006.jpg

         กฟผ. ยืนยันรัฐบาลและกระทรวงพลังงานให้เดินหน้าธุรกิจการจัดหา LNG ตามโครงการ FSRU และนำเข้า LNG เพื่อสร้างความมั่งคงด้านพลังงานให้กับประเทศ พร้อมสนับสนุนสร้างการเติบโตของ กฟผ. จากธุรกิจใหม่ๆ

         นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. ชี้แจงถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของ กฟผ. ไม่ชัดเจนนั้น ขอยืนยันว่า กฟผ. ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลให้ดำเนินการเกี่ยวกับการนำเข้าก๊าซ LNG แบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย มอบหมายให้ กฟผ. เป็นผู้ดำเนินโครงการก่อสร้างสถานีกักเก็บและแปลงสภาพก๊าซธรรมชาติเหลวแบบลอยน้ำ (FSRU) ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ขนาด 5 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560 รับทราบตามมติของ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 และให้ กฟผ. ดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมจัดหาและนำเข้า LNG ในปริมาณไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปี ให้แล้วเสร็จภายในปี 2561 เพื่อนำก๊าซ LNG ไปใช้กับโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ซึ่ง กพช. ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560

         สำหรับความคืบหน้าของโครงการ FRSU ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษารายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยได้เริ่มจัดรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 ไปแล้วตั้งแต่ปลายปี 2560 และจะดำเนินการรับฟังความคิดเห็นแล้วเสร็จในเดือนมกราคมนี้ พร้อมทั้งอยู่ระหว่างทำการศึกษาการสำรวจและออกแบบงานวิศวกรรม (FEED) ควบคู่กันไป

         ส่วนการดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมจัดหาและนำเข้า LNG จำนวน 1.5 ล้านตัน ปัจจุบัน กฟผ. ได้รับสิทธิ์ในการใช้คลังเก็บก๊าซของบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด เป็นระยะเวลา 38 ปี และสัญญาจะสิ้นสุดลงในปี 2599 รวมถึงระบบท่อของ ปตท. โดยการนำเข้าLNG ดังกล่าวจะนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าพระนครใต้ โรงไฟฟ้าบางปะกง และ โรงไฟฟ้าวังน้อย

         นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า การจัดหา LNG นับเป็นธุรกิจใหม่ของ กฟผ. ที่ทั้งรัฐบาลและกระทรวงพลังงานให้การสนับสนุน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศชาติ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสและรุกเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคตอีกด้วย