เขื่อนแม่กลอง

         ตั้งอยู่ที่ 96 หมู่ที่ 1 ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตขนานนามว่า “เขื่อนวชิราลงกรณ” ต่อมาในปี 2544 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าเปลี่ยนเป็นชื่อ “เขื่อนแม่กลอง”

 

ลักษณะสำคัญของเขื่อนแม่กลอง

อุทกวิทยา

พื้นที่รับน้ำฝนเหนือที่ตั้งเขื่อน 25,590 ตร.กม.
ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย 9,710 ล้าน ลบ.ม./ปี

อ่างเก็บน้ำ

ระดับเก็บกักปกติ +22.50 ม. (รทก.)
ระดับเก็บกักต่ำสุด +15.00 ม. (รทก.)
ความจุอ่างเก็บน้ำ 38.80 ล้าน ลบ.ม.
ความจุใช้งาน 8.20 ล้าน ลบ.ม.

อาคารระบายน้ำล้น

ประเภท โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมประตูควบคุมบานโค้ง
จำนวนประตูระบายน้ำ 8 บาน
ขนาดบานระบาย 12.50 x 7.50 เมตร

เขื่อนทดน้ำ

ความสูง 14 เมตร
ความยาว 150 เมตร

 

         เขื่อนแม่กลองรับน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ การระบายน้ำจากเขื่อนทั้ง 2 เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างกรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

กิจกรรมการใช้น้ำ แบ่งเป็น 4 กิจกรรมหลัก

  1. เพื่อการเกษตรฤดูฝนและฤดูแล้ง ในเขตชลประทานลุ่มน้ำแม่กลอง ได้แก่ พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม โดยส่งน้ำเข้าคลองส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกท้ายเขื่อน ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาแม่น้ำแม่กลอง
  2. เพื่อหล่อเลี้ยงลำน้ำแม่กลอง โดยระบายน้ำจากเขื่อนแม่กลองอย่างต่ำ 70 ม.3/วินาที
  3. เพื่อผันน้ำช่วยเหลือแม่น้ำท่าจีน 1,190 ล้าน ม.3/ปี
  4. เพื่ออุปโภคบริโภค โดยส่งน้ำให้กรุงเทพมหานคร 45 ม.3/วินาที

 

โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนแม่กลอง

         โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนแม่กลอง เป็นโครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กับกรมชลประทาน ในการใช้ประโยชน์จากน้ำในเขื่อนของกรมชลประทานให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของรัฐบาลประกาศ ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2546 ที่กำหนดให้มุ่งเน้นส่งเสริมและพัฒนาการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เพื่อลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ

         ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2546 คณะรัฐมนตรีได้ประกาศนโยบายส่งเสริมให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กบริเวณท้ายเขื่อนของกรมชลประทาน เพื่อผลิตไฟฟ้าจากการปล่อยน้ำตามปกติของกรมชลประทานอยู่แล้ว โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้รับผิดชอบ โดยให้กระทรวงพลังงาน เป็นผู้สนับสนุนด้านเทคนิคการวางแผนและการพัฒนา ในการนี้กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งได้รับมอบหมายจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพลังงานตามลำดับ ได้ร่วมกันพิจารณาดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดย กฟผ. แสดงเจตจำนง จะพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กท้ายเขื่อนชลประทาน 6 แห่ง ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมกัน 78.7 เมกะวัตต์ กฟผ. ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าว เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2549 ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนแม่กลองเป็นหนึ่งใน 6 โครงการที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ด้วย

 

ลักษณะโครงการ

         โครงการฯ ประกอบด้วยงานก่อสร้างอาคารโรงไฟฟ้าคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดกว้าง 24 เมตร ยาว 44.50 เมตร สูง 25 เมตร คลองส่งน้ำเข้าโรงไฟฟ้า ชนิดคลองรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ความยาว 650 เมตร ที่จะขุดขึ้นใหม่ด้านฝั่งขวาของอาคารระบายน้ำล้น ภายในโรงไฟฟ้าติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก ขนาดกำลังผลิต 6.0 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งใช้ปริมาณน้ำในการปั่นไฟเฉลี่ยเครื่องละ 77.4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ความสูงของหัวน้ำ 9 เมตร รวมทั้งงานก่อสร้างสายส่งขนาด 22 กิโลโวลต์ ความยาว 2.7 กิโลเมตร เพื่อส่งไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่งผ่านให้แก่ระบบส่งของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยปีละประมาณ 74 ล้านหน่วย (ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง) ใช้งบประมาณลงทุนโครงการทั้งสิ้น 919 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างประมาณ 26 เดือน

 

ประโยชน์

  1. ลดการใช้เชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  2. ผลิตพลังงานไฟฟ้าสะอาดได้เฉลี่ย 74 ล้านหน่วย/ปี
  3. ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพงจากต่างประเทศ
  4. ส่งเสริมการศึกษาวิจัยด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
  5. ทำให้กำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในระบบผลิตไฟฟ้ารวมของประเทศ
  6. เกิดการจ้างงานท้องถิ่นในระหว่างการก่อสร้าง
  7. สร้างความมั่นคงในระบบไฟฟ้าของ อ.ท่าม่วง และเขตใกล้เคียง

 

พฤษภาคม 2561