โรงไฟฟ้าบางปะกง

ความเป็นมา

         โรงไฟฟ้าบางปะกง เป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศไทยที่ใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อสนองนโยบายของรัฐที่ต้องการพัฒนาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติภายในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปัจจุบันโรงไฟฟ้าบางปะกงมีกำลังผลิตรวมทั้งสิ้น 1,862 เมกะวัตต์ และสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 25,751 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ถือว่าเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในประเทศ

สถานที่ตั้ง

         โรงไฟฟ้าบางปะกง ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1,050 ไร่ บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำบางปะกง ที่บ้านหมู่ 6 ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยอยู่ห่างจากปากแม่น้ำบางปะกงขึ้นมาตามลำน้ำประมาณ 11 กิโลเมตร หรือห่างจากสะพานเทพหัสดินทร์ไปทางเหนือน้ำประมาณ 2.5 กิโลเมตร โรงไฟฟ้าบางปะกงอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 69 กิโลเมตร ใช้เส้นทางรถยนต์จากกรุงเทพฯ ไปตามถนนบางนา - ตราด เมื่อถึงจังหวัดฉะเชิงเทราข้ามสะพานเทพหัสดินทร์ไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีป้ายชื่อโรงไฟฟ้าบางปะกงตั้งอยู่ตรงปากทางเข้า จากจุดนี้ไปอีกระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะถึงโรงไฟฟ้า

ลักษณะโรงไฟฟ้า

         โรงไฟฟ้าบางปะกงประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังความร้อนจำนวน 4 เครื่อง และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม จำนวน 4 ชุด โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ระยะ คือเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี 2520 ประกอบด้วยงานก่อสร้างดังนี้

  • โรงไฟฟ้าพลังความร้อน

             จำนวน 2 เครื่อง กำลังผลิตเครื่องละ 550 เมกะวัตต์ (ปลดออกจากระบบ) สามารถใช้ทั้งน้ำมันเตาและก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง

  • โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม

             จำนวน 2 ชุด กำลังผลิตชุดละ 337.50 เมกะวัตต์ (ปลดออกจากระบบ) โดยแต่ละชุดประกอบด้วยเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันแก๊สขนาด 60.70 เมกะวัตต์ 4 เครื่อง สามารถใช้ได้ทั้งน้ำมันดีเซลและก๊าซธรรมชาติ และเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันไอน้ำขนาด 137.50 เมกะวัตต์ 1 เครื่อง งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าบางปะกง ระยะที่ 1 แล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคม 2527 รวมกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งสิ้น 1,860.60 เมกะวัตต์ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2530-2531 ได้ขยายตัวสูงขึ้นมาก การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงวางแผนเร่งพัฒนาแหล่งผลิตไฟฟ้าเพื่อสนองความต้องการไฟฟ้าอย่างเพียงพอและเพิ่มความมั่นคงแก่ระบบไฟฟ้าของประเทศ โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกงระยะที่ 2 ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2531 การก่อสร้างโรงไฟฟ้าบางปะกงระยะที่ 2 จึงได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2531 ซึ่งประกอบด้วย

    • โรงไฟฟ้าพลังความร้อน เครื่องที่ 3-4

               กำลังผลิตเครื่องละ 576 เมกะวัตต์ สามารถใช้ได้ทั้งน้ำมันเตาและก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง

    • โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ชุดที่ 3-4

               กำลังผลิตชุดละ 314 เมกะวัตต์ (ปลดออกจากระบบ) แต่ละชุดประกอบด้วยเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซขนาด 104 เมกะวัตต์ 2 เครื่อง สามารถใช้ได้ทั้งน้ำมันดีเซล และก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงและเครื่องผลิตไฟฟ้า กังหันไอน้ำขนาด 99 เมกะวัตต์ 1 เครื่องงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าบางปะกง ระยะที่ 2 แล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2534

    • โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ชุดที่ 5

               กำลังผลิต 710 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยเครื่องเดินไฟฟ้ากังหันแก๊ส จำนวน 2 เครื่อง เครื่องผลิตไอน้ำแรงดันสูง (Heat Recovery Steam Generator, HRSG) จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันไอน้ำ จำนวน 1 เครื่อง เชื้อเพลิงใช้ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอ่าวไทย เป็นเชื้อเพลิงหลักและใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรอง

การดูแลด้านสิ่งแวดล้อม

         โรงไฟฟ้าบางปะกงจำเป็นต้องเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยน้ำมันเตา เนื่องจากปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยมีจำกัด ทำให้เกิดฝุ่นและเขม่าฟุ้งกระจาย จากปล่องควัน เป็นเหตุให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณใกล้โรงไฟฟ้าอาจได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น กฟผ. จึงหามาตรการแก้ไขผลกระทบนี้ โดยเริ่มโครงการติดตั้งเครื่องดักจับฝุ่น จำนวน 4 เครื่อง ซึ่งเท่ากับจำนวนของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่มีอยู่ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2539 ก่อนการติดตั้งเครื่องดักจับฝุ่นจะมีปริมาณฝุ่นประมาณ 250 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐานอุตสาหกรรม 300 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) แต่หลังจากการติดตั้งเครื่องดักจับฝุ่นแล้ว ปริมาณฝุ่นได้ลดลงเหลือประมาณ 30 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดังนั้นเครื่องดักจับฝุ่นมีประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นร้อยละ 88 จึงทำให้อากาศในบริเวณรอบโรงไฟฟ้าดีขึ้น สามารถแก้ปัญหาความเดือนร้อนของชุมชนจากฝุ่นและเขม่าควันได้เป็นอย่างดี สำหรับฝุ่นที่ดักจับได้สามารถนำกลับไปเผาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับใช้ในโรงไฟฟ้าขนาดเล็กได้ หรือนำไปผสมปูนซีเมนต์ทำเป็นวัสดุก่อสร้างต่อไป

ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2562