โรงไฟฟ้าวังน้อย

ความเป็นมา

โรงไฟฟ้าวังน้อยถือว่าเป็นโครงการเร่งดวนเพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นในภาคกลางตอนล่าง คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติในหลักการให้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมวังน้อย ชุดที่ 1 –3 เมื่อ วันที่ 5 ตุลาคม 2536 และคณะรัฐมนตรีรับทราบเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2537 โดยผ่านความเห็นชอบตาม กระบวนการต่างๆ ของสิ่งแวดล้อมในปี พ.ศ. 2537 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไดเริ่มก่อสร้าง และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบทั้ง 3 ชุด ในปี พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2541 ตามลำดับ ต่อมามีการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคกลางของประเทศเพิ่มสูงขึ้น กฟผ. จึงต้องเตรียมการจัดหาแหล่งผลิตไฟฟ้าเพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และเป็นไปตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2553 - 2573 (Power Development Plan – PDP 2010) โดยให้ กฟผ. ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าวังน้อยชุดที่ 4 ภายในพื้นที่ เดิมของโรงไฟฟ้าวังน้อยปัจจุบัน เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในเขตพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งโรงไฟฟ้าวังน้อยชุดที่ 4 ไดรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ก่อสร้างและจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557

สถานที่ตั้ง

โรงไฟฟ้าวังน้อยตั้งอยู่ที่ 32 หมู่ 4 ตำบลวังจุฬา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บนเนื้อที่ประมาณ 1,313 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลวังจุฬา 140 ไร่และในตำบลข้าวงาม 1,173 ไร่ โดยอยู่ห่างจากอำเภอวังน้อยไปทางทิศทางเหนือตามถนนพหลโยธินประมาณ 10 กิโลเมตร (ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 72 จากกรุงเทพฯ) และห่างจากถนนพหลโยธิน ประมาณ 1.7 กิโลเมตร

ลักษณะโรงไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าวังน้อย เป็นโรงไฟฟ้าประเภทพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย เป็นเชื้อเพลิงหลัก และน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรองในการผลิตกระแสไฟฟ้า โรงไฟฟ้าติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 4 ชุด รวมกำลังผลิตสูงสุดทั้งสิ้น 2830.95 เมกะวัตต์

  • โรงไฟฟ้าชุดที่ 1-2

    ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดกำลังผลิตชุดละ 652.13 เมกะวัตต์ แต่ละชุดประกอบด้วย เครื่องกำเนินไฟฟ้ากังหันก๊าซ ขนาดกำลังผลิตเครื่องละ 223.35 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากังหันไอน้ำ ขนาดกำลังผลิต 205.43 เมกะวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง

  • โรงไฟฟ้าชุดที่ 3

    ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดกำลังผลิตชุดละ 729.39 เมกะวัตต์ จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วย เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากังหันก๊าซ ขนาดกำลังผลิตเครื่องละ 236.30 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องกำเนินไฟฟ้ากังหันไอน้ำขนาดกำลังผลิต 256.79 เมกะวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง

  • โรงไฟฟ้าชุดที่ 4

    ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดกำลังผลิตชุดละ 797.30 เมกะวัตต์ จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วย เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากังหันก๊าซ ขนาดกำลังผลิตเครื่องละ 260.10 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องกำเนินไฟฟ้ากังหันไอน้ำขนาดกำลังผลิต 277.10 เมกะวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง

การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม

โรงไฟฟ้าวังน้อยให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆตามที่กำหนดไวในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเสมอมา มีการควบคุมมลพิษต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตอย่างเข้มงวด ทำให้มล สารทั้งหมดที่ระบายออกจากโรงไฟฟ้ามีค่าอยู่ในมาตรฐานกำหนดตลอดมา โดยโรงไฟฟ้ามีระบบการควบคุมมลสารดังนี้ คือ

  • คุณภาพอากาศ

    มีการติดตั้งระบบฉีดไอน้ำหรือน้ำ (Steam or Water injection) ที่เครื่องกังหันก๊าซของโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 1 และชุดที่ 2 สวนโรงไฟฟ้า ชุดที่ 3 และชุดที่ 4 ติดตั้งระบบเผาไหมแบบ Dry low NOx burner เพื่อลดอุณหภูมิในห้องเผาไหม ลดอัตราการระบายก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน และมีการติดตั้งระบบตรวจสอบคุณภาพอากาศแบบต่อเนื่อง (Continuous Emission Monitoring System; CEMs) ที่ปล่องของโรงไฟฟ้าทุกปล่อง

