ลักษณะโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว

โรงไฟฟ้ากระบี่
      ตั้งอยู่ภายในบริเวณพื้นที่โรงไฟฟ้ากระบี่เดิม ที่อำเภอเหนือคลอง จังหวัด กระบี่ มีขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 870 เมกะวัตต์ ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินคุณภาพดี ประเภทซับบิทูมินัสหรือบิทูมินัส นำเข้าจากต่างประเทศ

ท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว
      ตั้งอยู่บริเวณคลังน้ำมันของโรงไฟฟ้ากระบี่ปัจจุบัน ท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว มีขนาด 30 เมตร ยาว 280 เมตร และสะพานเชื่อมท่าเทียบเรือยาว 380 เมตร สามารถจอดเรือบรรทุกถ่านหินขนาด 10,000 เดทเวทตัน ที่มีขนาด กว้าง 30 เมตร ยาว 120 เมตร ได้พร้อมกันสูงสุด 2 ลำ

เส้นทางเดินเรือบรรทุกถ่านหิน
      แล่นตรงจากต่างประเทศไม่เกิน 2 ลำต่อวัน โดยใช้เส้นทางเดินเรือเดียวกับเรือขนส่งน้ำมันเตาของโรงไฟฟ้ากระบี่ปัจจุบัน

แนวสายพานลำเลียง
      ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร จากท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วจนถึงอาคาร เก็บถ่านหินหลักบริเวณโรงไฟฟ้า เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งอยู่ ในเขตพื้นที่ชุ่มน้ำ จึงมีการก่อสร้างอุโมงค์ลำเลียงถ่านหินลอดใต้พื้นที่ ดังกล่าวเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร

 

ทำไม กฟผ. จึงเสนอโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ซึ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ }

     เหตุผลที่ กฟผ. เลือกจังหวัดกระบี่ เป็นหนึ่งในพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าของภาคใต้
     1. โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ สร้างในพื้นที่ปัจจุบัน ที่มีโรงไฟฟ้าใช้น้ำมันเตากำลังผลิต 315 เมกะวัตต์ และใช้เส้นทางเดินเรือขนส่งถ่านหิน เส้นทางเดียวกันและกินน้ำลึกเท่ากับเรือน้ำมันเตาในปัจจุบัน โดยไม่ต้องขุดลอกร่องน้ำ จึงทำให้เชื่อมั่นว่า จะไม่สร้างผลกระทบต่อการใช้พื้นที่ของโรงไฟฟ้าและการขนส่งถ่านหิน
     2. กฟผ. ยังพิจารณาสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้แห่งอื่นๆ เช่น โรงไฟฟ้าเทพา รวมทั้งสนับสนุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเต็มตามศักยภาพ เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้เพียงพอในพื้นที่และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
     3. จากข้อเท็จจริงในปัจจุบัน โรงไฟฟ้าถ่านหินไม่ได้ส่งผลกระทบการท่องเที่ยว เช่นเดียวกับเมืองและประเทศท่องเที่ยวของโลก ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเช่นกัน ซึ่ง กฟผ. ได้นำสื่อมวลชน และชุมชนไปดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหินหลายครั้ง ทั้งที่มีสถานที่ตั้งอยู่ในเมืองสำคัญๆ อุทยานแห่งชาติทางทะเล และชุมชน ทั้งที่ ญี่ปุ่น เยอรมนี มาเลเซีย เกาหลีใต้ ฯลฯ ซึ่งได้ประจักษ์ว่า โรงไฟฟ้าสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและไม่สร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยที่ยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

 

ทำไม กฟผ. จึงเปิดประมูลการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ ก่อนการอนุมัติ EHIA

     ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2015) โครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ จะต้องเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเดือนธันวาคม 2562 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า จึงต้องเริ่มดำเนินการจัดหาผู้รับเหมาเพื่อออกแบบ จัดหาอุปกรณ์ และก่อสร้างโรงไฟฟ้า
     ทั้งนี้ กระบวนการการคัดเลือก ผู้รับเหมาเพื่อออกแบบ จัดหาอุปกรณ์ และก่อสร้างโรงไฟฟ้า ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก คือ
     1. กฟผ. จัดทำเอกสารประกวดราคา
     2. ผู้รับเหมาซื้อซองประกวดราคาและจัดทำข้อเสนอ
     3. กฟผ. พิจารณาข้อเสนอและคัดเลือกผู้รับเหมา
     ซึ่งในแต่ละขั้นตอน จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน รวมเวลาทั้งหมดประมาณ 1.5 – 2 ปี จากนั้น จึงเป็นช่วงของการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ปี (สำหรับโรงไฟฟ้าประเภทพลังความร้อน)
     ด้วยเวลาที่ค่อนข้างจำกัด ซึ่งไม่มากนัก กฟผ. จึงดำเนินงานคู่ขนานในการประกวดราคางานจัดซื้อและจ้างก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า และขั้นตอนการพิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) แต่อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าจะเริ่มขึ้นหลังจากโครงการได้ผ่านการพิจารณา EHIA และหลังการได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วเท่านั้น ทั้งนี้ กฟผ. ได้ระบุเงื่อนไขการสงวนสิทธิ์การออกเอกสารสนองรับราคา (Letter of Intent - LOI) เมื่อโครงการฯ ได้รับการอนุมัติจาก ครม. และปฏิบัติตามเงื่อนไขจากหน่วยงานผู้ให้ความเห็นและผู้อนุญาตครบถ้วนถูกต้องแล้ว
     สำหรับ ในที่ 5 สิงหาคม 2558 เป็นการยื่นข้อเสนอของผู้เข้าร่วมประกวดราคาและเปิดซองข้อเสนอ (Bid Opening Date) เฉพาะซองด้านเทคนิคเท่านั้น ส่วนซองราคาจะเปิดภายหลังการพิจารณาด้านเทคนิคแล้วเสร็จ ทั้งนีั การดำเนินการดังกล่าว ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติโครงการและคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีมติให้ความเห็นชอบรายงาน EHIA / EIA ของโครงการแล้ว

FAQ Krabi Timeline

 

เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าถ่านหิน กระบี่ }

     เทคโนโลยีของโรงไฟฟ้ากระบี่ เป็นผลมาจากการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในปัจจุบัน และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในกระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA ของโรงไฟฟ้าและท่าเทียบเรือ โดยระบบเผาไหม้และหม้อไอน้ำของโรงไฟฟ้าจะเป็นเทคโนโลยีระดับ Supercritical ขึ้นไป ที่ให้ประสิทธิภาพการผลิตพลังงานถึงร้อยละ 42-45 เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเดิม (Sub-Critical) ที่มีประสิทธิภาพร้อยละ 35-38 ทำให้ใช้เชื้อเพลิงน้อยลง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึงร้อยละ 21 ใช้ถ่านหินคุณภาพดีประเภทซับบิทูมินัส นำเข้าจากอินโดนีเซียหรือออสเตรเลีย ซึ่งได้กำหนดคุณสมบัติให้มีค่าความร้อนสูง มีขี้เถ้าน้อย และค่ากำมะถันต่ำ
     เทคโนโลยีในการควบคุมมลสารของโรงไฟฟ้า ได้แก่ ระบบกำจัดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (SCR) กำจัดฝุ่นละออง (ESP) และกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (FGD) สามารถควบคุมอัตราการปล่อยก๊าซมลสารได้ดีกว่ามาตรฐานไม่น้อยกว่า 3 เท่าตัว
     เทคโนโลยีเพื่อลดมลสารกลุ่มนี้ นอกจากจะช่วยดักจับโลหะหนักประเภทต่างๆ แล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจยิ่งขึ้น โครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ยังได้นำเทคโนโลยีระบบจับปรอท Activated Carbon Injection (ACI) มาเพิ่มประสิทธิภาพในการดักจับสารปรอทหลังการเผาไหม้อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่า การตรวจวัดสารตกค้างต่างๆ ทั้งในธรรมชาติ พืชและสัตว์ เป็นมาตรการที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายและข้อตกลงในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดระยะเวลาของการดำเนินงานโรงไฟฟ้า

 

การขนส่งถ่านหินทางเรือและระบบราง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ชุ่มน้ำ จริงหรือไม่?

