002.jpg

          การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จัดพิธีลงนามความเข้าใจระหว่าง กฟผ. และ Hawaii Natural Energy Institute, University of Hawaii เพื่อร่วมกันศึกษาการประเมินศักยภาพระบบไฟฟ้าประเทศไทย ในกรณีที่มีพลังงานหมุนเวียนเข้ามาในระบบ

20180302-MIS01-01

          เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 สายงานรองผู้ว่าการนโยบายและแผน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จัดพิธีลงนามความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ระหว่าง กฟผ. และ Hawaii Natural Energy Institute, University of Hawaii เพื่อร่วมกันศึกษาการประเมินศักยภาพระบบไฟฟ้าประเทศไทย ในกรณีที่มีพลังงานหมุนเวียนเข้ามาในระบบ โดยมี นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการนโยบายและแผน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นผู้แทน กฟผ. ร่วมลงนามกับ Mr. Leon R. Roose ผู้แทนจาก Hawaii Natural Energy Institute, University of Hawaii ณ ห้องประชุม 201 อาคาร ท.100 สำนักงานใหญ่ กฟผ.

20180302-MIS01-02

          นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ กล่าวว่า กฟผ. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านกิจการพลังงาน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน มีหน้าที่รับผิดชอบจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ รวมถึงดูแลระบบผลิตและส่งไฟฟ้าทั่วประเทศ ให้มีความมั่นคงและเชื่อถือได้ ปัจจุบันด้วยแนวโน้มหรือทิศทางในการผลิตไฟฟ้าทั่วโลกได้ให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทนเป็นอย่างมาก ซึ่งกระแสพลังงานทดแทนนี้ได้กระทบมาถึงประเทศไทย ส่งผลให้มีผู้ผลิตพลังงานทดแทนเกิดขึ้นจำนวนมาก

          “ดังนั้น กฟผ. ในฐานะหน่วยงานที่ควบคุมดูแลพลังงานไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคงจึงต้องหาแนวทางในการจัดการที่เหมาะสม เพื่อรับมือกับการเพิ่มขึ้นของพลังงานทดแทน ในแง่ของการวิเคราะห์และประเมินศักยภาพของระบบไฟฟ้า กรณีที่มีพลังงานหมุนเวียนเข้าระบบการผลิตไฟฟ้า การร่วมมือกับ Hawaii Natural Energy Institute ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในเรื่องพลังงานทดแทน และการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าจึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยต่อไป” นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ กล่าว

20180302-MIS01-03

          ด้าน Mr. Leon R. Roose ผู้แทนจาก Hawaii Natural Energy Institute กล่าวว่า การลงนาม MOU ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ระหว่างเราทั้งสองหน่วยงานจะได้ร่วมเรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน ตอนนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมากและเปลี่ยนอย่างรุนแรง เหมือนกับคลื่นยักษ์ ดังนั้นเราต้องหาแนวทางเพื่อรับมือกับกระแสการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ให้ได้ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราทั้งสองหน่วยงานจะสามารถทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น และร่วมเปลี่ยนคลื่นลูกใหญ่ ให้กลายเป็นคลื่นลูกเล็กด้วยกัน

20180302-MIS01-04

          ทั้งนี้ MOU ดังกล่าวมีผลภายใต้กรอบระยะเวลา 2 ปี โดยมีขอบเขตการดำเนินงานในด้านการศึกษา อบรม การประชุมเชิงปฏิบัติการ และโครงการแลกเปลี่ยน (Study Tour หรือ Site Visit) ภายใต้หัวข้อ อาทิ การเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติงานเพื่อรองรับกรณีพลังงานหมุนเวียนเข้ามาในระบบไฟฟ้า โดยครอบคลุมด้านนโยบายพลังงาน กฎระเบียบและข้อบังคับ ขอบเขต ตลาดพลังงาน รวมทั้งการวางแผนการควบคุมระบบไฟฟ้า การแบ่งปันข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญในเนื้อหาด้านแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม และชีวมวลหรือเชื้อเพลิงชีวภาพ และการอนุรักษ์พลังงาน การทบทวนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าที่มี