คณะกรรมการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า 3 การไฟฟ้า ร่วมประชุมติดตามและประสานความร่วมมือปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าทั่วประเทศ พร้อมเตรียมแผนรับมือแหล่งก๊าซธรรมชาติหยุดจ่าย ช่วง 10–27 เมษายน และช่วง 13 มิถุนายน – 10 กรกฎาคม นี้ โดยทั้ง 3 การไฟฟ้าเชื่อมั่น สามารถบริหารจัดการปัญหาต่างๆ ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

20140328-02

          เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2557 นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ครั้งที่ 40 (1/2557) มีวาระพิเศษเรื่อง การหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติแหล่งบงกช ช่วง 10–27 เมษายน และการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติแหล่ง JDA-A18 ช่วง 13 มิถุนายน–10 กรกฎาคม นี้ เพื่อชี้แจงแผนรองรับสถานการณ์ดังกล่าว โดยมี นายชาญชัย บัณฑิตเสาวภาคย์ รองผู้ว่าการควบคุมระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) นายรัตนโรจน์ ทวีสิน ผู้ช่วยผู้ว่าการวิชาการและบริหารพัสดุ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และคณะกรรมการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าของทั้ง 3 การไฟฟ้า เข้าร่วมประชุม ณ ห้อง 201 สำนักงานกลาง กฟผ.

          นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. กล่าวว่า คณะกรรมการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า เป็นความร่วมมือระหว่าง กฟผ. กฟภ. และ กฟน. ในการดำเนินภารกิจแก้ไขปัญหาไฟฟ้าตกไฟฟ้าดับของผู้ใช้ไฟฟ้า เพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ได้รับบริการด้านพลังงานไฟฟ้าที่มีคุณภาพ มีระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและเชื่อถือได้ ซึ่งการดำเนินงานของคณะกรรมการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า เป็นการเพิ่มศักยภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าที่ 3 การไฟฟ้า ได้ร่วมดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ระหว่างคณะทำงานด้านต่างๆ ได้แก่ คณะทำงานปรับปรุงระบบป้องกัน คณะทำงานด้านมาตรฐานอุปกรณ์และการบำรุงรักษา คณะทำงานประเมินระดับความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า คณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ คณะทำงานศึกษาและกำหนดค่าที่เหมาะสมของ Power Quality คณะทำงานความร่วมมือด้านสื่อสารโทรคมนาคม และคณะทำงานความร่วมมือด้านระบบไฟฟ้าแบบ Smart Grid

          นายสุธน กล่าวต่อไปว่า การหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติแหล่งบงกชของอ่าวไทย เพื่อซ่อมบำรุงท่อส่งก๊าซประจำปี ในวันที่ 10–27 เมษายน นี้ จะทำให้มีปริมาณก๊าซฯ หายไปประมาณ 630 ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า เนื่องจาก ปตท. สามารถจัดหาก๊าซจากแหล่งอื่นมาทดแทนได้ นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้เตรียมมาตรการรองรับ โดยใช้น้ำมันเตาประมาณ 43 ล้านลิตร และใช้ก๊าซ LNG มาผลิตไฟฟ้าทดแทน ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีวันหยุดต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้ามีปริมาณไม่มาก โดยคาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 26,752 Glossary Link เมกะวัตต์ และมีกำลังผลิตสำรองอยู่ที่ 4,122 เมกะวัตต์จึงคาดว่าจะไม่กระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า

          สำหรับการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติแหล่ง JDA-A18 ซึ่งเป็นพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เพื่อปรับปรุงระบบเพิ่มความสามารถส่งก๊าซ ระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน–10 กรกฎาคม นี้ รวม 28 วัน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา ขนาดกำลังผลิต 700 Glossary Link เมกะวัตต์ ต้องหยุดเดินเครื่องการผลิตไฟฟ้า ทำให้พื้นที่ภาคใต้ขาดแคลนกำลังผลิตไฟฟ้าไปบางส่วน โดย กฟผ. ได้เตรียมแผนรองรับ อาทิ การปรับแผนบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าภาคใต้ไม่ให้มีการหยุดซ่อมในช่วงเวลาดังกล่าว การเตรียมความพร้อมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าภาคใต้ทุกเครื่อง การตรวจสอบอุปกรณ์ระบบส่งและระบบป้องกันให้มีความพร้อมใช้งาน ประสานงานจัดเตรียมแผนย้ายโหลดหรือแผนดับไฟร่วมกับ กฟภ. ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งปรับปรุงตรวจสอบระบบป้องกันพิเศษ และการจัดเตรียมน้ำมันสำรองสำหรับโรงไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว

          ด้านนายชาญชัย บัณฑิตเสาวภาคย์ รองผู้ว่าการควบคุมระบบไฟฟ้า กฟภ. และ นายรัตนโรจน์ ทวีสิน ผู้ช่วยผู้ว่าการวิชาการและบริหารพัสดุ กฟน. มีความเห็นพ้องว่า ความสัมพันธ์ และการประสานความร่วมมือของทั้ง 3 การไฟฟ้า ที่มีมาอย่างยาวนาน จะนำมาซึ่งความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ โดยเฉพาะเหตุการณ์สำคัญด้านวิกฤติพลังงานต่างๆ ทั้ง 3 การไฟฟ้า ได้แสดงถึงความสามัคคีและความสามารถในการแก้ไขปัญหา ซึ่งทั้ง 3 การไฟฟ้าจะสามารถผ่านวิกฤตินี้ไปได้ ด้วยการร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายและทุกภาคส่วน

          ทั้งนี้ในการประชุมฯ มีการนำเสนอแผนงานที่ช่วยเสริมสร้างการดำเนินงานด้านความมั่นคงเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าของประเทศ โดยคณะทำงานย่อยต่างๆ อาทิ คณะทำงานประเมินระดับความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ได้รายงานเกี่ยวกับปัญหาไฟฟ้าตกไฟฟ้าดับของทั้ง 3 การไฟฟ้า ในปีที่ผ่านมา พบว่าปัญหาไฟฟ้าตกไฟฟ้าดับส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศ ต้นไม้ และ สัตว์ รวมทั้งมีการดับไฟเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ และเกิดจากการตัดกระแสไฟฟ้าเนื่องจากระบบขัดข้อง ซึ่งการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้ง 3 การไฟฟ้าจะต้องร่วมกันดำเนินการต่อไป เพื่อให้ปัญหาไฟฟ้าตกไฟฟ้าดับส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าให้น้อยที่สุด ด้านคณะทำงานประชาสัมพันธ์ ของทั้ง 3 การไฟฟ้า ได้นำเสนอผลการจัดกิจกรรมต่างๆ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าอย่างถูกวิธี และร่วมกันป้องกันปัญหาไฟฟ้าตกกับทุกกลุ่ม เช่น กลุ่มเยาวชน กลุ่มผู้ประกอบการต่างๆ กลุ่มอัยการ และประชาชนทั่วไป โดยคณะกรรมการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า กำหนดให้มีการประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของคณะทำงานต่างๆ ปีละ 2 ครั้ง ซึ่งการประชุมครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้

egat57-sidebanner-header
highlight-news-570430
homepage-side-banner-callcenter
recruitment-banner-2557
homepage-side-banner-cmc-center

bidding57-header

144-MM-marathon
138-egat-singing57new
146-banner