กฟผ. เปิดเวทีอภิปราย “ขยับความคิด พิชิตปัญหาพลังงานไฟฟ้าไทย” ปีที่ 8 กระตุ้นเยาวชน 3 จังหวัดสรรค์สร้างแนวทางการแก้ปัญหาพลังงานไฟฟ้าของประเทศในอนาคต พร้อมร่วมเป็นเครือข่ายการสื่อสารด้านพลังงานต่อไปในอนาคต

         เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 คณะทำงานด้านสื่อสารความเข้าใจและการมีส่วนร่วมโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ กองประกันคุณภาพและพลังงานนิวเคลียร์ ฝ่ายวิศวกรรมโรงไฟฟ้า ร่วมกับกองประสานสื่อสารสายงานหลัก ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ สานต่อโครงการสร้างเยาวชนเพื่อเป็นเครือข่ายการสื่อสาร จัดกิจกรรมอภิปราย ชิงชนะเลิศ หัวข้อ “ขยับความคิด พิชิตปัญหาพลังงานไฟฟ้าไทย” ปีที่ 8 ประจำปี 2561 มีนักเรียนจากจังหวัดตราด จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 16 โรงเรียน รวมถึงอาจารย์ที่ปรึกษา จำนวน 94 คน ร่วมแข่งขัน โดยมีนายทิเดช เอี่ยมสาย ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมโรงไฟฟ้า เป็นประธานในพิธีเปิด นางอังคณา สุขวิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ เป็นผู้แทนมอบรางวัลให้กับผู้ชนะ และนางอโนชา จงก้องเกียรติ หัวหน้ากองประสานสื่อสารสายงานหลัก ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ ร่วมกิจกรรม ณ ห้องกรุงธนบอลรูม โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพมหานคร

         นายทิเดช เอี่ยมสาย กล่าวว่า กิจกรรมอภิปราย “ขยับความคิด พิชิตปัญหาพลังงานไฟฟ้าไทย” จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับเยาวชนและสถาบันการศึกษา ให้มีความรู้ความเข้าใจในสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศ ร่วมสร้างสรรค์และวิเคราะห์แนวทางพัฒนาพลังงานฟ้าให้ใช้ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งยังฝึกการทำงานเป็นทีมและทักษะการสื่อสาร ตลอดจนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า สามารถนำความรู้ที่ได้รับด้านพลังงานเผยแพร่สู่ครอบครัวและสังคม เกิดประโยชน์ในการพัฒนาพลังงานของประเทศในอนาคต

         สำหรับนักเรียนโรงเรียนหนองบอนวิทยาคม อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ผู้ชนะอันดับที่ 1 ในการแข่งขันครั้งนี้ มีความเห็นว่า ก๊าซธรรมชาติซึ่งเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้ามีปริมาณลดลงต่อเนื่อง สวนทางกับความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลให้ไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อการใช้งาน มองว่าในอนาคตประเทศไทยควรมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้ามากกว่าเชื้อเพลิงประเภทอื่น ทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ กฟผ. ต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนให้เกิดความเชื่อมั่นในการดำเนินงานให้ได้ นอกจากนี้ ประชาชนยังต้องช่วยกันประหยัดพลังงานเพื่อให้มีไฟฟ้าใช้ได้อย่างเพียงพออีกด้วย

         ผู้ที่ได้รับรางวัลในการอภิปรายรอบชิงชนะเลิศ แบ่งออกเป็น ชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนหนองบอนวิทยา ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 25,000 บาท พร้อมโล่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียน เขาสมิงวิทยาคม จังหวัดตราด ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 15,000 บาท พร้อมโล่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียน บ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 10,000 บาท พร้อมโล่ และรางวัลชมเชย ได้แก่ โรงเรียนสะตอวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก จังหวัดตราด โรงเรียนนามะเขือพัฒนศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ และโรงเรียนบางเดือนสถิตพิทยาคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 5,000 บาท พร้อมโล่

         ทั้งนี้ ก่อนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ กฟผ. ได้นำคณะครูและนักเรียนศึกษาดูงานเชิงประจักษ์ในเดือนสิงหาคม 2561 โดยโรงเรียนจากจังหวัดตราด ศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โรงเรียนจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าน้ำพอง รวมถึงเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น และโรงเรียนจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี และเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

         ผลจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เยาวชนที่ร่วมเป็นเครือข่ายการสื่อสารด้านพลังงาน จะนำข้อมูลที่ได้รับไปเผยแพร่ขยายผลต่อให้กับเพื่อนนักเรียน ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดกับการทำโครงงานที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน ถือเป็นโอกาสดีที่เยาวชนเครือข่ายการสื่อสารกว่า 800 คน จากการแข่งขันปีที่ 1 - ปีที่ 8 (ปี 2554-2561) จะเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าให้แก่ครอบครัว เพื่อน และสังคมต่อไป