หลายๆ คนทราบกันอยู่แล้วว่าลมสามารถนำมาผลิตไฟฟ้าได้แต่กระแสลมในประเทศไทยไม่มีความสม่ำเสมอคงที่เหมือนกับประเทศในโซนยุโรปที่สามารถนำพลังงานลมมาผลิตไฟฟ้าได้มากถ้ากระแสลมพัดได้ไม่สม่ำเสมอแล้วเราจะผลิตไฟฟ้าจากลมได้หรือไม่?

     จึงเป็นที่มาของการนำเทคโนโลยีเพื่อลดข้อจำกัดของพลังงานหมุนเวียนที่ขึ้นชื่อว่าไม่เสถียรด้วยระบบพัฒนาเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม (WindHydrogen Hybrid) ติดตั้งร่วมกับ เซลล์เชื้อเพลิง (FuelCell) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)นำนวัตกรรมชิ้นนี้มาใช้เป็นแห่งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อช่วยให้การผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมมีความเสถียรมากขึ้น สามารถจ่ายไฟได้ตลอด 24ชม. โดยได้นำไปติดตั้งให้กับกังหันลมจำนวน12 ต้น ขนาดกำลังผลิตต้นละ 2 เมกะวัตต์ รวมกำลังผลิต 24 เมกะวัตต์ บริเวณรอบอ่างพักน้ำตอนบนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำลำตะคองชลภาวัฒนาบนเขาบ้านเขายายเที่ยงเหนือ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพลมสูงแห่งหนึ่งของประเทศไทย

     ระบบดังกล่าวจะกักเก็บไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลมในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าน้อยหรือช่วงกลางคืนมาจ่ายไฟฟ้าในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้ามากในช่วงกลางวันให้กับศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง ที่อยู่ภายในบริเวณเดียวกัน ซึ่งกฟผ. สร้างให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

     ระบบ Wind Hydrogen Hybridจะมีอุปกรณ์หลัก คือ Electrolyzerจะทำหน้าที่ผลิตก๊าซไฮโดรเจนด้วยกระบวนการใช้กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลมผ่านเข้าไปในน้ำเพื่อแยกน้ำ (H2O) ออกเป็นออกซิเจน (O2)และไฮโดรเจน (H2) ซึ่งก๊าซจะต้องถูกเพิ่มแรงดันด้วยเครื่องอัดก๊าซแบบ Diaphragm ก่อนนำเข้ามากักเก็บในถังเก็บก๊าซไฮโดรเจน และเมื่อศูนย์การเรียนรู้ฯต้องการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวัน ก๊าซไฮโดรเจนที่ถูกเก็บไว้ในถังจะถูกส่งผ่านไปยังเซลล์เชื้อเพลิง(Fuel Cell) เพื่อผลิตไฟฟ้าออกมาในรูปแบบกระแสตรง (DC)จำนวน 300 กิโลวัตต์ จากนั้น อินเวอร์เตอร์ (Inverter)จะเปลี่ยนไฟฟ้าให้เป็นกระแสสลับ (AC) ส่งเข้าสู่อาคารศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง สำหรับพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินจะถูกส่งเข้าระบบต่อไป

     Fuel Cell มีประสิทธิภาพในการแปลงไฮโดรเจนเป็นไฟฟ้ามากกว่าวิธีอื่น ร้อยละประมาณ30-40 นอกจากนี้ยังเป็นระบบไม่ใช้สารเคมีไม่ปล่อยมลพิษทางอากาศและน้ำ จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งยังทดแทนการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงได้ประมาณ9.92 ล้านลิตร/ปี ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อนได้กว่า 24,000 ตัน/ปี จึงมั่นใจได้ว่า ประชาชนจะได้ใช้ไฟฟ้าที่มาจากพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง

     นับเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่กฟผ. ได้พัฒนาแหล่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เติมเต็มให้กับระบบผลิตไฟฟ้าหลัก เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อความสุขของคนไทยทั้งประเทศ