031.jpg

20180804 PRE01 02

          รัฐบาลเปิดศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำร่วมกับ 9 หน่วยงาน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมี กฟผ.เป็น 1 ใน 9 หน่วยงาน

          นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุม “ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต” ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 9 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และกรมประชาสัมพันธ์

          นายสมเกียรติ เปิดเผยว่า สทนช.ได้ออกคำสั่งที่ 216/2561 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2561 เรื่อง จัดตั้ง “ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต” ขึ้น เนื่องจากขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยเริ่มมีน้ำหลาก ประกอบกับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางหลายแห่ง มีปริมาณน้ำมากกว่าเกณฑ์ควบคุมที่กำหนดไว้ ดังนั้น เพื่อเป็นการดำเนินการเชิงป้องกัน และไม่ให้เกิดความเสียหายที่เกิดจากน้ำ ทั้งลุ่มน้ำภายในประเทศ และลุ่มน้ำระหว่างประเทศ ให้เป็นเอกภาพในการอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีบัญชาให้เปิดศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี

          สำหรับการทำงานของศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต ซึ่งมีนายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ และมีผู้แทนจาก 9 หน่วยงานเข้าร่วม ประกอบด้วย กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งผู้แทนหน่วยงานข้างต้นเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ สามารถ วิเคราะห์และตัดสินใจแทนหน่วยงานได้ ร่วมปฏิบัติการที่ศูนย์ฯ ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันนี้ (3 ส.ค.61) เป็นต้นไป โดยใช้ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน สามเสน เป็นศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว

          โดยทุกหน่วยงานจะร่วมบูรณาการข้อมูล ทั้งการคาดการณ์แก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ 1. เพื่อติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะรวมข้อมูลน้ำทั่วประเทศจากทุกหน่วยงาน มาประมวลผลเป็นข้อมูลเดียวกันใช้กับทุกหน่วยงาน 2. กำหนดเกณฑ์โค้งปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำ (Reservoir Operation Rule Curves) สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง เพื่อใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ จะพิจารณาเกณฑ์ควบคุมตอนบน (Upper Rule Curve) เพื่อควบคุมระดับน้ำตอนบนที่กำหนดไว้ไม่ให้มีระดับน้ำสูงเกินกว่าเกณฑ์ระดับควบคุมตอนบน เพื่อรองรับปริมาตรน้ำที่จะไหลลงอ่างฯ 3. พร่องน้ำจากอ่างฯ ที่เกินเกณฑ์ระดับควบคุมตอนบน (Upper Rule Curve) ให้อยู่ในเกณฑ์ภายใน 5 วัน และ 4. การอำนวยการ กำกับ ประสาน และติดตาม แผนการเตรียมความพร้อมการรับมือน้ำหลาก ปี 61 โดยเฉพาะการพร่องน้ำ การระบายน้ำ การชดเชยเยียวยา และการแจ้งข้อมูลข่าวสารไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนให้ทันต่อสถานการณ์

          ในช่วงสภาวะวิกฤติ กฟผ. ได้ส่งผู้ปฏิบัติงานจากกองจัดการทรัพยากรน้ำ (กจน-พฟ) ประจำที่ "ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ" เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ ประกอบการตัดสินใจ ร่วมกับหน่วยงานด้านน้ำที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเริ่มส่งผู้ปฏิบัติงานไปทำงานประจำทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์น้ำจะเข้าสู่สภาวะปกติ

          ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2561 กฟผ. สายงานผลิตไฟฟ้าได้เปิดศูนย์เฉพาะกิจติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ กฟผ. ณ สำนักงานกลาง กฟผ. โดยมีผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ นายณัฐวุฒิ แจ่มแจ้งเป็นประธานศูนย์ฯ เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำ

          ทั้งนี้คณะทำงานฯ ประกอบด้วย ผู้อำนวยการเขื่อนที่ กฟผ. ดูแล, ฝ่ายบำรุงรักษาโยธา, ฝ่ายสำรวจ ฝ่ายสื่อสารองค์การ ฝ่ายควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าและหัวหน้ากองเดินเครื่องทุกเขื่อน มีหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทุกเขื่อนเพื่อรายงานต่อผู้บริหาร และรวบรวมข้อเสนอเเนะต่าง ๆ ในพื้นที่เพื่อเสนอต่อศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติของรัฐบาลต่อไป

          ทั้งนี้ ศูนย์ฯ จะรายงานความก้าวหน้าเป็นประจำทุกวันต่อรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ) และนายกรัฐมนตรี ให้ทราบเป็นระยะ เพื่อเป็นข้อมูลตัดสินใจในเชิงนโยบายกรณีเกิดภาวะวิกฤตด้วย

          ที่มา: สำนักข่าวไทย

20180729 PRE01 01

20180729 PRE01 03