  • คุณภาพน้ำ

    โรงไฟฟ้าวังน้อยมีระบบบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์เพื่อบำบัดน้ำเสียจากอาคาร มีบ่อสะเทินทางเคมี (Neutralization pit) เพื่อบำบัดน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิต มีบ่อดักไขมัน (Oil separator) เพื่อบำบัดน้ำทิ้งที่มีน้ำมันปนเปื้อน จากนั้นน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วทั้งหมดรวมถึงน้ำจากหอหลอ เย็นจะไหลไปรวมกันที่บ่อพักน้ำทิ้ง (Holding pond) เพื่อกักน้ำไวให้ตกตะกอนก่อน แล้วไหลล้นไปที่บ่อหนวง น้ำ (Retention pond) เพื่อลดปริมาณสารแขวนลอย สารละลาย และความนำไฟฟ้า ก่อนปล่อยลงสูคลอง 26 และมีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งต่อเนื่อง ไดแก ความเป็นกรดและด่าง อุณหภูมิ ความนำไฟฟ้า และออกซิเจนละลาย บริเวณอาคารตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งก่อนระบายลงคลอง 26

  • การจัดการของเสีย

    ขยะมูลฝอยจากสำนักงานโรงไฟฟ้าจะว่าจ้างบริษัทเอกชนที่ไดรับ อนุญาตจากหน่วยงานราชการเป็นผู้ขนย้ายและนำไปกำจัด ขยะที่เกิดขึ้นจากกระบวนผลิตทั้งหมด เช่น เรซินที่ เสื่อมสภาพ (Waste resin) น้ำมันเครื่องใช้แลว (Used oil) และกากน้ำมัน (Waste oil) เป็นต้น โรงไฟฟ้าจะ ส่งให้บริษัทเอกชนที่ไดรับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมนำไปกำจัดด้วยวิธีการที่ถูกต้องตามหลัก วิชาการเช่นกัน สวนกากตะกอนที่รีดน้ำแลว (sludge cake) จากระบบผลิตน้ำ โรงไฟฟ้าได้รับอนุญาตจาก อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้นำไปถมที่ลุ่มภายในโรงไฟฟ้าวังน้อย (หนังสือกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่ อก 0313/5763 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2546)

  • ระดับเสียง

    โรงไฟฟ้าวังน้อยมีการติดตั้งชุดลดเสียง (Silencer) เพื่อลดเสียงดังจากการระบาย ไอน้ำ มีการสร้างห้องคลุมเครื่องจักรบริเวณห้องเผาไหมของเครื่องกังหันก๊าซ มีการกำหนดข้อมูลจำเพาะของ เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีเสียงดัง ให้มีค่าระดับความดังเสียงไมเกิน 85 เดซิเบล (เอ) ที่ระยะห่างจาก แหล่งกำเนิดเสียง 1 เมตร มีการตรวจวัดระดับเสียงตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงจัดให้มีป้ายหรือสัญลักษณ์ บริเวณพื้นที่ที่มีเสียงดังเกิน 80 เดซิเบล (เอ) และจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันเสียง เช่น ที่ครอบหู หรือปลั๊กอุดหู สำหรับพนักงานที่เข้าไปปฏิบัติงานบริเวณพื้นที่ที่มีระดับเสียงสูงเกินกว่า 80 เดซิเบล (เอ)

  • นิเวศวิทยาแหล่งน้ำ

    โรงไฟฟ้าวังน้อยมีการติดตั้งตะแกรงบริเวณท่อสูบน้ำและมีการดูแล รักษาตะแกรงให้อยู่ในสภาพดีและใช้งานได้อยู่เสมอ มีการปล่อยพันธุสัตว์น้ำในคลองระพีพัฒน์และคลอง 26 อยู่เสมอ รวมถึงมีการวิเคราะห์หาชนิดและปริมาณของแพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ และสัตว์หน้าดิน ปละ 2 ครั้ง บริเวณคลองระพีพัฒน์และคลอง 26 จำนวน 4 จุด คือ จุดสูบน้ำดิบในคลองระพีพัฒน์ (บริเวณประตูน้ำ) คลอง 26 บริเวณจุดปล่อยน้ำทิ้งจากโรงไฟฟ้า คลอง 26 บริเวณท้ายน้ำของจุดปล่อยน้ำทิ้งจาก โรงไฟฟ้าประมาณ 500 เมตร และคลอง 26 บริเวณเหนือน้ำของจุดปล่อยน้ำทิ้งจากโรงไฟฟ้าประมาณ 500 เมตร

นอกจากการดำเนินงานตามมาตรการฯ ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดแลว โรงไฟฟ้าวังน้อยยังใสใจเข้า ร่วมกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมแบบสมัครใจอีกมากมาย เช่น เข้าร่วมกิจกรรมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ องค์กรในปี 2557 จนไดรับประกาศนียบัตรผ่านการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร จากองค์การบริหาร จัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2557 ไดรับรางวัล CSR-DIW Continuous Award จากกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 ไดรับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ ที่ 4 จากกระทรวง อุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 ไดรับเกียรติบัตรโครงการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2553 รางวัลดีเลิศ “รัฐวิสาหกิจที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านการขับเคลื่อนแผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน” เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2560 จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และไดรับใบรับรอง ISO 14001 ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้น

กรกฎาคม 2561