทยาศาสตร์ ชี้ว่า การไม่มีพลังงานฟอสซิลหรือนิวเคลียร์อยู่ในระบบ จะต้องมีแบตเตอรี่ขนาดยักษ์มาสำรองพลังงานทั้งหมด มากพอที่จะสามารถจ่ายไฟฟ้าตามความต้องการของระบบไฟฟ้าอย่างน้อย 4 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น แต่ข้อเสนอพลังงานหมุนเวียน 100 เปอร์เซ็นต์ ของ Mark Jacobson กำหนดขนาดแบตเตอรี่ที่มีระยะเวลาการจ่ายไฟฟ้ามีเพียง 1 ชั่วโมง 30 นาทีเท่านั้น

         ทั้งนี้ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังจำนวน 21 คน ชี้ว่า เนื้อหาโดยสรุปของงานวิจัยดังกล่าวระบุว่างานของ Mark Jacobson มีการตั้งสมมติฐานที่ไม่สมเหตุผล ใช้วิธีการวิจัยที่ไม่เหมาะสม ซึ่งนำไปสู่การสรุปผลที่ผิด ๆ Mark Jacobson ตอบโต้ข้อวิจารณ์นี้โดยการยื่นฟ้องร้อง ซึ่งขัดแย้งกับข้อปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์ ที่เป็นเรื่องของการตั้งข้อสังเกต ตั้งคำถาม สงสัย เพื่อนำไปสู่การถกเถียงทางวิทยาศาสตร์ และนำข้อมูลใหม่มาพิสูจน์ ไม่ใช่การฟ้องร้องเมื่อความเชื่อของตนถูกโจมตี

         เพราะอะไร โลกยังต้องพึ่งฟอสซิลและนิวเคลียร์

         และอีกเหตุการณ์ที่เราไม่เคยพบมาก่อน คือ เอ็นจีโอออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์ ในฐานะของผู้ที่ต้องการรักษาสิ่งแวดล้อมแต่เริ่มตระหนักว่าการพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนอย่างเดียวไม่มีทางเป็นไปได้ ซึ่งเอ็นจีโอในกลุ่มนี้ เช่น Environmental Progress, Energy for Humanity และ Mothers for Nuclear

20180110 ART01 03

สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าของโลกและภูมิภาคต่าง ๆ เปรียบเทียบระหว่างปี 2559 และคาดการณ์ในปี 2583

 

         และหากพิจารณาการคาดการณ์การใช้พลังงานของโลกใน World Energy Outlook ฉบับปี 2560 เราจะพบว่า แม้จะมีการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนมากเพียงใด เชื้อเพลิงฟอสซิลก็จะยังคงมีบทบาทสำคัญสุดในการผลิตไฟฟ้าจนถึงปี 2583 โดยเป็นสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่ง ส่วนการใช้พลังงานลมและแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าจะมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 20-33 แม้ว่าจะมีการใช้เงินลงทุนร้อยละ 45 จากงบทั้งหมดเพื่อเพิ่มกำลังผลิตของพลังงานลมและแสงอาทิตย์และเพิ่มเงินอุดหนุนพลังงานหมุนเวียนของโลกจาก 140 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปีเป็น 200 พันล้านเหรียญสหรัฐก็ตาม

         ลมและแสงอาทิตย์เป็นทางเลือกที่ดีในการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ประมาณร้อยละ 30 แต่ไม่ใช่ตัวเลือกที่จะมาแทนที่การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งหมด โลกจำเป็นต้องมีแหล่งพลังงานที่มั่นคง เช่น พลังน้ำและนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าหลักขนาดใหญ่ที่ผลิตไฟได้มั่นคงและปล่อยคาร์บอนต่ำ

         บ่อยครั้งที่เราได้ยินว่าหากเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานพัฒนาขึ้น พลังงานหมุนเวียนก็จะหลุดพ้นจากข้อปรามาสว่าเป็นแหล่งพลังงานที่ไม่แน่นอน แต่ในความเป็นจริง ระบบเก็บพลังงานเหมาะสมที่สุดหากเอามาใช้กับโรงไฟฟ้าหลัก ที่สามารถเก็บไฟฟ้าที่ผลิตเหลือใช้ในช่วงความต้องการต่ำ เพื่อลดการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ แต่ในทางกลับกัน เมื่อจะพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนเพียงอย่างเดียว 100% การจะเก็บไฟฟ้าที่ผลิตจากลมและแสงอาทิตย์ให้พอใช้ อุปกรณ์ในการกักเก็บต้องมีความสามารถเก็บไฟฟ้าปริมาณมหาศาล เพื่อเก็บพลังงานที่เหลือใช้ในช่วงที่มีแสงแดดและลมพัด

         แนวคิดและความเชื่อว่าจะใช้พลังงานลมและแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าเท่านั้นจึงเป็นความคิดที่ออกจะเพ้อฝัน ปี 2560 จึงนับได้ว่าเป็นปีที่คนเริ่มเปลี่ยนความคิด ความฝันเรื่องพลังงานหมุนเวียน 100% เริ่มแตกสลาย

แปลและเรียบเรียง : สุภร เหลืองกำจร
ข้อมูลจาก

- In 2017, The Myth of Powering the World with 100% Renewables Has Started to Crack
http://www.theenergycollective.com/mzconsulting/2419117/2017-myth-powering-world-100-renewables-started-crack

- Scientists blast Jacobson 100% wind, water and solar plan for errors
https://pv-magazine-usa.com/2017/06/20/scientists-blast-jacobson-100-wind-water-and-solar-plan-for-errors/