กฟผ. มอบโรงสีข้าวแก่ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร จังหวัดปทุมธานี นำร่องในโครงการ “กฟผ. น้อมสืบสานปณิธานงานของพ่อ ชวนชาวไทยร่วมสานต่อ 9 พระราชปณิธานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” มุ่งสนับสนุนอาชีพเกษตรกรให้กับชาวนาในพื้นที่ และพัฒนาท้องถิ่นในระยะยาว พร้อมต่อยอดสู่การเป็นต้นแบบชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

         เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 นายพิพัฒน์ บุนนาค ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเขตนครหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในพิธีมอบโรงสีข้าวแก่ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยมี นายอัครภูมิ สมแสง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตร จังหวัดปทุมธานี เป็นผู้แทนรับมอบโรงสีข้าว และ นางมัลลิกา ประเสริฐสม ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารด้านการใช้ไฟฟ้าและกิจการเพื่อสังคม 3 กฟผ. กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วย นายจิระศักดิ์ มัณฑางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารด้านการใช้ไฟฟ้าและกิจการเพื่อสังคม กฟผ. นายวิรัช โหตระไวศยะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คณะผู้บริหารผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมพิธี ณ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

         นายพิพัฒน์ บุนนาค กล่าวว่า กฟผ. ได้ปฏิบัติงานสนองเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสมอมา รวมถึงน้อมนำแนวพระราชดำริมาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน ซึ่งนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยนำพาให้องค์การเจริญเติบโตก้าวหน้าและอำนวยประโยชน์ให้แก่ชุมชน สังคม อย่างยั่งยืน กฟผ. จึงได้จัดกิจกรรมโครงการ “กฟผ. น้อมสืบสานปณิธานงานของพ่อ ชวนชาวไทยร่วมสานต่อ 9 พระราชปณิธานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” เพื่อถวายความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคต พร้อมทั้งเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพในด้านต่าง ๆ รวมทั้งเผยแพร่พระราชกรณียกิจ เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อประชาชนชาวไทย

         ในส่วนพระราชปณิธาน ลำดับที่ 5 “พระราชปณิธานด้านการดูแลชาวนา” กฟผ. ได้ดำเนินโครงการโรงสีของพ่อ ระหว่างปี 2560 - 2561 เพื่อสนับสนุนชาวนาของพ่อ บริเวณโดยรอบเขื่อน โรงไฟฟ้า พื้นที่ใกล้แนวสายส่ง และสถานีไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. ให้มีความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน โดยจัดซื้อเครื่องสีข้าว อุปกรณ์ และจัดทำโรงเรือน ให้กับวิสาหกิจชุมชนนำร่อง จำนวน 9 แห่ง ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 4 แห่ง

         สำหรับโรงสีของพ่อที่ กฟผ. สนับสนุนให้กับชุมชน นอกเหนือจากเป็นการสืบสานปณิธานด้านการดูแลชาวนาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยังถือเป็นการช่วยพัฒนาท้องถิ่น และสร้างอาชีพแก่เกษตรกร โดยส่งเสริมให้ชุมชนได้ร่วมกันบริหารจัดการ และดูแลให้ดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง ต่อยอดสู่การเป็นต้นแบบชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต