แม้ว่าอังกฤษทำลายสถิติกำลังผลิตกังหันลมบนบกเพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2560 โดยมีการติดตั้งกังหันลมทั้งสิ้น 2,600 เมกะวัตต์ แต่รัฐบาลจำเป็นต้องชะลอการอุดหนุนพลังงานลมบนบก ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีของนายเดวิด คาเมร่อน และใช้มาถึงยุคนางเทเรซ่า เมย์ เนื่องจากการอุดหนุนทำให้มีการติดตั้งมากเกินความต้องการ จน National Grid ต้องจ่ายเงินให้หยุดผลิตบางช่วงเวลา เป็นเงินรวมกว่า 100 ล้านปอนด์ ในปีที่ผ่านมา

20180126 ART01 02

         เหตุที่รัฐบาลอังกฤษต้องยุตินโยบายเงินอุดหนุนพลังงานลมบนบก เนื่องจากการอุดหนุนราคาทำให้มีผู้ติดตั้งกังหันลมมากขึ้น จนเกินความต้องการของระบบในบางช่วงเวลา ซึ่งเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ผลิตพลังงานได้มากกว่าความต้องการดังกล่าว ศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าแห่งชาติ(National Grid) จะสั่งให้หยุดการจ่ายไฟฟ้าและจ่ายเงินให้แก่ผู้ผลิตกังหันลม ในอัตราดังกล่าวที่สูงกว่าที่จ่ายให้เมื่อผลิตพลังงานเสียอีก “อัตราค่าพลังงานที่จ่ายให้สำหรับการหยุดผลิตมีราคา 70 ปอนด์ต่อพันหน่วย(เมกะวัตต์ชั่วโมง) แต่ราคาที่จ่ายให้การผลิตมีราคา 49 ปอนด์ต่อพันหน่วย” Dr Lee Moroney แห่งสถาบัน Renewable Energy Foundation (REF) กล่าว เป็นเหตุให้ในปีหนึ่งๆ National Grid ต้องจ่ายเงินให้หยุดผลิตเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา ต้องจ่ายเงินให้หยุดผลิตถึง 100 ล้านปอนด์ หรือสับดาและ 2 ล้านปอนด์ ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลต้องจ่ายเงินให้แก่การหยุดผลิตแล้ว 367 ล้านปอนด์ เงินงบประมาณที่จ่ายไปทั้งหมดนี้ จะถูกเรียกเก็บผ่านบิลค่าไฟฟ้าที่ประชาชนจะต้องจ่าย

          ปี 2560 เป็นปีที่นักลงทุนเร่งติดตั้งกังหันลมบนชายฝั่งทั่วประเทศอังกฤษ เป็นกำลังผลิตรวมถึง 2,600 เมกะวัตต์ ให้เสร็จทันก่อนกำหนดเส้นตายที่รัฐบาลกำหนดเพื่อให้ยังได้รับเงินอุดหนุน ส่งผลให้ปี 2560 เพียงปีเดียว มีกำลังผลิตพลังงานลมบนชายฝั่ง เพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซนต์ รวมเป็น 12,060 เมกะวัตต์ ในปัจจุบัน

          องค์กร RenewableUk แสดงความเห็นว่านโยบายของรัฐบาลที่ห้ามไม่ให้ผู้ผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมบนบกเข้าร่วมประมูลเงินอุดหนุนของรัฐ จะส่งผลให้ในปี 2561 อังกฤษจะมีกำลังผลิตพลังงานลมบนบกเพิ่มแค่ 940 เมกะวัตต์ และในปีหน้าจะลดลงอีก เหลือ 370 เมกะวัตต์ โดยผู้อำนวยการ RenewableUk นางเอมม่า พินช์เบค กล่าวว่า “การอุดหนุนและโครงการที่เริ่มต้นในปี 2558 ส่งผลให้อังกฤษทำลายสถิติกำลังผลิตใหม่และทำให้พลังงามลมบนบกเป็นแหล่งพลังงานถูกที่สุด แต่นโยบายปัจจุบันของรัฐบาลจะทำให้การพัฒนาพลังงานลมบนชายฝั่งหยุดชะงัก และผู้ใช้ไฟเสียประโยชน์ในการใช้ไฟฟ้าราคาถูกลง”

          ในปีหน้า ผู้ผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมบนบกไม่ได้รับสิทธิในการเข้าร่วมประมูลเงินอุดหนุนจำนวน 557 ล้านปอนด์ แต่ผู้ผลิตไฟฟ้าจากฟาร์มกังหันลมในทะเลยังมีสิทธิเข้าร่วมประมูล โดยในปัจจุบัน ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของกังหันลมในทะเลกำลังลดลง แต่กำลังผลิตของกังหันลมบนชายฝั่งยังมีมากกว่า 2 เท่า

20180126 ART01 03

         การติดตั้งพลังงานลมบนชายฝั่งในแต่ละปี โดยปี 2560 ทุบสถิติสูงสุด และคาดการณ์ว่าในปี 2561 และ 2562 จะลดลง บริษัท Innogy ของประเทศเยอรมนี ที่เป็นเจ้าของฟาร์มกังหันลมบนชายฝั่ง 17 แห่งในอังกฤษ และกำลังสร้างเพิ่มอีก 5 แห่ง กล่าวว่าบริษัทพยายามทุกทางให้การผลิตไฟฟ้ามีราคาถูก แต่กลับต้องเจอกับการหยุดจ่ายเงินอุดหนุนของรัฐบาล ทำให้ปัจจุบันไม่มั่นใจในอนาคตของตลาด และจะทำให้ลดการพัฒนาโครงการกังหันลมบนชายฝั่ง แม้จะเป็นหนึ่งในแหล่งที่ผลิตไฟฟ้าได้ถูกที่สุด

         อย่างไรก็ตาม บริษัทพลังงานที่ยังต้องการลงทุนในฟาร์มกังหันลมบนชายฝั่งต่อไป ให้ความเห็นว่า กังหันลมบนชายฝั่งสามารถแข่งขันขายไฟฟ้าราคาถูกเพื่อจะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ โดยการเลือกที่ตั้งของฟาร์มกังหันลมในแคว้นเวลส์ และสกอตแลนด์ ซึ่งมีลมแรง

แปลและเรียบเรียง : สุภร เหลืองกำจร

ข้อมูลจาก Fears for future of UK onshore wind power despite record growth

https://www.theguardian.com/environment/2018/jan/22/fears-for-future-of-uk-onshore-wind-power-despite-record-growth

http://www.telegraph.co.uk/news/2018/01/08/wind-farms-paid-100m-switch-power/