สิ้นสุดฤดูฝนปี 2557 ปริมาณน้ำในเขื่อน กฟผ. น้อยที่สุดในรอบ 16 ปี นับจากวิกฤติน้ำน้อยเมื่อปี 2541 ภาครัฐจำเป็นต้องประกาศงดการเพาะปลูกข้าวนาปรังในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำพอง (เขื่อนอุบลรัตน์) เพื่อสงวนน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศและผลักดันน้ำเค็ม รวมถึงเหลือน้ำส่วนหนึ่งไว้สำหรับการเพาะปลูกข้าวนาปีในช่วงต้นฤดูฝนปีหน้า โดยภาครัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ให้ความร่วมมือ

20141104-M01-01

          นายณัฐจพนธ์ ภูมิเวียงศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงแผนการระบายน้ำเพื่อการเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้ง ปี 2557/2558 ว่า เนื่องจากช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของ กฟผ. น้อย โดยหลังสิ้นสุดฤดูฝนปี 2557 (เวลา 0.00 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557) มีปริมาณน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ทุกแห่งรวม 39,198 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) หรือร้อยละ 64 ของความจุ น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 14 หรือ 6,492 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำใช้งานได้ในเขื่อนของ กฟผ. ทุกแห่งรวม 16,154 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 42 ของความจุใช้งานได้ ซึ่งถือว่าค่อนข้างวิกฤติ เพราะอ่างเก็บน้ำเกือบทุกแห่ง มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก และปริมาณน้ำในภาพรวมถือว่าน้อยที่สุดเป็นลำดับที่ 3 รองจากปี พ.ศ. 2536 และ พ.ศ. 2541

          “ในปี พ.ศ. 2536 และ พ.ศ. 2541 เกิดวิกฤติน้ำน้อยจนต้องประกาศให้งดการเพาะปลูกข้าวนาปรังในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่วนปีนี้คณะทำงานวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ภายใต้คณะอนุกรรมการวางแผน และติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร (ภายใต้คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร) จำเป็นต้องให้เกษตรกรงดการเพาะปลูกข้าวนาปรังทั้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำพอง (เขื่อนอุบลรัตน์) เนื่องจากต้องเลือกจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคเป็นอันดับแรก ส่วนภาคการเกษตร จะเน้นส่งเสริมการเพาะปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยเป็นหลัก ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องเหลือน้ำส่วนหนึ่งไว้เป็นต้นทุนสำหรับการทำนาปีในช่วงต้นฤดูฝนปี 2558 เพราะมีความเสี่ยงที่ฤดูแล้งอาจยาวนาน หรือฤดูฝนมาช้ากว่าปกติ ทั้งนี้ จะมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่งดทำนาปรัง โดยกรมชลประทานจะดำเนินการจ้างแรงงานเพื่อซ่อมคูคลองในฤดูแล้งจำนวน 7.54 ล้านคนต่อวัน รวมถึงมาตรการเสริมอื่นๆ อาทิ การอบรมและสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อส่งเสริมอาชีพประมง การอบรมและสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อส่งเสริมอาชีพด้านปศุสัตว์ การฝึกอาชีพในภาคการเกษตร โดยกรมส่งเสริมการเกษตร การฝึกอาชีพนอกภาคการเกษตร โดยสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย การสนับสนุนให้ปลูกพืชปุ๋ยสด โดยกรมพัฒนาที่ดิน เป็นต้น แต่หากเกษตรกรฝืนปลูกข้าวนาปรังในเขตชลประทานของลุ่มน้ำดังกล่าว จะไม่ได้รับการช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติด้านการเกษตร”

          สำหรับแผนการระบายน้ำเพื่อการชลประทานในช่วงฤดูแล้งปี 2557/2558 จะมีการจัดสรรน้ำจากเขื่อนของ กฟผ. ให้แก่โครงการชลประทานสำคัญ 3 แห่ง ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ ดังนี้

