ภายหลังจากที่เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ในปี 2540 “พระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้กลายมาเป็นหลักยึดให้กับคนไทยทุกหมู่เหล่า ในการฝ่าฟันวิกฤตการณ์ครั้งนั้นอย่างเข้มแข็ง และเป็นแนวคิดที่ทุกภาคส่วนได้น้อมนำมาเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง จนก่อให้เกิดความเข้มแข็งทั่วทุกตารางนิ้วของราชอาณาจักรไทย

 

         ศรัทธาอันแรงกล้าในพระราชดำริ

20180614 ART01 01

          “ผมเชื่อมั่นในแนวทางของพระองค์ท่าน” นายพัฒน์พงษ์ มงคลกาญจนคุณ เกษตรกรแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำปี 2559 กล่าวถึงแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่ตนได้รับความรู้และศึกษามาตั้งแต่ปี 2547 ด้วยแววตาที่มุ่งมั่นและตั้งใจ

         ตลอดระยะเวลาเกือบ 15 ปีที่ผ่านมา นายพัฒน์พงษ์ ในฐานะเกษตรกรบนแผ่นดินไทยได้น้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ไม่เพียงแต่สามารถเลี้ยงชีวิตของตนเอง และครอบครัวตนเองได้ แต่ยัก่อกำเนิดฟาร์มในชื่อว่า “ฟาร์มพีระพล” ที่บ้านท่าทุ่งนา ตำบลหนองเป็ด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ในรูปแบบของไร่นาส่วนผสมให้กับคนในชุมชนและผู้ที่สนใจศึกษาดูงานเข้ามาเยี่ยมชม โดยการันตีความยอดเยี่ยมของฟาร์มได้จากรางวัล ‘เกษตรกรต้นแบบ’ จากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เนื่องในวันอาหารโลกในปี 2557 ถือเป็นเกษตรกร 1 ใน 5 ของโลกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

         เกษตรกรแห่งชาติย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า แต่ก่อน ตนทำเกษตรเชิงเดี่ยวบนพื้นที่ 21 ไร่ ซึ่งคือการปลูกพืชน้อยชนิดเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าขาย ที่ต้องปลูกพืชตามฤดูกาล และยังต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า และยาฆ่าแมลงในการดูแลรักษาพืชผล ที่ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดสารพิษตกค้างในผลผลิตเท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพของตนเอง และยังต้องใช้เงินลงทุนในการซื้อปุ๋ยซื้อยาครั้งละหลายพันบาท

 

         ก้าวแรกของฟาร์มพีระพล

20180614 ART01 02

         ปี 2547 ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต เมื่อหน่วยงานภาครัฐได้นำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาให้ความรู้ ผ่านการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร รูปแบบไร่นาส่วนผสม ที่มีหลักสำคัญ คือ ภายในพื้นที่เพียง 1 ไร่ ต้องสามารถให้ประโยชน์ได้ทุกอย่าง ตั้งแต่การผลิตอาหารกินเอง และถ้าเหลือก็สามารถแบ่งปันและแจกจ่ายได้

          “ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในพื้นที่ 1 ไร่ เป็นอาหารของเราทั้งนั้น ทั้งปลูกข้าว เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงหมู เลี้ยงปลา ปลูกผลไม้ ปลูกพืชสมุนไพร ทำปุ๋ยหมัก แต่นี้เรามีพื้นที่ 21 ไร่ กลับไปปลูกแต่อาหารสัตว์ ทำไมเราไม่ปลูกพืชไว้กินเอง ผลิตอาหารกินเองแบบปลอดภัย จึงเริ่มคิดและปรับเปลี่ยนวิธีการทำเกษตรดู” เจ้าของฟาร์มพีระพล เล่าถึงความทรงจำครั้งแรกที่ได้รู้จักกับเกษตรแบบไร่นาส่วนผสม

20180614 ART01 03

         ในช่วงแรกของการลองผิดลองถูกเริ่มต้นจากการทดลองทำในพื้นที่เล็กๆ เพียง 5 ไร่ จากพื้นที่เดิมทั้งหมด 21 ไร่ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเป็นเกษตรแบบผสมผสานจะต้องทำทุกอย่างแบบครบวงจรในพื้นที่เดียว รวมทั้งยังถูกคนรอบข้างสบประมาทว่า ไม่มีทางประสบความสำเร็จแน่นอน

          “คนรอบข้าง เขามองว่าเราเป็นคนบ้า” นายพัฒน์พงษ์ พูดถึงเรื่องเมื่อ 10 ปีที่แล้วด้วยรอยยิ้ม แต่ตนก็เชื่อมั่นในแนวทางนี้ จึงมุ่งมั่นและขยันหมั่นเพียรในการศึกษาด้วยตนเอง

