กฟผ. ลงนาม MOU ร่วมกับ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) “โครงการศึกษาและพัฒนา Smart City : Energy Digital Platform” เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการด้านพลังงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพ รองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเดินหน้าตามนโยบาย Thailand 4.0 คาดศึกษาแล้วเสร็จต้นปี 2563

         เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการศึกษาและพัฒนา Smart City : Energy Digital Platform” ร่วมกับ นายอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และการพัฒนา การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนา Smart City ด้านพลังงาน รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่อุตสาหกรรมต้นแบบของ กนอ. และพื้นที่อื่นๆ ตามความเหมาะสม ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง จังหวัดนนทบุรี

         นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้เป็นความร่วมมือในการพัฒนา Smart City ในพื้นที่ของ กนอ. เพื่อให้เป็นต้นแบบของนิคมอุตสาหกรรมในอนาคต โดยการพัฒนาจะมีทั้งหมด 7 ด้าน ได้แก่ Smart Economy, Smart Mobility, Smart Energy, Smart Governance, Smart Living, Smart People และ Smart Environment โดยในส่วนของ กฟผ. จะร่วมพัฒนาในด้าน Smart Energy เนื่องจากที่ผ่านมา กฟผ. ได้มีการเดินหน้าเรื่อง Smart Energy Digital Platform เพื่อหวังจะยกระดับการบริหารจัดการพลังงานของประเทศให้มีประสิทธิภาพ เสริมความมั่นคง รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี

         “กฟผ. ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าของประเทศ มีความยินดีอย่างยิ่ง สำหรับความร่วมมือกับ กนอ. ในครั้งนี้ โดยถือเป็นการร่วมกันเดินหน้าการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าและบทบาทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนในด้านความมั่นคง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการอนุรักษ์พลังงาน ในพื้นที่ของ กนอ. ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก” นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ กล่าว

         ด้านนายอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และการพัฒนา กนอ. กล่าวว่า สำหรับพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่จะดำเนินการศึกษาคือ พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดย กนอ. จะสนับสนุนในด้านข้อมูลการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม และมีความยินดีที่ได้ร่วมมือกันศึกษาข้อมูลในการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ทั้งนี้ การลงนาม MOU ในครั้งนี้ มีกรอบความร่วมมือในการศึกษาข้อมูลเป็นเวลา 1 ปี คาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จประมาณต้นปี 2563

         สำหรับความร่วมมือดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนา Smart City ในนิคมอุตสาหกรรมให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น มีความน่าอยู่อาศัยและครบองค์ประกอบ สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนา Smart City ของประเทศ ตลอดจนร่วมกันพัฒนารูปแบบธุรกิจการให้บริการด้านพลังงาน อาทิ Smart Energy Digital Platform เพื่อรองรับการใช้งานในนิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมต้นแบบ ได้แก่ การบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System) การเชื่อมต่อรองรับการบริหารจัดการโหลด (Demand Response) การบริหารจัดการสินทรัพย์ (Asset Management) และการบริหารจัดการรถยนต์ไฟฟ้าและสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Electric Vehicles) เพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ (CO2) อันจะนำไปสู่การบริหารจัดการด้านต้นทุนการใช้พลังงานให้กับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามนโยบาย Thailand 4.0