20190919 PRE02 00

         บริษัท ซีคอท จำกัด ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขอขอบคุณชาวสุราษฎร์ธานีที่ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังและนำเสนอความคิดเห็น ในการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 โครงการโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ชุดที่ 1 - 2 จำนวน 1,246 คน และร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยวาจา จำนวน 20 คน แสดงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการดำเนินโครงการ ฯ โดยข้อคิดเห็นของประชาชนจะนำไปกำหนดขอบเขตและมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อประโยชน์ของประชาชนต่อไป

         วันนี้ (19 กันยายน 2562) นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนได้เสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 1 โครงการโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ชุดที่ 1 - 2 ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานชาติ อุบลรัตนราชกัญญา สหกรณ์สุราษฎร์ธานี (โค-ออป) อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีประชาชนในพื้นที่ศึกษาโครงการฯ หน่วยราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน สถานศึกษา ผู้นำศาสนา องค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปสนใจเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น จำนวน 1,246 คน และมีผู้แสดงความคิดเห็นด้วยวาจา จำนวน 20 คน

         นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีให้ความสำคัญด้านพลังงานไฟฟ้าและต้องการพัฒนาให้เป็นจังหวัดท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของประเทศ ขอให้ชาวสุราษฎร์ธานีได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ของชาวภาคใต้ ด้านนายสมรักษ์ เพ็ชรเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวรายงานว่า แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561 - 2580 (PDP 2018) กำหนดให้มีโครงการโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ชุดที่ 1-2 ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ ชุดที่ 1 ในปี 2570 และชุดที่ 2 ปี 2572 ตามลำดับ กฟผ. จึงมีแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าในบริเวณพื้นที่เดิมของโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ซึ่งปัจจุบันได้หยุดดำเนินการแล้ว เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าภาคใต้ โดยการจัดรับฟังความเห็นของประชาชนฯ ในวันนี้มีประชาชนในพื้นที่ศึกษาโครงการฯครอบคลุม 2 อำเภอ คือ อำเภอพุนพิน จำนวน 6 ตำบล ได้แก่ ตำบลพุนพิน ตำบลท่าข้าม ตำบลหนองไทร ตำบลท่าโรงช้าง ตำบลเขาหัวควาย ตำบลท่าสะท้อน และอำเภอเมือง 1 ตำบล คือ ตำบลคลองน้อย รวมถึงหน่วยราชการและผู้มีส่วนได้เสียร่วมรับฟังและแสดงความเห็น แสดงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ต่อการดำเนินโครงการฯ

         นายขรรชัย เกรียงไกรอุดม ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม บริษัท ซีคอท จำกัด บริษัทที่ปรึกษา กล่าวว่า บริษัทขอขอบคุณประชาชนทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมแสดงความเห็นในวันนี้ ซึ่งความเห็นและข้อห่วงกังวล รวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆ บริษัทฯและ กฟผ. จะรวบรวมและนำไปเป็นกรอบในการกำหนดขอบเขตการศึกษาแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ รายงาน EIA ให้ครบถ้วนและบรรลุวัตถุประสงค์ สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนต่อไป

         สำหรับสิ่งที่ประชาชนยังมีความกังวล อาทิ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม คุณภาพน้ำของแม่น้ำตาปี วิถีชีวิตชุมชน การรับซื้อปาล์มของจังหวัดสุราษฎร์ฯมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า การเลี้ยงปลาในกระชัง การดูแลคุณภาพน้ำก่อนปล่อยออกจากโรงไฟฟ้า การบริหารงบประมาณกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า การจ้างแรงงานในพื้นที่ช่วงการก่อสร้าง การดูแลด้านสุขภาพและสาธารณูปโภคให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาชุมชนและการสร้างงาน เป็นต้น

         ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมต่อร่างรายงานฉบับนี้ได้ โดยส่งข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะไปที่

  1. E-Mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  2. เว็บไซต์: www.secot.co.th
  3. คุณจันทิมา ยะนิล และ คุณณัชชาวีร์ ชูดวงแก้ว โทรศัพท์: 02-959-3600 ต่อ 412, 413
  4. ที่อยู่: 239 ถนนริมคลองประปา แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800

         ภายใน 15 วัน นับจากวันจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นฯจนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2562