     การขนถ่ายถ่านหินจากเรือผ่านสายพานลำเลียงไปยังโรงไฟฟ้า กฟผ. ได้ออกแบบเป็นระบบปิดทั้งหมด ดังนั้น จึงไม่ทำให้ทะเลปนเปื้อนจากสารเคมี อีกทั้งไม่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล อาหารทะเล การประกอบอาชีพประมงและวิถีชีวิตชุมชน
     การศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการดำเนินโครงการในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ชุ่มน้ำ กฟผ. ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดและเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
     การก่อสร้างสายพานล้าเลียงในช่วงที่ผ่านพื้นที่ป่าชายเลน กฟผ. ได้ออกแบบการก่อสร้างเป็นอุโมงค์ระบบปิดระยะทาง 2 กิโลเมตร ลอดใต้พื้นที่ป่าชายเลน ดังนั้น จึงไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่ป่าชายเลนแต่อย่างใด

 

การเดินเรือขนส่งถ่านหินทางเรือที่บริเวณบ้านแหลมหิน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว จริงหรือไม่? }

     การเดินเรือขนส่งถ่านหินขนาด 10,000 ตัน จากต่างประเทศมายังท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วใช้เรือขนส่งถ่านหินจำนวนไม่เกินวันละ 2 ลำ และใช้เส้นทางเดินเรือเดียวกันกับเรือขนส่งน้ำมันเตาสำหรับโรงไฟฟ้ากระบี่ปัจจุบัน เส้นทางนี้ห่างจากจุดดำน้ำและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดกระบี่ อีกทั้งไม่มีผลกระทบต่อแหล่งหญ้าทะเล ปะการัง และพะยูน รวมทั้ง เส้นทางเดือนเรือถ่านหินกับแหล่งท่องเที่ยวกับจุดดำน้ำสำคัญ ห่างกันเฉลี่ยกว่า 10 กิโลเมตร

 

โครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ขัดกับแผนพัฒนา จ.กระบี่ ที่จะมุ่งเป็น Green City จริงหรือไม่?

     กฟผ. ตระหนักถึงความสำคัญของวาระกระบี่โดยเฉพาะเรื่อง Krabi go green ดังนั้น การออกแบบของโรงไฟฟ้าและการกำหนดมาตรการในการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม จึงจำเป็นต้องดำเนินการด้วยความรัดกุมและรอบคอบ และต้องปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ได้แก่
     1. การเดินเรือขนส่งถ่านหินขนาด 10,000 ตัน จากต่างประเทศมายังท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ใช้เรือขนส่งถ่านหินระบบปิด ไม่เกินวันละ 2 ลำ และใช้เส้นทางเดินเรือเดียวกันกับเรือขนส่งน้ำมันเตาสำหรับโรงไฟฟ้ากระบี่ปัจจุบัน เส้นทางนี้ห่างจากจุดด้าน้้าและแหล่งท่องเที่ยวส้าคัญของจังหวัดกระบี่ อีกทั้ง ไม่มีรบกวนต่อแหล่งหญ้าทะเล ปะการัง และพะยูน
     2. ท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วและการขนถ่ายถ่านหินจากเรือผ่านสายพานลำเลียงไปยังโรงไฟฟ้า กฟผ. ได้ออกแบบเป็นระบบปิดทั้งหมด ดังนั้น จึงไม่มีการฟุ้งของถ่านหิน และไม่ทำให้ทะเลปนเปื้อนจากสารเคมีจากถ่านหิน อีกทั้งไม่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล อาหารทะเล การประกอบอาชีพประมงและวิถีชีวิตชุมชน
     3. ในด้านการป้องกันผลกระทบจากมลสารทางอากาศและสุขภาพอนามัยของประชาชน กฟผ. ได้นำเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าและระบบกำจัดมลสารที่มีประสิทธิภาพสูง ได้แก่ ระบบกำจัดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ระบบดักจับฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิตย์ และระบบดักจับไอปรอท และโลหะหนัก จึงสามารถควบคุมมลสารที่ระบายจากปล่องของโรงไฟฟ้าได้ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำาหนด นอกจากนี้ ยังมีระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่องที่ปลายปล่องของโรงไฟฟ้า และสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้า เพื่อติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าตรวจพบว่าเกิน จะหยุดเดินเครื่องเพื่อแก้ไขทันที
     4. นอกจากนี้ กฟผ. ยังกำหนดเป็นนโยบายให้โรงไฟฟ้ากระบี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัยของจังหวัดกระบี่

