20191127 PRE02 01

         กฟผ. นำนิทรรศการและทัพผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า ร่วมแสดงศักยภาพเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์และความพร้อมด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานของ กฟผ. และประเทศไทย สู่สายตานานาชาติในงาน The Future Energy Show Thailand 2019

         วันนี้ (27 พฤศจิกายน 2562) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมนำนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด EGAT Future Energy จัดแสดงภายในงาน The Future Energy Show Thailand 2019 ระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน 2562 พร้อมนำทัพผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและนวัตกรรมพลังงานของ กฟผ. ร่วมบรรยายพิเศษ 12 หัวข้อ โดยตลอดการจัดงานทั้ง 2 วัน คาดว่าจะมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า และผู้ที่สนใจ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมงานกว่า 2,500 คน ณ ฮอลล์ 4 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี

         ภายในงานดังกล่าว กฟผ. ได้จัดแสดงนิทรรศการ จำนวน 4 บูธ ได้แก่ บูธที่ 1 นำเสนอเรื่อง EGAT Excellence Center ในการสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะขนาดเล็ก (Micro Grid) สู่การเป็น Smart Energy Solution ในอนาคต เพื่อแสดงให้เห็นถึงการผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานของโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ (Gas Engine) ด้วยเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และก๊าซชีวภาพ (Biogas) ซึ่งเกิดจากการหมักขยะ กับพลังงานหมุนเวียนจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar cell) ทำงานควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานในรูปแบบก๊าซไฮโดรเจนร่วมกับเซลล์เชื้อเพลิงและแบตเตอรี่ โดยมีศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า (Control & Monitoring Center) ทำหน้าที่ดูแลให้ระบบไฟฟ้ามีความสมดุลจนสามารถพึ่งพาแหล่งพลังงานภายในพื้นที่ของตนเองได้

         ด้าน บูธที่ 2 นำเสนอเรื่อง โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ. (Hydro-Floating Solar Hybrid System) ซึ่งเป็นไปตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2561 – 2580 (PDP 2018) ที่ กฟผ. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำตามเขื่อนต่างๆ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,725 เมกะวัตต์ โดย กฟผ. จะนำเอานวัตกรรมระบบการผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสาน ระหว่างพลังน้ำจากเขื่อนและพลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์เซลล์บนทุ่นลอยน้ำมาใช้เสริมความมั่นคงในระบบผลิตไฟฟ้า ทั้งยังเป็นการบริหารจัดการโครงสร้างของระบบไฟฟ้า อาทิ ระบบเชื่อมต่อไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และพื้นที่เขื่อนที่ กฟผ. มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะนำร่องดำเนินการแห่งแรก กำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ ที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในปี 2563

         นอกจากนั้น บูธที่ 3 นำเสนอเรื่อง Renewable Energy Intergration Technologies ของ กฟผ. หรือ Grid Modernization การปรับปรุงโรงไฟฟ้าหลักให้ยืดหยุ่น (Flexible Plant) การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) การปรับปรุงสถานีไฟฟ้าแรงสูงเป็นระบบดิจิทัล (Digital Substation) การพัฒนาระบบพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (RE Forecast Center) การสร้างแพลตฟอร์มการซื้อขายไฟฟ้า (National Energy Trading Platform) และการพัฒนาศูนย์บริหารจัดการการใช้ไฟฟ้า (Demand Response Control Center) เพื่อนำไปสู่การเชื่อมระบบไฟฟ้ากับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ (Grid Connectivity) ต่อไป

         และบูธที่ 4 นำเสนอเรื่อง โรงไฟฟ้าชุมชน ตามนโยบาย Energy for All ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้มอบหมายให้ กฟผ. ร่วมสนับสนุนชุมชน โดยจะนำร่องที่ชุมชนแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นแห่งแรก ทั้งนี้ เพื่อสร้างระบบการผลิตไฟฟ้าที่เป็นโรงไฟฟ้าฐานจากพลังงานหมุนเวียนตามทิศทางการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของโลกในอนาคต ทั้งยังเป็นการใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดด้วยการนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงานไฟฟ้า อันทำให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศ

         สำหรับการร่วมจัดแสดงนิทรรศการและการบรรยายพิเศษภายในงาน The Future Energy Show Thailand 2019 เป็นโอกาสอันดีที่ กฟผ. จะได้แสดงศักยภาพและความพร้อมด้านนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าสู่เวทีนานาชาติ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์และความพร้อมด้านเทคโนโลยีพลังงานให้กับประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย

20191127 PRE02 02

20191127 PRE02 03