random-csr-img00.jpg

20180315 CSR01 01

          การทำ CPR คือวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ช่วยคืนชีวิตแก่ผู้ประสบเหตุมานักต่อนัก ดังนั้นขั้นตอนการทำ CPR ที่ถูกต้องจึงควรเป็นความรู้ที่น่าจะติดตัวเราทุกคนไว้ เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และอาจมีบางสถานการณ์ที่เราต้องพบเห็นผู้ประสบเหตุหมดสติ หัวใจหยุดเต้น ดังนั้นหากเรามีโอกาสและความรู้พอที่จะช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์หรือแม้กระทั่งคนใกล้ตัวได้

          การปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) หมายถึง การช่วยเหลือผู้ที่หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น ให้มีการหายใจและการไหลเวียนกลับคืนสู่สภาพเดิม ป้องกันเนื้อเยื่อได้รับอันตรายจากการขาดออกซิเจนอย่างถาวร ซึ่งสามารถทำได้โดยการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (Basic life support) ได้แก่ การผายปอด และ การนวดหัวใจภายนอก

20180315 CSR01 05

          เมื่อเราพบเจอเหตุไม่คาดฝัน และในที่เกิดเหตุมีผู้ป่วยหรือบาดเจ็บ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ เช็คสภาพแวดล้อมว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยหรือไม่ จากนั้นให้ประเมินผู้ป่วยว่ายังรู้สึกตัวอยู่หรือไม่ หากไม่มีสติ คลำหาชีพจรไม่พบ ต้องรีบช่วยเหลือโดยด่วนภายใน 4 นาที เพราะถ้าเกิน 4 นาที ออกซิเจนในสมองจะหมดไป ควรเรียกขอความช่วยเหลือหรือเรียกบริการการแพทย์ฉุกเฉินจากหน่วยงานต่าง ๆ ทันที เช่น ศูนย์เอราวัณ (เฉพาะในพื้นที่ กทม.) โทร. 1646, สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ โทร. 1669 (ทั่วประเทศ) และ รีบช่วยทำ CPR

         การทำ CPR ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

         1. จัดให้ผู้ป่วยนอนหงายราบบนพื้นแข็ง ถ้าพื้นอ่อนนุ่มให้สอดไม้กระดานแข็งใต้ลำตัว

         2. สำหรับตำแหน่งที่จะกดหน้าอกเพื่อทำ CPR นั้น จะอยู่กลางหน้าอก บริเวณกระดูกหน้าอก (เส้นจุดตัดระหว่างหัวนมทั้ง 2 ข้าง กับเส้นกลางลำตัว) ใช้ส้นมือวางลงบนจุดนั้นโดยที่ 2 มือประสานกัน แขนเหยียดตรง

         3. ปล่อยน้ำหนักตัวผ่านจากไหล่ไปสู่ลำแขนทั้งสอง และลงไปสู่กระดูกหน้าอกในแนวตั้งฉากกับลำตัวของผู้เจ็บป่วย ในผู้ใหญ่และเด็กโต กดลงไปลึกประมาณ 1.5 - 2 นิ้ว ให้กดลงไปในแนวดิ่ง และอย่ากระแทก เป็นจังหวะสม่ำเสมอในอัตราเร็ว 100-120 ครั้ง/นาที ถ้าน้อยกว่านี้จะไม่ได้ผล การกดหน้าอกจะทำให้มีเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกาย และมีเลือ ดไหลกลับเข้าสู่หัวใจ ทำให้มีการไหลเวียนเลือดในร่างกาย หลังการกดแต่ละครั้งต้องปล่อยให้อกคืนตัวจนสุด เพื่อให้หัวใจรับเลือดสำหรับสูบฉีดครั้งต่อไป

         4. ในกรณีที่มีความคุ้นเคยกับผู้ป่วย รู้ประวัติสุขภาพว่าไม่ได้เป็นโรคติดต่อ สามารถใช้วิธีกดหน้าอก ร่วมกับการผายปอดแบบปากต่อปากได้ โดยกดหน้าอก 30 ครั้ง สลับกับการผายปอด 2 ครั้ง และควรมีผู้ช่วยเหลืออย่างน้อย 2 คน เพราะผู้ปฏิบัติจะเริ่มเหนื่อยและประสิทธิภาพในการกดหน้าอกลดลงหลังจากทำไปประมาณ 1 นาที ให้สลับกันกดหน้าอกสลับการช่วยหายใจครบ 5 รอบ (กดหน้าอก 30 ครั้ง : ผายปอด 2 ครั้ง) แต่หากไม่มั่นใจว่าผู้ป่วยมีโรคติดต่อหรือไม่ ให้ช่วยชีวิตโดยการกดหน้าอก หรือถ้าจำเป็นต้องผายปอดจริงๆ ให้หาผ้ามาคลุมปากผู้ป่วยก่อนที่จะประกบปาก ทำต่อเนื่องไปจนกระทั่งเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (AED) มาถึงและพร้อมใช้งาน มีบุคลากรทางการแพทย์เข้ามาดูแลผู้ป่วย หรือผู้ป่วยมีการหายใจหรือมีสัญญาณชีพ

20180315 CSR01 02

20180315 CSR01 03

20180315 CSR01 04

20180315 CSR01 06

         เพราะทุกชีวิตมีความหมาย และทุกนาทีที่ผ่านไป หมายถึงความเป็นความตาย ทุกๆขั้นตอนของการช่วยชีวิตจะต้องทำอย่างถูกต้องเหมาะสม เพราะหากผิดพลาด อาจพลาดโอกาสในการฟื้นคืนชีพ หรือ ผู้ป่วยอาจฟื้นขึ้นมาไม่เหมือนเดิม เราจึงควรต้องศึกษา เรียนรู้ และฝึกฝนอย่างถูกต้อง หากพบเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด เราจะได้สามารถช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้