เขื่อนท่าทุ่งนา

ความเป็นมา

เขื่อนท่าทุ่งนา เป็นโครงการหนึ่งในแผนพัฒนาลุ่มน้ำแควใหญ่ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตั้งอยู่ทางท้ายเขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนแห่งนี้มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถนำน้ำที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าแล้วจากเขื่อนศรีนครินทร์มาผลิตกระแสไฟฟ้าได้อีก และยังสามารถสูบน้ำจากเขื่อนท่าทุ่งนา กลับไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้อีกครั้งที่เขื่อนศรีนครินทร์ นับเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

งานก่อสร้างเขื่อน

รัฐบาลมีมติเห็นชอบเมื่อเดือนกันยายน 2520 ให้ กฟผ. ดำเนินการก่อสร้างโครงการเขื่อนท่าทุ่งนา ซึ่งแต่เดิมโครงการนี้มีชื่อเรียกว่า “โครงการแควใหญ่ตอนล่าง” กฟผ. เริ่มดำเนินการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกก่อนเป็นลำดับแรก โดยก่อสร้างบ้านพัก โรงพัสดุ สะพานข้ามแม่น้ำ ไฟฟ้า ประปา ฯลฯ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2520 ในเดือนมกราคม 2521 ได้เริ่มงานเบื้องต้นที่บริเวณที่ตั้งเขื่อน โดยทำการแผ้วถางป่าขุดดิน ขุดหิน ผันน้ำแม่น้ำแควใหญ่ และภายหลังจากนั้นงานก่อสร้างด้านโยธา อาทิ งานก่อสร้างอาคารระบายน้ำล้น อาคารรับน้ำ อาคารโรงไฟฟ้า อาคารท้ายน้ำและลานไกไฟฟ้า ซึ่งแต่ละรายการเริ่มทยอยแล้วเสร็จ และเสร็จสมบูรณ์ในเดือนธันวาคม 2524 สำหรับงานติดตั้งอุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้านั้น กฟผ. เริ่มดำเนินการติดตั้งเครื่องกังหันน้ำก่อนในเดือนสิงหาคม ๒๕๒๓ ต่อมาได้ทยอยติดตั้งอุปกรณ์อื่นๆ เรื่อยไป จนกระทั้ง สามารถดำเนินการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหน่วยที่ 1 และ 2 แล้วเสร็จและจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ในเดือนธันวาคม 2524 และกุมภาพันธ์ 2525 ตามลำดับ

ลักษณะเขื่อนและโรงไฟฟ้า

เขื่อนท่าทุ่งนา สร้างปิดกั้นลำน้ำแควใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านท่าทุ่งนาตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากเขื่อนศรีนครินทร์ลงมาท้ายน้ำประมาณ 25 กิโลเมตร

ตัวเขื่อน

เป็นเขื่อนแบบผสมระหว่างเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียวกับเขื่อนคอนกรีตกราวิตี ในช่วงทางระบายน้ำล้น มีความสูงจากฐานราก 30 เมตร ความยาวสันเขื่อน 840 เมตร ความกว้างสันเขื่อน 8 เมตร ปริมาตรตัวเขื่อน 280,000 ลูกบาศก์เมตร

อ่างเก็บน้ำ

มีระดับกักเก็บน้ำสูงสุด 59.7 เมตร รทก. ระดับกักน้ำต่ำสุด 55.5 เมตร รทก. ความจุของอ่างเก็บน้ำ 54.8 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 59.7 เมตร รทก. และปริมาณน้ำที่ใช้งานทั้งสิ้น 28.8 ล้านลูกบาศก์เมตร ความยาวอ่างเก็บน้ำ 25 กิโลเมตร

โรงไฟฟ้า

เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 5 ชั้น กว้าง 20 เมตร ยาว 50 เมตร สูง 45.87 เมตร ติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าชนิดกระแสสลับ ระบายความร้อนด้วยอากาศจำนวน 2 เครื่อง แต่ละเครื่องให้กำลังผลิต 19 เมกะวัตต์ รวมกำลังผลิตทั้งสิ้น 38 เมกะวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละประมาณ 170 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง โดยจ่ายไฟฟ้าผ่านสายส่ง 115 กิโลโวลต์ เชื่อมโยงระหว่างลานไกไฟฟ้าเขื่อนศรีนครินทร์กับสถานีไฟฟ้าแรงสูงกาญจนบุรี

ประโยชน์ที่ได้รับ

เขื่อนท่าทุ่งนา เป็นโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำแควใหญ่ตอนล่าง ที่ช่วยเสริมการผลิตไฟฟ้าให้กับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ โดยการติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าแบบสูบกลับ เครื่องที่ 4 และ 5 ที่เขื่อนศรีนครินทร์ ส่วนผลประโยชน์อื่นที่ได้รับมีดังนี้

  1. สามารถใช้น้ำที่ผลิตไฟฟ้าแล้วจากเขื่อนศรีนครินทร์มาผลิตไฟฟ้าได้อีกครั้ง
  2. ช่วยสนับสนุนนโยบายเร่งรัดพัฒนาชนบทของรัฐบาลให้รุดหน้ารวดเร็วยิ่งขึ้น
  3. อ่างเก็บน้ำของเขื่อนท่าทุ่งนา ทำหน้าที่เป็นอ่างเก็บน้ำตอนล่างคอยควบคุมปริมาณน้ำ และช่วยแก้ปัญหาระดับน้ำในลำน้ำแควใหญ่ทางด้านท้ายน้ำที่สูงขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลที่ปล่อยมาจากเขื่อนศรีนครินทร์
  4. ทำให้การจัดสรรน้ำมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อใช้ในการชลประทานและการเพาะปลูกในหน้าแล้ง
  5. เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน

