020.jpg

         กฟผ. รับงาน Operation & Maintenance หรือ O&M ให้กับสถานีไฟฟ้าแรงสูงนาบง (สฟ.นาบง) สปป.ลาว

         นายศานิต ด่านสมสถิต ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการธุรกิจสายงานระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า สฟ.นาบง สปป.ลาว ในระยะเริ่มต้นเมื่อก่อสร้างเป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูงที่จ่ายไฟในระดับแรงดัน 230 กิโลโวลต์ บนสายส่งไฟฟ้าที่ระดับแรงดัน 500 กิโลโวลต์เชื่อมโยงระหว่าง สปป.ลาว กับไทย เพื่อเป็นสถานีกลาง (Hub Station) ในการรวมพลังงานไฟฟ้าจากผู้พัฒนา และผู้ลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้า (Independent Power Producer : IPPs) จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำงึม 2 (เป็นผู้ผลิตรายแรกที่ทำการก่อสร้าง และปัจจุบันเป็นเจ้าของ สฟ.นาบง) โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำเงี๊ยบ 1 โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำงึม 3 และ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำเทิน 1 โดยมีเป้าหมายเพื่อการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าที่ระดับแรงดัน 500 กิโลโวลต์มาไทยที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงอุดรธานี 3 ซึ่งผ่านการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement : PPA)

         ต่อมา โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำเงี๊ยบ 1 (ซึ่งบริษัท EGAT International มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 30) จะเป็นผู้ร่วมใช้ สฟ.นาบง เป็นรายที่ 2 และมีแผนเริ่มส่งไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2562 ทางรัฐบาล สปป.ลาว จึงจำเป็นต้องเข้ามาเป็นผู้ควบคุม สฟ.นาบง (Operate) เพื่อเป็นคนกลางในการบริหารงาน โดยกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป.ลาว ได้ขอเช่าซื้อ (Lease Agreement) จากเจ้าของเดิม (Owner) คือ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำงึม 2 และได้มอบหมายให้ กรมธุรกิจพลังงาน (Department of Energy Business) สังกัดกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป.ลาว ประสานงานกับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว : ฟฟล. (Electricity du Laos : EDL) เป็นผู้ดำเนินการในงาน O&M

         จากนั้น กระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป.ลาว จึงได้มีหนังสือขอให้ กฟผ. ประเมินงบประมาณงาน O&M ในการปฏิบัติงานร่วมกับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (ฟฟล.) โดยงบประมาณ O&M นี้จะถูกนำไปใช้ในการประกอบการพิจารณาเรื่อง ค่าบริการสายส่งและจำหน่าย (Wheeling Charge) กับผู้ผลิตไฟฟ้า (IPPs) ที่จะมาเชื่อมต่อ และพิจารณาการเช่าที่ของรัฐบาล สปป.ลาว ต้องจ่ายให้แก่เจ้าของ สฟ.นาบง ซึ่งก็คือ โรงไฟฟ้าพลังงานเขื่อนน้ำงึม 2 นั่นเอง

         สำหรับในอนาคต กฟผ. จะรับงาน O&M ให้กับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำเงี๊ยบ 1 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มสัญญาได้ภายในปี 2562 รวมทั้งงานตรวจรับสายส่งของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำเทิน 1 ในปี 2563 ด้วย