 

โรงไฟฟ้าถ่านหินปล่อยสารปรอทและสะสมอยู่ในธรรมชาติ ทั้งจากขี้เถ้าและในอากาศ จริงหรือไม่? }

     แหล่งถ่านหินที่นำมาใช้ในโรงไฟฟ้า ได้กำหนดคุณสมบัติไม่ให้มีค่าโลหะหนักสูงเกินค่ามาตรฐาน ปริมาณโลหะหนัก ได้แก่ ตะกั่ว ปรอท แคทเมียม และสารหนูมีค่าไม่เกิน 20, 0.5, 1.0 และ 9.0 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ตามลำดับ
     ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า โลหะหนักและสารปรอท จะถูกกำจัดหลายขั้นตอน ตั้งแต่ระบบกำจัดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ระบบดักจับฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิตย์ รวมทั้งระบบดักจับไอปรอท ทำให้โลหะหนักถูกดักจับไว้ในขี้เถ้าหนักและขี้เถ้าเบา ซึ่งมีระบบจัดเก็บตามมาตรฐาน
     เถ้าหนัก (Bottom Ash) จะถูกลำเลียงด้วยระบบสายพานลำเลียงไปเก็บยังบ่อฝังกลบขี้เถ้าที่มีการปูรองก้นบ่อด้วยแผ่นพลาสติกเพื่อป้องกันการรั่วซึม ขนาดความจุบ่อเพียงพอตลอดอายุการใช้งานโรงไฟฟ้า
     เถ้าลอย (Fly Ash) สามารถนำไปใช้ในการผลิตปูนซีเมนต์ได้

 

ภาคใต้มีศักยภาพด้านชีวมวลและพลังงานทดแทนอย่างเพียงพอ ทำไมต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน }

     กฟผ.สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน โครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคภาคใต้จะแล้วเสร็จในปี 2562 และสามารถรับซื้อพลังงานหมุนเวียนได้เต็มศักยภาพ อย่างไรก็ตาม การพิจารณากำลังผลิตในภาคใต้ได้พิจารณากำลังผลิตจากพลังงานทดแทนแล้ว ซึ่งยังต้องมีโรงไฟฟ้าที่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นโรงไฟฟ้าหลัก

 

การทำ EHIA ของ กฟผ. ปิดบัง ไม่ได้บอกข้อมูลแก่ประชาชน จริงหรือไม่? }

     การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน กฟผ. ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ประกอบด้วย ค.1 นำเสนอโครงการและกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ค.2 เปิดเผย ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ และผลกระทบด้านต่าง ๆ และ ค.3 รับฟังความคิดเห็นประชาชน และผู้มีส่วนได้เสีย ต่อร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ปรับปรุงแล้ว
     ปัจจุบันเสร็จสิ้นการรับฟังความคิดเห็นทั้ง 3 ขั้นตอนแล้ว ได้ส่งร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพฉบับสมบูรณ์ ให้คณะผู้ชำนาญการ สำานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็น ก่อนขออนุมัติจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต่อไป ซึ่งข้อมูลทั้งหมดมีการเปิดเผยแก่สาธารณทางเว็บไซต์ของ กฟผ.

