เบื่อรถติด เบื่อมลพิษในเมืองใหญ่ เบื่อดูหนัง-เดินห้าง เบื่ออยู่บ้านวันหยุดแบบเหงา ๆ…ถ้าวันหยุดของคุณมีแต่คำว่า “เบื่อ” วนไปแบบนี้…คงถึงเวลาต้องพาตัวเองและครอบครัวออกไปสูดกลิ่นอายธรรมชาติบ้างแล้วล่ะ

          ทริปนี้เราอยากชวนครอบครัวเก็บกระเป๋าแล้วไปเที่ยวเขื่อนภูมิพล ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอสามเงา จังหวัดตากด้วยกันค่ะ ถ้าออกสตาร์ทจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง หิวก็แวะ เมื่อยก็พัก ไม่นานนักก็เข้าสู่จังหวัดตาก เมืองเล็ก ๆ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ เพราะมีทั้งลำน้ำปิงและผืนป่าแห่งเทือกเขาธงชัยทอดผ่าน

         แม้แต่ในเขตพื้นที่เขื่อนภูมิพลที่ดูแลโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็เขียวชอุ่มร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เป็นแหล่งผลิตออกซิเจนบริสุทธิ์ที่เราสูดได้เต็มปอด และทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นทันทีที่มาถึง…

         วันแรก เก็บความประทับใจ ณ เขื่อนภูมิพล

          ทริปนี้เน้นชิลล์ ๆ ไว้ก่อน แค่วางแพลนคร่าว ๆ ว่าจะมาเที่ยวเขื่อนภูมิพล แล้วขากลับค่อยแวะไปเที่ยวในตัวเมืองตาก ที่เหลือแล้วแต่พี่โชคจะนำไป โชคดีที่ตัดสินใจมาเที่ยวเขื่อนในวันศุกร์จึงมีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก ควรค่าแก่การเดินทางมาพักผ่อน สร้างความสุข และเก็บความประทับใจกลับไปจริง ๆ เพราะได้ความรู้สึกสบาย ๆ ดั่งว่าเขื่อนภูมิพลเป็นบ้านของเราเลยทีเดียว โดยเฉพาะมุมเช็กอินยอดฮิต 10 จุดภายในเขื่อนที่สามารถขับรถวนไปวนมาเพื่อแชะภาพสวย ๆ ได้โดยไม่กลัวว่าจะมีคนมาแย่งซีน

          ไม่ว่าจะเป็นที่สันเขื่อนภูมิพล ซึ่งเป็นจุดพีคที่ผู้คนนิยมมาถ่ายรูปกันมากที่สุด สามารถมองเห็นแม่น้ำปิงท่ามกลางผืนป่าและขุนเขาได้สุดสายตา ยิ่งถ้าเดินขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ก็จะได้ชมวิวเขื่อนในมุมสูงสุดอลังการ ส่วนที่สันเขื่อนแม่ปิงตอนล่างก็เป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปสวย จะขับรถมาจอดบนถนนสันเขื่อนแล้วแอ็กท่าเท่ ถ่ายรูปได้สบาย ๆ

         ขับรถมาอีกนิดจะเจอหาดหัวหินและโรงเรือนอัจฉริยะ เราเลยแวะไปเดินชมแปลงผักสวนครัวที่ปลูกแบบอินทรีย์ มีทั้งผักบุ้ง กวางตุ้ง มะเขือ มะนาว ฯลฯ คุณป้าผู้ดูแลแปลงผักเล่าว่า พอเข้าหน้าหนาวก็จะปลูกเมลอน สตรอว์เบอร์รี่ และผักสลัด เพื่อส่งให้กับร้านอาหารเฮือนภูแก้วที่อยู่ในเขื่อน ถ้าใครมาเที่ยวช่วงนั้นจะได้ชิมไอศกรีมเมลอนที่ทำจากฟาร์มนี้ด้วย อีกจุดเช็กอินที่เราไม่พลาดคือ สะพานปิงพิพรรธน์ที่ทอดข้ามลำน้ำปิง ใกล้ ๆ กันมีจักรยานคันใหญ่สูงร่วม 2 เมตร เป็นแบ็คดรอปถ่ายรูป…ดูเก๋เชียว

          ไหน ๆ มาเขื่อนทั้งทีก็ต้องนอนค้างที่นี่สักคืน บ้านพักรับรองปิงธาราอาจไม่หรูหรา แต่ได้ความฟินในบรรยากาศ ที่เราสามารถเสพความสงบอย่างที่ใจต้องการ เพราะตัวอาคารนั้นอยู่ติดกับลำน้ำปิง จากหน้าต่างห้องมองเห็นวิวแม่น้ำและสะพานปิงพิพรรธน์ได้เลย ใกล้กับที่พักเป็นสวนน้ำพระทัยที่เราไปเดินเล่นยามเช้า ชมนกชมไม้ ทักทายกิ้งก่าสีฟ้าและกระรอกหางแดง ๆ ที่ออกมาโชว์ตัวอยู่ใกล้ ๆ แต่ถ้าอยากเห็นต้นสักที่รัชกาลที่ 9 และต้นราชพฤกษ์ที่รัชกาลที่ 10 ทรงปลูกไว้ต้องไปที่สวนดอกไม้