เส้นทางคมนาคม

เขื่อนท่าทุ่งนา ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯเป็นระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถยนต์ไปตามถนนสายพุทธมณฑลผ่านอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เข้าสู่อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี แล้วเดินทางต่อไปตามถนนทางหลวงหมายเลข 3199 อีก 36 กิโลเมตร ก็จะถึงตัวเขื่อนฯ สำหรับการเดินทางโดยรถประจำทาง ขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งสายใต้ หรือโดยสารรถไฟสายท่องเที่ยวธนบุรี-กาญจนบุรี แล้วมาต่อรถโดยสารประจำทางในอำเภอเมือง สายกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ เพื่อมุ่งหน้าไปยังเขื่อนฯ

สถานที่ท่องเที่ยว

จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 128 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 19,483 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายแดนที่ติดกับสหภาพพม่า มีสภาพเป็นดงดิบ เป็นเมืองที่อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่น่าสนใจ ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยว อื่นที่มีความงดงามตามธรรมชาติหลายแห่ง อาทิ

  • สะพานข้ามแม่น้ำแคว

    ห่างจากอำเภอเมืองไปทางเหนือประมาณ 4 กิโลเมตรเศษสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกพันธมิตรได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลียและฮอลันดา (เนเธอร์แลนด์ในปัจจุบัน) จำนวนมาก สร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ผ่านสหภาพพม่า ซึ่งบางส่วนจำเป็นต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้ทำให้เชลยศึกพันธมิตรต้องเสียชีวิตลงหลายหมื่นคน เพราะความทารุณและโรคภัยไข้เจ็บของสงคราม

  • ทางรถไฟสายมรณะ

    ทางรถไฟสายมรณะนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่งอ่านเข้ากาญจนบุรี ข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตก ผ่านด่านเจดีย์สามองค์จนถึงปลายทาง ที่เมืองตันบีอุซายัต สหภาพพม่า ปัจจุบันเส้นทางสายนี้ไปสุดที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ซึ่งห่างจากสถานีกาญจนบุรีประมาณ 77 กิโลเมตร

  • บ้านดอนเจดีย์

    เป็นโบราณสถานที่อยู่ในเขตอำเภอพนมทวน บ้านดอนเจดีย์ ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตามเส้นทางสายกาญจนบุรี-อู่ทองประมาณ 15 กิโลเมตรในปี 2525 กรมศิลปากรได้สำรวจพบโครงกระดูกหลายร้อยโครง ตลอดจนดาบโบราณ กรามช้างและเครื่องม้า ฯลฯ จำนวนมาก รวมถึงซากเจดีย์อยู่ด้วย จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเจดีย์ยุทธหัตถีที่แท้จริง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถหาหลักฐานมาสนับสนุนความเชื่อนี้ได้

  • น้ำตกเอราวัณ

    เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสลอบ ห่างจากตัวเมือง 65 กิโลเมตร และห่างจากเขื่อนศรีนครินทร์ประมาณ 4 กิโลเมตร มีความยาว 2,000 เมตร ความสูงทั้งหมด 7 ชั้น ที่บริเวณน้ำตกเอราวัณมีบ้านพักของกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

  • เขื่อนศรีนครินทร์

    เป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สูง 140 เมตร ยาว 610 อยู่ห่างจากน้ำตกเอราวัณ ประมาณ 4 กิโลเมตร ในบริเวณอ่างเก็บน้ำ มีทิวทัศน์อันงดงามเหมาะสมเป็นแหล่งท่องเที่ยวและความรู้ มีบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว

สรุป

เขื่อนท่าทุ่งนา เป็นเขื่อนอเนกประสงค์เช่นเดียวกับเขื่อนอื่นๆ ที่ กฟผ. ดำเนินการ แต่เนื่องจากสถานที่ตั้งของเขื่อนฯ อยู่ทางตอนล่างของเขื่อนศรีนครินทร์ ดังนั้น น้ำที่ปล่อยจากเขื่อนศรีนครินทร์ หลังจากการผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว จะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนท่าทุ่งนา ซึ่งเขื่อนท่าทุ่งนานี้เปรียบเสมือนเขื่อนลูกทำให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า ได้อีกครั้งหลังจากไหลผ่านกังหันน้ำและในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าของประเทศลดลง ยังสามารถสูบน้ำจากเขื่อนท่าทุ่งนากลับไปเก็บไว้บนอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้อีก เป็นการสนับสนุนให้เขื่อนศรีนครินทร์มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น นับเป็นคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้เขื่อนท่าทุ่งนามีความสำคัญมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นเขื่อนขนาดเล็กก็ตาม นอกจากนี้ เขื่อนท่าทุ่งนายังช่วยสงวนเงินตราต่างประเทศในการสั่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย อีกทั้งมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเข้าสัมผัส ความสงบและความงดงามของธรรมชาติภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำเป็นประจำทุกปี

พฤษภาคม 2561