          โครงการชลประทานเจ้าพระยาใหญ่ (ใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) ซึ่งปกติแล้วจำเป็นต้องมีปริมาณน้ำต้นทุนขั้นต่ำอย่างน้อย 9,000 ล้าน ลบ.ม. จึงจะสามารถจัดสรรน้ำได้เพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม รวมถึงการเพาะปลูกข้าวนาปรังในเขตชลประทานของลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ช่วงวันที่ 1 พฤศจิกายน – 30 เมษายน ของทุกปี) แต่ในปีนี้มีปริมาณน้ำต้นทุนจากทั้ง 4 เขื่อนรวมกันเพียง 6,777 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งไม่เพียงพอที่จะจัดสรรเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปรังในเขตชลประทานได้ ดังนั้น แผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2557/58 ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา จึงเป็นการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ประมาณ 1,100 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการรักษาระบบนิเวศและผลักดันน้ำเค็ม ประมาณ 1,400 ล้าน ลบ.ม. และสำหรับการเพาะปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ประมาณ 400 ล้าน ลบ.ม. โดยจะสำรองปริมาณน้ำส่วนหนึ่งไว้เป็นต้นทุนสำหรับการเพาะปลูกข้าวนาปีในช่วงต้นฤดูฝนปี 2558 ประมาณ 3,800 ล้าน ลบ.ม.

          โครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ (ใช้น้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ) ซึ่งปกติแล้วจำเป็นต้องมีปริมาณน้ำต้นทุนขั้นต่ำอย่างน้อย 6,400 ล้าน ลบ.ม. จึงจะสามารถจัดสรรน้ำได้เพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม รวมถึงการเพาะปลูกข้าวนาปรังในเขตชลประทานของลุ่มน้ำแม่กลอง (ช่วงวันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน ของทุกปี) แต่ในปีนี้มีปริมาณน้ำต้นทุนจากทั้ง 2 เขื่อนรวมกันเพียง 5,211 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งไม่เพียงพอที่จะจัดสรรเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปรังในเขตชลประทานได้ ดังนั้น แผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2557/58 ของลุ่มน้ำแม่กลอง จึงเป็นการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ประมาณ 400 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการรักษาระบบนิเวศและผลักดันน้ำเค็ม ประมาณ 1,100 ล้าน ลบ.ม.และสำหรับการเพาะปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ประมาณ 460 ล้าน ลบ.ม.โดยจะสำรองปริมาณน้ำส่วนหนึ่งไว้เป็นต้นทุนสำหรับการเพาะปลูกข้าวนาปีในช่วงต้นฤดูฝนปี 2558 ประมาณ 3,250 ล้าน ลบ.ม.

          โครงการชลประทานหนองหวาย (ใช้น้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์) ซึ่งปกติแล้วจำเป็นต้องมีปริมาณน้ำต้นทุนขั้นต่ำอย่างน้อย 800 ล้าน ลบ.ม. จึงจะสามารถจัดสรรน้ำได้เพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม รวมถึงการเพาะปลูกข้าวนาปรังในเขตชลประทานของลุ่มน้ำพอง (ช่วงระหว่างเดือนธันวาคม – เมษายน ของทุกปี) แต่ในปีนี้มีปริมาณน้ำต้นทุนจากเขื่อนอุบลรัตน์เพียง 634 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งไม่เพียงพอที่จะจัดสรรเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปรังในเขตชลประทานได้ ดังนั้น แผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2557/58 ของลุ่มน้ำพอง จึงเป็นการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค เพื่อการรักษาระบบนิเวศ และอื่นๆ รวม 147 ล้าน ลบ.ม. โดยปริมาณน้ำส่วนที่เหลือจะสำรองไว้เป็นต้นทุนสำหรับการเพาะปลูกข้าวนาปีในช่วงต้นฤดูฝนปี 2558 ตลอดจนสำรองไว้ใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภค หากฤดูแล้งยาวนานออกไป