สัดส่วนการใช้ก๊าซผลิตไฟฟ้าของเยอรมันลดลง และพึ่งก๊าซจากรัสเซียน้อยลง

20150122-A01-01

          นโยบายพลังงานของเยอรมันที่เรียกว่า Energiewende เป็นความพยายามที่จะลดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนิวเคลียร์และเชื้อเพลิงฟอสซิล นโยบายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของรัฐบาลที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้ลดลงร้อยละ 70 ใน พ.ศ. 2583 เมื่อเทียบกับปริมาณการปล่อยก๊าซชนิดนี้ในปี 2533 พร้อมกับปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมดให้ได้ภายในปี 2565 ซึ่งในระยะยาวแล้ว นโยบาย Energiewende ก็คือการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น

          อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่นโยบายยังไม่ประสบผล ก็ยังคงต้องมีการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล อย่าง ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติอยู่ แต่การดำเนินตามนโยบายดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมา กลับส่งผลที่ผิดคาด เพราะกลายเป็นว่า การใช้ก๊าซในการผลิตไฟฟ้าลดลง

          จากข้อสันนิษฐานเบื้องต้น มีความเชื่อว่า นโยบายพลังงานใหม่ของเยอรมัน จะทำให้มีการใช้ก๊าซผลิตไฟฟ้ามากกว่า ถ่านหิน แต่การตัดสินใจอย่างทันทีทันใดในปี 2554 ที่จะปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้ง 8 โรง หลังจากเกิดเหตุกับโรงไฟฟ้าฟุกุชิมา ทำให้เยอรมันต้องเลือกใช้ ถ่านหิน มาแทนที่สัดส่วนของนิวเคลียร์ที่หายไป โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีการผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิง ถ่านหิน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11 ทำให้ปัจจุบันเยอรมันมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าด้วย ถ่านหิน มากกว่าร้อยละ 45

          ในทางกลับกัน ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าซกลับมีปริมาณลดลงมากกว่า 1 ใน 3 ในช่วงระหว่างปี 2554-2556 และในปี 2557 ลดลงมากว่าร้อยละ 24 ซึ่งเป็นผลที่ไม่ได้คาดคิด เนื่องจากความเชื่อว่าการใช้ก๊าซผลิตไฟฟ้าน่าจะสะอาดปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพราะโรงไฟฟ้า ถ่านหิน ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซถึง 2 เท่า และยังมีเถ้าลอยที่ได้จากกระบวนการผลิต ที่มีรังสีมากกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถึง 100 เท่า ในการผลิตไฟฟ้าปริมาณเท่ากัน

20150122-A02-02

          เหตุผลหนึ่งที่การใช้นโยบายพลังงาน Energiewende กลับส่งผลตรงข้าม ก็คือ พลังงานแสงอาทิตย์มีต้นทุนต่ำลง ซึ่งส่งผลให้มีการใช้ก๊าซน้อยลงแทนที่จะเป็นการใช้ ถ่านหิน น้อยลง เยอรมันเหมือนกับสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ในแง่ที่ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเกิดขึ้นในช่วงกลางวัน และความต้องการจะลดลงในช่วงกลางคืน โดยพลังงานแสงอาทิตย์ถูกนำมาใช้เป็นพลังงานเสริมในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด และส่วนใหญ่พลังงานแสงอาทิตย์นี้สามารถผลิตไฟได้เกินความต้องการในช่วงกลางวัน แต่ในตอนกลางคืนไม่สามารถช่วยสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าวได้

          เนื่องจากโรงไฟฟ้าก๊าซสามารถเดินเครื่องและหยุดเดินเครื่องได้ง่ายและรวดเร็วกว่าโรงไฟฟ้า ถ่านหิน และนิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าก๊าซจึงถูกใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าสนองความต้องการที่มีสูงสุดในช่วงกลางวัน แต่เนื่องจากปัจจุบันมีพลังแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนอื่นๆที่มากขึ้น ซึ่งสามารถใช้เป็นพลังงานเสริมในช่วงความต้องการสูงสุดได้ โรงไฟฟ้าก๊าซจึงไม่ถูกสั่งให้เดินเครื่อง ส่งผลให้โรงฟ้าก๊าซผลิตไฟฟ้าเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของกำลังผลิตที่มีอยู่เท่านั้นเอง ทำให้บริษัทผู้ผลิตต้องสูญเสียรายได้

          จากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงส่งผลกระทบกับการจัดส่งก๊าซให้ประเทศในยุโรป ทำให้การลดการพึ่งพาพลังงานก๊าซของเยอรมนีอาจจะเป็นเรื่องดี แม้ว่าการเจรจาระหว่างสหภาพยุโรป รัสเซีย และยูเครน เพื่อหาข้อยุติเรื่องการขนส่งก๊าซ ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 26 กันยายน 2557 แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้ข้อยุติ เยอรมันยังทำให้รัสเซียไม่พอใจโดยการขายต่อก๊าซที่นำเข้ามาส่วนหนึ่งให้กับยูเครนอีกด้วย ทำให้ความขัดแย้งมีทีท่าจะทวีความรุนแรงและการค้าจะยิ่งมีข้อจำกัดเพิ่มขึ้น

          มีคำถามว่าหากเยอรมันยังต้องพึ่งพาก๊าซเป็นเชื้อเพลิงเสริมในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด เยอรมันจะสามารถมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ โดยไม่ต้องพึ่งก๊าซจากรัสเซียได้หรือไม่ หลายคนมองว่า เยอรมันยังมีพลังงานหมุนเวียนอื่นๆที่สามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในแต่ละช่วงเวลา เช่น ชีวมวล น้ำ และขยะ อย่างไรก็ตาม พลังงานเหล่านี้อาจจะถูกพัฒนาเต็มประสิทธิภาพแล้ว เนื่องจากเยอรมันเผาขยะไปในปริมาณที่มากกว่าจำนวนขยะที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การพัฒนา โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ก็ต้องการที่ตั้งที่มีภูมิศาสตร์เหมาะสม รวมทั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความสะอาดของการเผาชีวมวลที่เป็นวัสดุจากการเกษตร

          วิธีที่ดีในการเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศเยอรมัน คือการเชื่อมโยงระบบส่งกับประเทศแถบสแกนดิเนเวียและประเทศอื่นๆในยุโรป ที่มีพลังงานน้ำอยู่มหาศาล การขยายคลัง LNG พร้อมเพิ่มการนำเข้าก๊าซราคาถูกจากอเมริกา อย่างไรก็ตาม โครงการทั้งหลายเหล่านี้ต้องใช้เวลานานในการดำเนินการ ซึ่งจากราคาขายส่งไฟฟ้าของเยอรมันที่มีราคาต่ำในปัจจุบัน จึงเป็นข้อกังวลว่า จะมีแรงจูงใจเพียงพอหรือไม่สำหรับการลงทุนในโครงการเหล่านี้ ประกอบกับสถานการณ์การเมืองที่เผชิญหน้าระหว่างยุโรปและรัสเซียที่ยังตึงเครียดอยู่ เยอรมันจะมีเวลารอให้โครงการต่างๆแล้วเสร็จได้มากน้อยเพียงใด

บทความเรื่อง Germany’s energy mix Getting out of gas Germany's reliance on Russian gas is falling

ที่มา : The Economist วันที่ : 15 มกราคม 2558

ดูลิงค์ข้อมูล : http://www.economist.com/news/business-and-finance/21620080-germanys-reliance-russian-gas-fallingbut-not-sustainably-going-out-gas