กฟผ. กฟน. และ PEA จัดประชุมคณะกรรมการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า 3 การไฟฟ้า ครั้งที่ 50 เป็นความร่วมมือที่ยาวนาน มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไทย

         เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จัดการประชุมคณะกรรมการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า 3 การไฟฟ้า ครั้งที่ 50 (2/2562) โดยมี นายเริงชัย คงทอง รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ นายพงษ์ศักดิ์ ละมูนกิจ รองผู้ว่าการบริการระบบจำหน่าย การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ นายปราโมทย์ สุดทรัพย์ ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการและบำรุงรักษา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 การไฟฟ้า เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคารวัฒนวิภาส การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานใหญ่ คลองเตย

         นายเริงชัย คงทอง ในฐานะประธานคณะกรรมการ ฯ กล่าวว่า “คณะกรรมการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า 3 การไฟฟ้า ได้รับความร่วมมือจาก กฟผ. กฟน. และ PEA ร่วมกันจัดประชุมเป็นครั้งที่ 50 โดยจะมีการประชุมร่วมกันปีละ 2 ครั้ง และหมุนเวียนผลัดกันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งในครั้งนี้ กฟน. รับเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ และร่วมกันติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงาน เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าในด้านต่างๆ ให้ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า และภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ได้รับบริการด้านพลังงานไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ระบบไฟฟ้ามีความเพียงพอ มั่นคง เชื่อถือได้ และปลอดภัย”

         คณะกรรมการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ประกอบด้วยคณะทำงานทั้งหมด 7 คณะ ได้แก่ คณะทำงานปรับปรุงระบบป้องกัน, คณะทำงานด้านมาตรฐานอุปกรณ์และการบำรุงรักษา, คณะทำงานประเมินระดับความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า, คณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์, คณะทำงานศึกษาและกำหนดค่าที่เหมาะสมของ Power Quality, คณะทำงานความร่วมมือด้านสื่อสารโทรคมนาคม และ คณะทำงานความร่วมมือด้านระบบไฟฟ้าแบบ Smart Grid ทั้งนี้ ในที่ประชุมยังได้นำเสนอโครงการที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เช่น การพัฒนาโปรแกรมประเมินสภาพหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อการบำรุงรักษาได้อย่างรวดเร็ว การติดตั้ง Smart Camera เพิ่มเติม เพื่อมอนิเตอร์สภาพอุปกรณ์ในบริเวณเสาไฟฟ้าที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ตลอดจนการเตรียมพร้อมระบบเพื่อรองรับการเข้ามาของพลังงานสะอาดต่างๆ และการนำร่องพัฒนาอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เป็นระบบ Smart Grid ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบระบบปฏิบัติการ การสร้างระบบบริหารจัดการพลังงานของบ้านพักอยู่อาศัย พัฒนา Energy Storage และอุปกรณ์ Smart meter เป็นต้น