         วันที่ 2 ล่องเรือชม แวะต๊ะต่อนยอนในกาด

         สาย ๆ หน่อยค่อยเดินไปกินข้าวที่เฮือนภูแก้ว สั่งสลัดผักกุ้งทอดเสิร์ฟมาพร้อมน้ำสลัดยันฮี ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อ น้ำสลัดเน้นรสชาติเปรี้ยวนำหวาน อร่อยถูกใจมาก ปลากดคังทอดกระเทียมกินคู่กับแกงส้มชะอมทอดใส่มะเขือเทศก็แซบถูกปาก แล้วย้ายโลเคชั่นไปนั่งแช่รับลมที่ระเบียงชมวิวของร้านกาแฟคุณสายชล เพราะเป็นจุดที่มองเห็นทิวเขาอยู่ลิบ ๆ พร้อมกับละเลียดเครื่องดื่มเย็น ๆ อย่างยันฮีไอซ์กับเค้กส้มเนื้อนุ่ม ทริปเที่ยวแบบไม่ต้องแพลน ไม่ต้องรีบ มันดี๊ดีจริง ๆ ก่อนกลับโชคเข้าข้าง ได้เจอนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่จึงได้ร่วมกิจกรรมทำฝาย-ปลูกป่าในพื้นที่เขื่อน พร้อมกับเข้าชมขั้นตอนการผลิตกระแสไฟฟ้าของเขื่อนภูมิพล ซึ่งทั้งสองกิจกรรมนี้ต้องติดต่อล่วงหน้าและต้องมาเป็นกลุ่มใหญ่เท่านั้นนะ ส่วนใครอยากเพิ่มอรรถรสในการเที่ยว แนะนำกิจกรรมล่องแพในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล มีทั้งล่องระยะทางสั้น ๆ และพักค้างคืน แวะเที่ยวตามจุดต่าง ๆ เช่น เกาะวาเลนไทน์ วัดพระพุทธบาทดอยเขาหนาม วัดพระบรมธาตุแก่งสร้อย หรือล่องยาวไปถึงดอยเต่าในเชียงใหม่ก็ยังได้

         ตอนบ่าย ๆ เราออกจากเขื่อน แล้วย้อนกลับมายังอำเภอบ้านตาก ระหว่างทางแวะไหว้พระที่วัดผาสามเงา ตามตำนานเล่าว่าพระนางจามเทวีเคยมาประทับแรมที่นี่และพบเงาพระพุทธรูปสามองค์ที่ริมหน้าผา จากนั้นไปชมความสวยงามของเจดีย์สีทองทรงชเวดากองที่วัดพระบรมธาตุบ้านตาก ได้สักการะขอพรจากหลวงพ่อทันใจ ว่ากันว่าใครอธิษฐานขออะไรก็ได้ทันอ๊กทันใจ ส่วนจะจริงหรือไม่ก็ต้องไปพิสูจน์กันเองนะจ๊ะ และที่นี่ยังเป็นวัดประจำปีเกิดของคนปีมะเมียอีกด้วย

         สิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้พลาดเมื่อเที่ยวต่างจังหวัด คือการลองลิ้มรสสตรีทฟู้ดของแต่ละที่ที่มีรสชาติและความอร่อยเฉพาะตัว หนำซ้ำยังราคาถูกอีกต่างหาก และโชคดีของเราอีกแล้ว เพราะทุกบ่ายวันเสาร์-อาทิตย์ ในชุมชนบ้านตากจะนัดกันเปิดตลาดต้าตง เป็นตลาดเล็ก ๆ ที่บรรยากาศอบอุ่น น่ารัก มีอาหารและขนมพื้นบ้าน เช่น แกงถั่วมะแฮะ ยำข้าวแคบงาดำ คั่วเส้นร้อนโบราณ เมี่ยงกะแจ้ว ใส่กระทงใบตองใบน้อย ๆ ให้เลือกชิมตามอำเภอใจในราคาสบายกระเป๋า อิ่มปากมันแล้วค่อยไปเดินถ่ายรูปเก๋ ๆ บนสะพานไม้ไผ่ที่ทอดข้ามลำน้ำปิงไปยังเกาะกลางน้ำ บางช่วงน้ำตื้นมากจนสามารถลงไปเดินแช่น้ำเย็น ๆ ได้เลย