20180614 ART01 04

         จากจุดเริ่มต้นในวันนั้นเพียง 1 ปี สิ่งที่ทุ่มเทของนายพัฒน์พงษ์ก็เริ่มเห็นผล จากเดิมที่ต้องซื้อพืชผักจากท้องตลาดเพื่อทำอาหารกินในครอบครัว แต่ตอนนี้สามารถหาได้จากฟาร์มของตัวเอง มีทั้งไข่ไก่ มีผักผลไม้ แถมยังมีผลผลิตเหลือแบ่งปันให้คนรอบข้างได้ด้วย ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าแนวทางนี้สามารถเลี้ยงตนเองได้อย่างยั่งยืน และอยากแบ่งปันความรู้ที่มีให้เกษตรกรคนอื่นๆ ได้ลองทำการเกษตรแบบผสมผสาน

         สู่ศูนย์กลางองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์

         จากก้าวเล็กๆ ในวันที่ยืนได้ด้วยตนเอง ได้กลายเป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่อยากขยายองค์ความรู้ออกไปสู่ผู้อื่น เกษตรกรหัวใจไทยคนนี้จึงเริ่มนำหน่วยงานอื่นๆ เข้ามาช่วยเหลือในการขยายองค์ความรู้ออกไปสู่ชุมชน ประกอบกับได้ความรู้เพิ่มเติมจากการที่หน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนศรีนครินทร์ พาไปศึกษาดูงานตามศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต่างๆ จึงยิ่งอยากให้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในแบบไร่นาส่วนผสมขยายไปสู่ชุมชนโดยรอบ

          “ผมได้องค์ความรู้จากพระองค์ท่านมาฟรีๆ องค์ความรู้ที่ได้มาจะต้องไม่สูญ กฟผ. นำองค์ความรู้มาให้ รวมทั้งพาไปศึกษาดูงาน เราได้ประโยชน์ เป็นบุญคุณกับเรา เพราะฉะนั้นไม่ควรให้สิ่งนั้นมันตายไปกับชีวิตเรา เลยตั้งปฏิญาณว่า จะต้องเปิดศูนย์เรียนรู้ที่นี่ให้ได้”

20180614 ART01 05

          ด้วยปณิธานอันแรงกล้านี้ทำให้นายพัฒน์พงษ์ ทั้งพัฒนาความรู้ของตนเอง และพื้นที่ในสวนของตนเองให้เข้มแข็ง จนกระทั่งผลิดอกออกผล เริ่มต้นเป็น ‘ศูนย์เรียนรู้ไร่นาส่วนผสมตำบลหนองเป็ด’ ในช่วงแรก ซึ่งยังเป็นศูนย์การเรียนรู้เล็กๆ ก่อนที่จะจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยการจัดตั้ง “ฟาร์มพีระพล” ขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 โดยเป็นพื้นที่สาธารณะแห่งการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ในรูปแบบไร่นาส่วนผสมขึ้น จากการสนับสนุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

20180614 ART01 06

20180614 ART01 07

          ปัจจุบัน “ฟาร์มพีระพล” ได้กลายเป็นฟาร์มที่มีแหล่งผลิตอาหารครบวงจร ผ่านการจัดการฟาร์มด้วยตนเอง ที่ใช้คนดูแลทั้งฟาร์มเพียง 4 คนเท่านั้น ตั้งแต่การปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเอง และถ้าเหลือก็แบ่งปันแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้าน ปลูกผลไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจสามารถส่งออกไปขายต่างประเทศมากกว่าปีละ 50,000 กิโลกรัม เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองรสหวานฉ่ำ เงาะ ฝรั่ง มะละกอ ส้มโอ รวมทั้งเลี้ยงสุกร เลี้ยงไก่ไข่ รวมไปถึงทำมูลสัตว์มาทำก๊าซชีวภาพ เพื่อใช้ในการหุงหาอาหาร ซึ่งทุกขั้นตอน และทุกกระบวนการกระทำโดยแนวทางเกษตรอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารเคมี รวมถึงพึ่งพาตนเองได้ 100%

20180614 ART01 08

          ในอนาคต นายพัฒน์พงษ์มีแผนที่จะสร้างศูนย์การเรียนรู้แบบฟาร์มพีระพลในเครือข่ายชุมชนผู้อาศัยอยู่รอบเขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้แต่ละตำบลมีศูนย์การเรียนรู้แบบนี้ให้ชุมชนช่วยดูแลซึ่งกันและกัน สร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริง...

          นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวประสบความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงจากการน้อมนำแนวพระราชดำริ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ มาปรับใช้กับชีวิต จนเกิดความยั่งยืน และเป็นหน่อกล้าความยั่งยืนที่พร้อมจะแตกขยายเติบโตออกไปสู่ชาวไทยทั่วประเทศ โดยที่ กฟผ. พร้อมที่จะสนับสนุนและเป็นแรงเสริมเพื่อให้คนไทยมีชีวิตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน