009.jpg

         การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน เป็นวาระสำคัญที่หลายประเทศทั่วโลกต่างให้ความตระหนัก สำหรับประเทศไทยเอง แม้จะมีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่น้อยมากเมื่อเทียบกับอัตราการปล่อยของทุกประเทศทั่วโลก แต่ประเทศไทยได้แสดงเจตจำนงการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย (Thailand Nationally Appropriate mitigation Action : Thailand NAMA) ต่อที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 20 (COP 20) ณ ประเทศเปรู ในปี 2557 โดยประเทศไทยจะลดก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงานและภาคขนส่งร้อยละ 7 - 20 เมื่อเทียบกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานตามปกติหรือ BAU (Business as Usual) ภายในปี 2563 ต่อมาในปี 2558 ในการประชุม COP 21 ณ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศไทยได้แสดงเจตจำนงการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศภายหลังปี 2563 หรือการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมุ่งมั่นของประเทศ (Nationally Determined Contributions : NDCs) โดยจะดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคเศรษฐกิจร้อยละ 20 - 25 ภายในปี 2573

         สำหรับ กฟผ. ในฐานะเป็นภาคพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศได้มีการตั้งเป้าหมายในการช่วยลดก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ของประเทศ ตามที่ได้แสดงเจตจำนงไว้ โดยมีทั้งมาตรการการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีสะอาด การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า และการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานและติดฉลากอุปกรณ์เบอร์ 5 เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยได้ดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้แสวงหาความร่วมมือจากเครือข่ายในภาคพลังงานด้วยกัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนเป็นไปในทิศทางเดียวกันและบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากเวทีโลก

         กฟผ. จึงได้การจัดประชุมเชิงวิชาการ “ทิศทางการประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคผลิตไฟฟ้า เพื่อรองรับเป้าหมายตาม NDC Roadmap” โดยผนึกกำลังเครือข่ายผู้ผลิตไฟฟ้า ระดมสมองเพื่อให้ได้แนวทางลดก๊าซเรือนกระจกภาคพลังงาน สนองเจตจำนงแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน โดยเริ่มต้นสร้างเครือข่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 และต่อเนื่องครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2561

         กฟผ. มุ่งสร้างเครือข่ายในการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคผลิตไฟฟ้า

         นายกฎชยุตม์ บริบูรณ์จตุพร รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ กล่าวว่า การประชุมเชิงวิชาการ “ทิศทางการประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับเป้าหมายตาม NDC Roadmap” ซึ่งในปี 2561 นี้ จัดมาแล้ว 2 ครั้ง โดย กฟผ. มีความมุ่งมั่นที่ทำให้เกิดเครือข่ายในการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคผลิตไฟฟ้าขึ้น เราได้พยายามที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และเป็นตัวกลางในการประสานงานจัดให้เกิดการประชุมของกลุ่มบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับครั้งที่ 2 ที่ผ่านมา กฟผ. ได้เชิญสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) มาให้ความรู้ความเข้าใจในสถานการณ์ก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของภาคพลังงาน และแนวคิดวิธีการประเมินการลดก๊าซเรือนกระจก และการกำหนด Baseline ของภาคผลิตไฟฟ้า ซึ่ง กฟผ. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตอันใกล้นี้ พวกเรากลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าจะสามารถรวมตัวเป็นหนึ่งและช่วยประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามเจตจำนง NDC ที่ประเทศได้แสดงไว้ เรื่องการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และเรื่องสิ่งแวดล้อมถือเป็นเรื่องหนึ่งที่ กฟผ. ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่การดำเนินการด้วยตัวเองเพียงคนเดียว หรือเพียงบริษัทเดียวนั้น ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอาจจะทำได้ไม่มากนัก วันนี้ กฟผ. จะสร้างเครือข่ายร่วมกับผู้ผลิตไฟฟ้ารายอื่นๆ ทำให้เกิดความเข็มแข็ง สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับประชาชนว่ากลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยของเรานั้นคำนึงถึง ใส่ใจ และร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไว้ให้ลูกหลานของเราในวันข้างหน้า

         นิยามของแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกภาคพลังงาน

         นางสุพิตร พัดเปรม ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์และสารสนเทศพลังงาน สนพ. กล่าวว่า แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจก หรือ Action Plan คือ แผนซึ่งกำหนดกรอบการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย NDC ที่ประเทศไทยได้ยื่นข้อเสนอการมีส่วนร่วมต่อสำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change : UNFCCC) ไว้ ซึ่งกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยครอบคลุมทุกสาขาเศรษฐกิจที่ร้อยละ 20 - 25 จากกรณีปกติ ในปี พ.ศ. 2573 โดยคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติมีมติมอบหมายให้ 4 หน่วยงานหลัก รับผิดชอบแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกในรายสาขาต่างๆ โดยกำหนดให้ สนพ.กระทรวงพลังงาน เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการจัดทำแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกในรายสาขาพลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร รับผิดชอบในสาขาขนส่ง กรมโรงงานอุตสาหกรรม รับผิดชอบในสาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมรวมถึงน้ำเสียอุตสาหกรรม และกรมควบคุมมลพิษ รับผิดชอบในสาขาการจัดการของเสีย

         แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกภาคพลังงาน จึงเป็นแผนซึ่งกำหนดแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน ประกอบด้วยมาตรการการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนในส่วนของ การผลิตไฟฟ้า การใช้พลังงานในครัวเรือน ในอาคารเชิงพาณิชย์และในอุตสาหกรรม รวมทั้งการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับยานพาหนะ โดยแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว จะมีผลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 หลังจากสิ้นสุด NAMAs ในปี พ.ศ. 2563

         ความร่วมมือกันของกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าจะช่วยบรรลุเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกได้

         กระทรวงพลังงาน คาดหวังว่า กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าจะร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกสาขาพลังงานได้ ซึ่งประเทศไทยได้ประเมินศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานไฟฟ้า เท่ากับ 6 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงมาก

         การจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายผู้ผลิตไฟฟ้าในครั้งนี้ มีส่วนช่วยให้กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าเข้าใจที่มาของ NDC และการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อบรรลุเป้าหมาย NDC ซึ่งทำให้กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของโรงไฟฟ้าของตน และหาแนวทางในการปรับปรุง เพื่อร่วมกันผลักดันให้มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานไฟฟ้าบรรลุเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดยคิดว่า การจัดกิจกรรมนี้จะช่วยส่งเสริมแผนปฏิบัติการฯ ที่ สนพ. ได้จัดทำ หากกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าตระหนักถึงความสำคัญและเป้าหมายของการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงานของประเทศและร่วมกันสนับสนุนการดำเนินงานการลดก๊าซเรือนกระจก จะทำให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมาย NDC ตามที่กำหนดไว้ได้