          ก่อนมืดค่ำเข้ามาเช็กอินโรงแรมในอำเภอเมือง แล้วค่อยไปเดินกินกันต่อที่กาดนั่งยอง คล้องย่าม ถนนคนเดินที่จัดกันเฉพาะเย็นวันเสาร์และอาทิตย์ มีอาหารและสินค้าให้เลือกชิม-ชอปสารพัด ที่สำคัญบรรยากาศดี๊ดี นั่งกินส้มตำหมูยอแกล้มแคบหมูกรอบๆ ซดข้าวต้มเครื่องร้อนๆ แล้วนั่งดูแสงสีทองของพระอาทิตย์ยามเย็นทอดตัวบนสายน้ำปิงไปด้วย…โรแมนติกนักเจ้า

          วันที่ 3 ปักหมุดเที่ยวในอำเภอเมือง

         วันสุดท้ายเราปักหมุดเที่ยวในอำเภอเมืองโดยเฉพาะ เริ่มจากตื่นเช้าไปกราบขอพรพระเจ้าตาก ที่ซึ่งชาวตากเคารพศรัทธาเป็นอย่างมาก โดยศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชตั้งอยู่ที่สี่แยกถนนตากสินตัดกับถนนมหาดไทยบำรุง บนผนังอาคารมีภาพพระประวัติพระเจ้าตาก ด้านหลังศาลยังมีรูปปั้นช้างศึก ม้าศึก ไก่ ม้าลาย และตุ๊กตามากมายที่มีผู้คนนำมาถวายหลังจากขอพรแล้วได้ตามหวัง โดยเฉพาะขอความสำเร็จในการค้าขายและขอให้ปลดหนี้สินได้

         ต่อด้วยเช็กอินกินของอร่อยเจ้าดัง ไม่ว่าจะเป็นถั่วแปบแป้งสดที่ร้านหนูนาง ขนมไทยโบราณที่ร้านขนมนายอำเภอเพชร เมี่ยงแคบหมูของร้านเมี่ยงใกล้ ๆ ธนาคารออมสิน จากนั้นไปอิ่มหมีพีมันกับบะหมี่หมูแดงต้มยำและผัดไทใส่เต้าเจี้ยวสูตรโบราณจากร้านดังในตรอกบ้านจีนที่ทั้งหอมและอร่อยไม่แพ้ใคร ก่อนเดินเล่นในย่านตรอกบ้านจีนที่แม้วันนี้อาจดูเงียบเหงา แต่ยังมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ทั้งบ้านไม้ร้อยปีและเรือนขุนนางสุดคลาสสิคให้ชมกัน แล้วจบทริปด้วยการถ่ายรูปบนสะพานแขวนสมโภชรัตนโกสินทร์ 200 ปี ที่ทอดข้ามแม่น้ำปิง โลเกชั่นสุดฮิตประจำอำเภอเมืองตาก

          มาเที่ยวเขื่อนภูมิพลครั้งนี้ช่วยให้หายเบื่อโลกได้จริง ๆ ทั้งมาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ สูดอากาศสดชื่นจนเต็มปอด ได้สัมผัสวิถีชุมชนในอำเภอบ้านตาก แล้วยังแวะเที่ยวไปกินไปในตัวเมืองอีกต่างหาก บอกได้เลยว่าวันหยุดครั้งหน้าคงต้องปักหมุดไปทัวร์เขื่อนของ กฟผ. กันอีกแน่ ๆ

         

Good to Know

          - เดือนสิงหาคมของทุกปีจะมีการแข่งจักรยานเขื่อนภูมิพลเสือภูเขานานาชาติ ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 สิงหาคม 2562 ซึ่งได้รับความสนใจจากนักปั่นน่องเหล็กทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเส้นทางปั่นที่ท้าทาย ครบรส ทั้งเส้นทางที่แคบ ลาดชัน และคดเคี้ยว แต่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่มีความปลอดภัยและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของสนามแข่งขันเสือภูเขาที่กำหนด พร้อมสัมผัสกับทัศนียภาพที่งดงามเหนืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของเขื่อนภูมิพล สนใจติดต่อสอบถามได้ที่แผนกประชาสัมพันธ์เขื่อนภูมิพล โทร. 055-881238

         - จองบ้านพักรับรองเขื่อนภูมิพล ตั้งแต่วันนี้-ตุลาคม 2562 รับส่วนลด 30% สำหรับบุคคลทั่วไป ข้าราชการ และนักศึกษา และส่วนลด 40% สำหรับผู้สูงอายุ ติดต่อห้องพักโทร. 055-881237

         - นอกจากน้ำสลัดยันฮีที่ของดีประจำเขื่อนภูมิพลแล้ว ยังมีของฝากจากชุมชนรอบเขื่อนที่ทาง กฟผ. สนับสนุน เช่น น้ำพริก ข้าวอินทรีย์ กล้วยฉาบ ปลาย่าง สบู่สมุนไพร ฯลฯ แวะชอปได้ที่ร้านอาหารเฮือนภูแก้วและที่ร้านของฝากบริเวณสันเขื่อนภูมิพล