random-csr-img01.jpg

         กฟผ. พร้อมภาคีเครือข่าย ภาครัฐ และเอกชน ร่วมแถลงข่าวการจัด "โครงการพัฒนาและฟื้นฟูป่าต้นน้ำยม ปลูกป่าประชารัฐ - จัดทำฝายน้ำล้น ปีที่ 3" เพื่อหวังฟื้นฟูป่าต้นน้ำในพื้นที่อำเภอปง จังหวัดพะเยา

         นายธาตรี ริ้วเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้แทน กฟผ. ร่วมแถลงข่าว “โครงการพัฒนาและฟื้นฟูป่าต้นน้ำยม ปลูกป่าประชารัฐ - จัดทำฝายน้ำล้น ปีที่ 3” จัดโดย ชมรมคอลัมนิสต์ นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ไทย โดยมี นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะประธานโครงการ เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย กฟภ. ปตท. กรมชลประทาน เครือข่าย จิตอาสาประชารัฐ พัฒนาชาติ และภาคเอกชน ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร H.A.Slade กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา

         นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า โครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาต้นน้ำยม โดยร่วมกับประชาชนในพื้นที่อำเภอปง จังหวัดพะเยา ปลูกป่า สร้างฝาย จนป่าต้นน้ำในพื้นที่ได้ฟื้นคืนสภาพเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะที่บ้านต้นฝาง หมู่ 5 ตำบลออย อำเภอปง จังหวัดพะเยา พื้นที่โครงการปลูกป่าประชารัฐ ฟื้นฟูต้น น้ำยมปีที่ 2 (ปี 2560) สำหรับโครงการปลูกป่าปีที่ 3 จะจัดกิจกรรมขึ้นในวันที่ 21 – 22 กรกฎาคม 2561 ณ อำเภอปง จังหวัดพะเยา ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอจุน อำเภอเชียงคำ อำเภอดอกคำใต้ และอำเภอปง จังหวัดพะเยา เนื้อที่ประมาณ 231,875 ไร่ มีสัตว์ป่าที่สำคัญอาศัยอยู่หลายชนิด เช่น นกยูง เลียงผา เก้ง กวาง และปกคลุมด้วยไม้ประเภทต่างๆ

         กฟผ. ได้ร่วมให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว ที่ผ่านมา กฟผ. ได้ดำเนินโครงการ ปลูกป่ามาตั้งแต่ปี 2537 เป็นระยะเวลากว่า 24 ปี มีพื้นที่ปลูกป่ามากกว่า 466,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ป่าถึง 49 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยมุ่งเน้นไปที่การปลูกป่าต้นน้ำและป่าชายเลนอย่างมีคุณภาพ โดยการปลูกป่านั้น ต้นไม้ที่ปลูกจะมีโอกาสรอดตายสูง เพราะมีแผนการปลูกที่มีความเหมาะสมตามฤดูกาล ถูกต้องตามแนวคิด ‘ปลูกที่ท้อง ปลูกที่ใจ ปลูกในป่า’ โดยจะมีการบำรุงรักษาต่อเนื่องภายหลังจากปลูกป่าไปอีก 2 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าจะฟื้นเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ เติบโตและขยายพันธุ์อย่างยั่งยืน รวมทั้งยังถ่ายทอดเทคนิคการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีให้กับชุมชน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม เกิดความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ของตน และบำรุงดูแลเป็นป่าชุมชนสืบไป