กฟผ. เปิด EV Charging Station ให้รถบัส EV ในโครงการนำร่องของ ขสมก. เข้ามาชาร์จได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เริ่มวิ่ง 6 เส้นทาง ทยอยให้บริการตั้งแต่สิงหาคม 2561 ถึงมีนาคม 2562

          กระแสรถยนต์ไฟฟ้า Electric Vehicle หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า รถ EV กำลังมาแรงทั่วโลก ผู้ผลิตรถยนต์หลากหลายค่ายทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก ต่างหันมามุ่งผลิตรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานขับเคลื่อนกันอย่างจริงจัง เพราะยุคนี้บอกได้เลยว่า รถ EV มาแรงแซงทางโค้ง ที่ใครๆก็อยากครอบครอง เนื่องจากกระแสโลกที่คำนึงถึงภาวะโลกร้อน หรือ Global Warming เพราะเชื่อกันว่าถ้าสามารถลดการใช้น้ำมันลง น่าจะช่วยชะลอภาวะโลกร้อนได้

          ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนารถ EV และสนับสนุนนโยบายที่จะทำให้ประชาชนได้ใช้รถ EV ที่มีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงาน และใช้กันอย่างแพร่หลายขึ้น ล่าสุด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ได้เปิดตัวโครงการนำร่อง “การสาธิตและประเมินผลการใช้งานรถโดยสารไฟฟ้า” ซึ่งเป็นการให้บริการรถโดยสารไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และเก็บข้อมูลเพื่อการศึกษาและวิจัยผลการใช้งานจริง หวังนำมาทดแทนรถโดยสารที่ใช้น้ำมัน เพื่อช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน โดยจะทยอยให้บริการตั้งแต่วันนี้ ไปถึงมีนาคม 2562

รถ EV Bus จาก บริษัท Edison Motor จำกัด ที่ ขสมก. ใช้ในโครงการฯ

 

          โครงการ “การสาธิตและประเมินผลการใช้งานรถโดยสารไฟฟ้า” ได้เริ่มนำร่องในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลังผู้ผลิตรถโดยสารไฟฟ้า หรือ รถ EV Bus จากบริษัท Edison Motor จำกัด กลุ่มผู้ผลิตจากเกาหลีใต้ ได้ส่งมอบรถโดยสารอีวี ให้แก่ ขสมก. เพื่อใช้ในช่วงการทดลองใช้ EV Bus โดยได้เริ่มทยอยวิ่ง ใน 6 เส้นทาง ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 ไปถึง เดือนมีนาคม 2562 ได้แก่ สาย137 วงกลมรามคำแหง-ถนนรัชดาภิเษก สาย36 ห้วยขวาง-ท่าน้ำสี่พระยา สาย73 ห้วยขวาง-สะพานพุทธ สาย204 กทม.2-ท่าน้ำราชวงศ์ สาย138 พระประแดง-หมอชิต2 และ สาย50 พระราม7-สวนลุมพินี

          จากนั้น จะได้ผลทดสอบอัตราการประหยัดพลังงาน ซึ่งมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี จะเป็นผู้เก็บข้อมูลประเมินผลอัตราการสิ้นเปลือง และสมรรถนะของรถ เพื่อส่งให้ ขสมก. พิจารณา ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หากอนาคตจะนำรถ EV Bus มาใช้ให้บริการสาธารณะเพิ่มขึ้น อาจต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างรถเพื่อให้เหมาะกับสภาพการจราจรของไทย

รถ EV Bus ของ กฟผ. และ สถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถ Bus

 

การอัดประจุไฟฟ้าของ รถ EV Bus ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง

 

          นอกจากนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ยังได้เป็นอีกหนึ่งพันธมิตรร่วมในโครงการนำร่องนี้ ในส่วนของการสนับสนุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) เพื่อให้รถ EV Bus ในโครงการนำร่อง เข้ามาอัดประจุไฟฟ้าที่ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง ได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง

 

ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง

 

ที่จอดรถ EV Bus เพื่ออัดประจุไฟฟ้า ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง

 

          ในปัจจุบัน สถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถ EV Bus ในประเทศไทยยังมีจำนวนน้อยมาก โดยทั่วไป รถบัสโดยสารไฟฟ้า หรือ EV Bus ต้องการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าประมาณ 700 -750 โวลต์ ซึ่ง กฟผ. มีสถานีอัดประจุไฟฟ้ารถไฟฟ้า สำหรับ EV Bus โดยเฉพาะ ตั้งอยู่ที่ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง จ.นนทบุรี ใกล้สะพานพระราม 7 ไว้สำหรับอัดประจุไฟฟ้ารถมินิบัสไฟฟ้าของ กฟผ. ที่ใช้รับ-ส่งผู้โดยสารมายังศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. โดยเครื่องอัดประจุไฟฟ้าที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง มีกำลังไฟฟ้าสูงสุดในการอัดประจุ (Power Output) 90 กิโลวัตต์ แรงดันไฟฟ้าในการอัดประจุ (Voltage Output) 750 โวลต์ และเป็นแบบ Fast Charge ซึ่งเป็นขนาดที่สามารถใช้อัดประจุรถ EV Bus ในโครงการนำร่องของ ขสมก. ได้ กฟผ. จึงได้ลงนามความร่วมมือในโครงการนำร่องนี้ โดยให้รถโดยสารไฟฟ้าในโครงการฯ เข้ามาชาร์จไฟฟ้าได้ที่ กฟผ. ได้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนงานวิจัยให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

การลงนามความร่วมมือ โครงการนำร่อง “การสาธิตและประเมินผลการใช้งานรถโดยสารไฟฟ้า”