กฟผ. จับมือองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ร่วมจุดประกายสร้างองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และพลังงาน เพื่อกระตุ้นให้สังคมไทยเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีต่อการพัฒนาประเทศ

         วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2561) นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ เป็นผู้แทน กฟผ. ลงนามร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ในข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง กฟผ. และ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โดยมี นายศานิต นิยมาคม ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน และ นางกรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการ อพวช. ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน ซึ่งมีคณะผู้บริหาร กฟผ. ได้แก่ นายภัทรพงศ์ เทพา ผู้ช่วยผู้ว่าการอาวุโสสังกัดผู้ว่าการ นายจิระศักดิ์ มัณฑางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารด้านการใช้ไฟฟ้าและกิจการเพื่อสังคม นางอังคณา สุขวิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ นายโสตถิพันธุ์ คมสัน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ - 1 นางสาวรัชดาพร เสียงเสนาะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ - 2 และคณะผู้บริหารจาก อพวช. ได้แก่ นายมานพ อิสสะรีย์ ที่ปรึกษา นางสาวจีรพัชรินทร์ อรรถจินดา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ นายอนันตกร ขยันงาน ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และแผน ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธี ณ ห้องกิจกรรม ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง

         นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ กล่าวว่า กฟผ. และ อพวช. จะร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการให้บริการแก่ประชาชนอย่างเต็มที่ ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจ การให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการ และสิ่งจำเป็นอื่นๆ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ธรรมชาติวิทยา และสิ่งแวดล้อม โดย กฟผ. มีเจตนารมณ์มุ่งมั่นและพร้อมที่จะพัฒนาขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมสังคมไทยให้สนใจและเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีต่อการพัฒนาประเทศ ตลอดจนปลูกฝังให้เยาวชนมีทัศนคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ อพวช. ต่อไป

         ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการ อพวช. กล่าวว่า เยาวชนไทยควรจะได้รับความรู้ที่ถูกต้องทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และพลังงาน จึงเป็นที่มาของการลงนามในครั้งนี้ โดยที่แต่ละฝ่ายจะได้นำความเข้มแข็งของตนเองมาช่วยกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น กฟผ. มีความเชี่ยวชาญทางด้านพลังงาน ในขณะที่ อพวช. ก็มีความสามารถในการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การร่วมมือกันในครั้งนี้ จะเป็นการจุดประกายและสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เพราะศูนย์การเรียนรู้จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการกระจายความรู้ แรงบันดาลใจ และสร้างความตระหนักให้เยาวชนไทยเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เชื่อมั่นว่ากิจกรรมที่จะร่วมกันดำเนินการนับจากนี้ จะสร้างความรู้ ความสนุกสนาน และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้เกิดขึ้นต่อสังคมไทย ต้องขอบคุณ กฟผ. ที่ช่วยกันสร้างสังคมวิทยาศาสตร์ สร้างเยาวชนไทย และประเทศของเรา

         สำหรับวัตถุประสงค์ของข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการดังกล่าวนั้นเป็นไปเพื่อร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรม ธรรมชาติวิทยา และสิ่งแวดล้อม แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรในการดำเนินการตามแนวทางความร่วมมือให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นการร่วมกันพัฒนาบุคลากรของทั้งสองหน่วยงาน ทั้งด้านการสำรวจ ศึกษาวิจัย การพัฒนากิจกรรม การจัดการแหล่งเรียนรู้ การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ธรรมชาติวิทยา และสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวทางความร่วมมือระหว่างกัน ได้แก่ การแลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจ ความช่วยเหลือด้านวิชาการ วัสดุจัดแสดง ทรัพยากรบุคลากร การส่งเสริมกิจกรรม/นิทรรศการ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมธรรมชาติวิทยา และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังร่วมกันจัดทำโครงการ “คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. กับ กฟผ.” เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชนและประชาชน มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 อีกทั้งยังร่วมมือกันในด้านการสื่อสารเพื่อเผยแพร่ข้อมูลและการประชาสัมพันธ์ รวมถึงกำหนดรายละเอียดภายใต้ขอบเขตแห่งบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการฉบับนี้ให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ อีกด้วย