 

ราคาประมูลโรงไฟฟ้ากระบี่ต่ำสุด 3.2 หมื่นล้าน ยังต้องเสียค่าอุปกรณ์ดูแลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มอีก จริงหรือไม่?

     ราคาประมูลต่ำ สุดจากการเปิดซองประกวดราคา มาจากการประกวดราคาในระดับนานาชาติ (International Bidding) โดย เป็นเทคโนโลยีสะอาดที่รวมอุปกรณ์ควบคุมมลภาวะตามมาตรฐานสากลแล้ว คือ ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ ไดออกไซด์ (FGD) ระบบควบคุมก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (SCR) อุปกรณ์ดักจับฝุ่น (ESP) และระบบ กำจัดสารปรอท (ACI) ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดทั้งของเอกชนในประเทศ ไทยและในภูมิภาคอาเซียน (ณ ระดับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ประมาณ $46 ต่อบาร์เรล)
     ส่วนข้อมูลที่กรีนพีซอ้าง ระบุว่า องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA ) ประมาณการณ์ค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด ประเภท Ultra-supercritical ที่ประมาณ 6 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เนื่องจาก IEA (มีนาคม 2013) ประมาณการณ์ต้นทุนค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 600 เมกะวัตต์ ประเภท Ultra- supercritical อยู่ในช่วงระหว่างประมาณ 17,000 – 53,000 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 35 บาท ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ) ซึ่งเป็นราคาที่รวมอุปกรณ์ควบคุมมลภาวะตามมาตรฐานสากลแล้ว (โดยขณะนั้น ราคาน้ำมันดิบมีราคาประมาณ $80 ต่อบาร์เรล) แต่การคำนวณของกรีนพีซยังได้นำ 6 หมื่นล้านบาท ที่ถูกอ้างถึง ได้มีการบวกรวมเพิ่มค่าอุปกรณ์ควบคุมมลสารต่างๆ ซ้ำอีกครั้ง โดยอ้างอิงราคาการติดตั้งเพิ่มเติมโรง ไฟฟ้าเก่าของสหรัฐอเมริกาในปี 2008 (NESCAUM 2011) ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้นับเป็นส่วนหนึ่งของโรงไฟฟ้า ถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดใหม่ในปัจจุบันอยู่แล้ว

FAQ Krabi Bidding

 

สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ตามกฏหมายจากการมีโรงไฟฟ้าถ่านหิน

      กองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า สิทธิที่ชุมชนโดยรอบโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ได้รับ จะมีการให้สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ โดยมีสิทธิประโยชน์ที่สำคัญ ๆ ได้แก่
      - ระหว่างการก่อสร้าง ชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้า จะได้รับ 50,000 บาทต่อเมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 4 ปี จำนวนเงินรวม 160 ล้านบาท
      - ในระหว่างการผลิตกระแสไฟฟ้า จะได้รับ 2 สตางค์ต่อหน่วย หรือ ประมาณปีละ 120 ล้านบาท ระยะเวลา 30 ปี รวมเป็นจำนวนเงิน 3,600 ล้านบาท
      - การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) จะกำหนดให้โรงไฟฟ้ากระบี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัยของจังหวัดกระบี่ ที่สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้
      - สายพานลำเลียงบนพื้นดินได้ก่อสร้างถนนคู่ขนานเพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ รวมทั้งก่อสร้างกำแพงกันเสียงบริเวณที่ผ่านชุมชน และปลูกต้นไม้ตลอดแนวโดยการใช้เส้นทางดังกล่าว จะมีการชี้แจงและสร้างความเข้าใจถึงการจ่ายค่าทดแทนและการเยียวยาให้แก่ราษฎรที่อยู่ในแนวสายพานลำเลียง

 

ความคืบหน้าในการดำเนินโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่

     ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการไตรภาคี คาดว่าจะมีข้อสรุปประมาณเดือนตุลาคม 2559