random-csr-img01.jpg

         กฟผ. เปิดบ้านชวนครอบครัวรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากรายการโลมาลั้นลา สถานีวิทยุ FM.92 ร่วมกิจกรรม “Living with Nature & Drawing Your Future” ครั้งที่ 2 “ชีววิถี วิถีพอพียง” หนึ่งในการดำเนินงานของ กฟผ. ด้านสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความสำเร็จของ กฟผ. ทำ...เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

         เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2561 นางอังคณา สุขวิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Living with Nature & Drawing Your Future” ครั้งที่ 2 เรื่องชีววิถี วิถีพอพียง เพื่อนำเสนอเรื่องราวของโครงการ “ชีววิถี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” อันเป็นโครงการหนึ่งในหลายโครงการที่ กฟผ. ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 โดยน้อมนำแนวเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นแนวทางในการนำจุลินทรีย์ ที่มีประสิทธิภาพมาใช้ในการเกษตรและครัวเรือน โดยมีครอบครัวรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 12 ครอบครัว จำนวนกว่า 35 คน ที่ได้รับคัดเลือกจากการสมัครผ่านสถานีวิทยุ FM.92 รายการโลมาลั้นลา เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี “รอน” ภัทรภณ โตอุ่น หรือ “รอน AF5” มาร่วมสร้างสีสันตลอดการจัดกิจกรรม ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง จังหวัดนนทบุรี

         นางอังคณา สุขวิบูลย์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้สาธารณชนรับรู้การสื่อสารด้านภารกิจ กฟผ. และงาน CSR ภายใต้แนวคิด “กฟผ. ทำ...เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” ซึ่งเป็นสะท้อนให้เห็นถึงภารกิจที่ กฟผ. ทำจนสำเร็จเพื่อชีวิตของคนไทยดีขึ้น และเป็นการตอกย้ำโฆษณา กฟผ. ชุด “Together we build the brightness” ที่นำเสนอแนวคิด แสงสว่างเกิดขึ้นทุกที่ ถ้าเราร่วมมือกัน ซึ่งมีทั้งการแบ่งปันแสงแห่งปัญญา แสงแห่งโอกาส และแสงแห่งอาชีพ ซึ่งเกิดจากการดำเนินโครงการด้านสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมของ กฟผ. และความร่วมมือของประชาชนจนประสบความสำเร็จ โดยภายในงานได้รับเกียรติจากคุณศิริรัตน์ มีพร้อม เกษตรกรจากผืนนาข้าว อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี มาเล่าเรื่องราวการพลิกฟื้นชีวิตตามแนวชีววิถีภาคเกษตรยั่งยืน ที่ก้าวมาเป็นปราชญ์ชาวบ้าน สอนให้ชุมชนรู้จักกับการเกษตรแบบปลอดสาร จากจุดเริ่มต้นที่ได้มีโอกาสเข้ามารับการอบรมความรู้เรื่องโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ กฟผ. จนเกิดความสนใจและรับอาสาใช้ที่นาของตนเอง เป็นแปลงสาธิตทำเกษตรปลอดสารเคมี โดย กฟผ. ได้สนับสนุนด้านวิทยากรและการจัดหลักสูตรอบรม อุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งคำแนะนำเรื่องเกษตรอินทรีย์ และเกษตรผสมผสานกับวิถีของเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบันภายใต้แปลงสาธิตทำเกษตรปลอดสารเคมีตามโครงการชีววิถีของ กฟผ. ที่สร้างผลผลิตที่ดีปลอดสารพิษ ส่งผลให้สุขภาพดี อีกทั้งยังนำความรู้ที่ได้รับมาถ่ายทอดให้กับ ผู้อื่นได้อีกด้วย

         นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม workshop การทำน้ำยาล้างจาน โดยใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพมาเป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นน้ำยาที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตรงตามวัตถุประสงค์ของงานที่ต้องการให้ดำเนินชีวิตในแบบชีววิถี และแนวเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยการทำกิจกรรมของครอบครัวรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ ยังได้มีการนำเข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานแห่งใหม่ที่เป็นอาคารอนุรักษ์พลังงาน มีการออกแบบอาคารและภูมิทัศน์ตามมาตรฐานของอาคารเขียว โดยได้เยี่ยมชม 5 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 “จุดประกาย” รับสายรัดข้อมืออัจฉริยะและผจญภัยในโลกพลังงาน โซนที่ 2 “จากแสงแรกสู่นิรันดร์” ตื่นตากับภาพยนตร์ 4 มิติ ที่จะพาไปพบกับจุดเริ่มต้นของพลังงานไฟฟ้าจากอดีตสู่ปัจจุบัน โซนที่ 3 “คืนสู่สมดุล” เปิดประสบการณ์การใช้ชีวิตในโลกอนาคต โซนที่ 4 “สายน้ำแห่งความภาคภูมิใจ” เรียนรู้ภารกิจของ กฟผ. เพื่อความสุขของคนไทย และโซนสุดท้าย ห้องนิทรรศการหมุนเวียน “แสงแห่งแผ่นดิน” เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 รอยทางย่างพระบาท ทรงนำชาติวัฒนา น้ำไฟพระนำมา เพื่อสุขแสงแห่งปวงชน

         ทางด้านตัวแทนครอบครัวรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ร่วมกิจกรรม ได้แก่ คุณพ่อ “พรชัย ศรไกร” คุณแม่ “สุภาพักตร ช่วงวงษ์หล้า” และคุณลูก “น้องรวินท์นิภา ศรไกร” ได้บอกเล่าถึงความรู้สึกที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า สนุกมากกับการได้ทำน้ำยาทำความสะอาดด้วยตนเอง ซึ่งเป็นน้ำยาอเนกประสงค์ใช้ได้ทั้งล้างจาน ทำความสะอาดบ้าน และล้างรถ โดยผลิตจากจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งปลอดภัยและช่วยประหยัดเงินด้วย และจากการที่ครอบครัวของตนเองมีการสอนลูกเรียนหนังสือ อยู่ที่บ้าน หรือ Home School ทำให้การได้มาร่วมกิจกรรมนี้จึงเหมือนเป็นการเปิดประสบการณ์ให้กับลูกอีกด้วย นอกจากนี้ ยังประทับใจศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ที่ให้ความรู้ได้เป็นอย่างดีจากโซนกิจกรรมต่างๆ ซึ่งทำให้เข้าใจและรู้จัก กฟผ. มากขึ้นว่า กฟผ. ได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมไว้มากมาย โดยตั้งใจจะชวนเพื่อนๆ ในกลุ่มให้มาเยี่ยมชมที่นี่อีกแน่นอน